ณ หมู่บ้านพนาสน 4 มีนบุรี

วันศุกร์ที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

เมื่อคืนไปนอนที่หอพักเดิมค่ะครู  แต่ก็ยังเล่น Net ไม่ได้เป็นเหตุให้แก้ตัวกับตนเองเรื่องบันทึก แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่แท้ เพราะติ๋วแพ้พ่ายกับความง่วงเหงาหาวนอน พี่ตุ๊กโทรมาหาแต่เช้าถามว่า ฒ”ตังค์ไหม” ตอบพี่สาวอย่างมั่นใจว่า “มี” แต่พอไปดู เขายังไม่เอาเงินขึ้นให้ซะงั้น กว่าจะตามได้ก็บ่าย รู้สึกเห็นใจพี่ ๆ การเงินอยู่ค่ะ แต่ก็อยากได้ตังค์ให้พี่สาว แต่ก็พยายามหายใจอดทนก่อนที่จะโทร  พอได้ข้อมูลก็เย็นลงบ้าง ตอนเช้าติ๋วตั้งใจกับตนเองเรื่องไปจัดการธุระในกรมฯให้เสร็จ ส่งผลให้เข้าอบรมช้า ถามตนเองว่า “เป็นยังไง” แว๊บแรกมีฉุนเสียงในใจดังว่า “เรื่องของฉัน” มองลึกลงไปอีก ที่รู้สึกฉุนเพราะมีแว๊บของความรู้สึกผิดที่สาย แล้วก็รู้สึกอาย ก่อนที่จะปรากฏออกมาเป็นความกลัว แล้วโกรธ 

แต่พอถึงเวลาเข้าห้องก็น้อมรับค่ะ  แต่ใจติ๋ววันนี้ดิ้นมากกว่าเมื่อวานค่ะครู มันบีบคั้นจนพยายามหาทางออก โดยการหยิบอะไร ๆ ขึ้นมาขีดเขียนวาดภาพไปเรื่อย ๆ แต่ข้างในก็ฟัง แม้ภายในจะมีเสียงแย้งในหลาย ๆ หัวข้อ ยอมรับว่า

“ลึก ๆ เสียดายตังที่ หลวงต้องจ่ายสำหรับคอร์สนี้ประมาณสองหมื่นบาทต่อคนสำหรับคอร์สนี้”

รู้สึกว่า “มันแพงมาก แล้วเงินที่จ่ายก็คือ ภาษีประชาชน” แล้วสิ่งที่ฝรั่งเอามาสอนนั้นคล้าย ศาสนาพุทธ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าเป็นสิ่งที่ดีค่ะครู การคิดเชิงบวก เชิงรุกวางแผน จัดลำดับความสำคัญ  เอาใจเขามาใส่ใจเรา มีเป้าหมาย และการฝึกฝน

ใจหนึ่งติ๋วก็ระลึกขึ้นมาว่า

“ครูสุดยอด สิ่งที่ครูบ่มเพาะมาให้ล้ำหน้ากว่าคอร์สฝึกของฝรั่งที่ต้องจ่ายเป็นหมื่น ๆ แถมตอนที่ติ๋วเรียนกับครูนั้น ครูต้องคอยเลี้ยงข้าว หรือ พาติ๋วไปโน่นนี่เสียอีก”

ทบทวนกับตนเองถึงตรงนี้ รู้สึกดีที่ได้เรียนรู้จากครูค่ะ เหมือนวิถีชีวิตยิ่งดำเนินไป ยิ่งรู้สึกว่า สิ่งที่ครูบ่มเพาะให้ล้ำค่า หลายคนสอนแต่เรื่องนอก ๆ สอนแต่การจัดการตนเอง จัดการคนอื่นสิ่งอื่น ๆ แต่ครูสอนเรื่องใจ สอนเรื่องการเข้าใจและ “ลงใจ”

ถ้าถามว่า “ทุกวันนี้ติ๋วยังรู้สึกเหนื่อยไหม”

ก็ยังเหนื่อยอยู่นะคะครู รู้สึกว่า “ทุกข์มากด้วย”

แต่ก็รู้สึกว่าเหนื่อยแป๊บเดียวเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน คล้าย ๆ ว่า “อึดมากขึ้น” แต่จริง ๆก็เห็นตนเองเหนื่อยค่ะ แต่เห็นมันเหนื่อยสั้นลง

แล้วก็รู้สึกว่า “ทุกข์มันเต็มไปหมด” แต่ก็ดิ้นรนกับทุกข์น้อยลงค่ะ

รักและเคารพครู.............ติ๋ว