24 ม.ค. 54 เรื่อง “การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”, 31 ม.ค.54 เรื่อง “การเรียนการสอนออนไลน์ e-Learning”, 7ก.พ.54 เรื่อง “โครงการศูนย์การเรียนชุมชนต้นแบบประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว)”, 14 ก.พ.54 เรื่อง “การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตกับ กศน.สิงห์บุรี”, 21 ก.พ.54 เรื่อง “กศน. กับการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ 2”
รายการสายใย กศน. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554
เรื่อง “กศน. กับการปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ 2”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองเลขาธิการ กศน.
ประเทศไทยปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบัน 2-3 ครั้งแล้ว ครั้งแรกประมาณปี 2517-2518 มีการศึกษานอกโรงเรียนขึ้นในประเทศไทย เพราะการศึกษาในระบบไม่พอเพียง และตั้งกรมการศึกษานอกโรงเรียนในปี 2522-2523 ต่อมา พ.ศ.2540 เกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งระบบการศึกษาเป็นสาเหตุหนึ่ง จึงมีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ปี 2542 เรื่อยมา โดยออก พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร รวม+แยกกระทรวงศึกษาธิการ ยุบ กศน. จากกรมเป็นสำนัก มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร ซึ่ง กศน.ต้องใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 และเกิด สมศ., สทศ.
หลังจากการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 1 ( 2542-2551 ) พบว่า มีปัญหาคุณภาพของผู้เรียน วิชาหลักยังมีผลสัมฤทธิ์อยู่ที่ประมาณ 50 % , สถิติการอ่านต่ำ, ความสามารถในการอ่านของเด็กไทยอยู่ที่เพียงระดับ 2 ( อ่านคล่องเขียนคล่อง ) จาก 5 ระดับ ( ยังไม่ถึงขั้นอ่านจับประเด็นได้ ), ครูต้องทำงานมากขึ้น มีภาะหนี้สิน คนไม่อยากเป็นครู, การผลิตนักศึกษาไม่ตอบสนองความต้องการพัฒนาประเทศ, คนไม่เรียน ปวช. ปวส. ขาดแรงงานที่มีฝีมือ ต้องใช้คนต่างประเทศ คนต่างด้าว, ประชากรวัยแรงงาน 37 ล้านคน มีวุฒิไม่เกิน ม.ต้น เกิดวิกฤติการณ์กำลังคน
ส่วนผลดีคือ มีเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ก้าวหน้า คนมีโอกาสที่จะเรียนมากขึ้น คนเริ่มตระหนักเรื่องการศึกษาตลอดชีวิต ( แต่ยังไม่เป็นเอกภาพ )
คณะรัฐมนตรีจึงกำหนดเมื่อ 5 ส.ค.2552 ให้ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 โดยกำหนดวิสัยทัศน์ว่า “คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ” โดยต้องทำ 3 พันธกิจ
1. เพิ่มโอกาสทางการศึกษาเรียนรู้ให้มากขึ้นอีก โดยเฉพาะโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
2. คุณภาพและมาตรฐานของการศึกษาเรียนรู้
3. การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ต่อการจัดการศึกษา
โดยกำหนดเป็น 4 ยุทธศาสตร์
1. สร้างคนไทยยุคใหม่ ( ใฝ่รู้ใฝ่เรียน คิดเป็นแก้ปัญหาเป็น วิเคราะห์เป็น มีความเป็นสากล )
2. ปรับเปลี่ยนขบวนการเรียนรู้ใหม่ ( ปรับหลักสูตรลดการเรียนในห้องเรียน เพิ่มรูปแบบการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล )
3. สร้างครูยุคใหม่
4. สร้างสถานศึกษายุคใหม่
มีกลไกการขับเคลื่อนการปฏิรูปโดยคณะรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ
1. คณะกรรมการนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ( กนป. ) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
2. คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ( กขป. ) มี รมว.ศธ. เป็นประธาน
และตั้งอนุกรรมการ ขึ้นมาอีก 5 คณะ ให้ครอบคลุมการจัดการศึกษาของทุกภาคส่วน คือ
1. คณะอนุกรรมการ กนป. ด้านการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ มีคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นประธาน
2. คณะอนุกรรมการ กนป. ด้านการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา มี ดร.วรากร สามโกเศศ เป็นประธาน
3. คณะอนุกรรมการ กนป. ด้านยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วม มี ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เป็นประธาน
4. คณะอนุกรรมการ กนป. ด้านปฏิรูปคุรุศึกษาแห่งชาติ
5. คณะอนุกรรมการ กนป. ด้านการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง
กำหนดพื้นที่นำร่องไว้ 4 จังหวัด คือ นครสวรรค์ นครศรีธรรมราช เชียงใหม่ อุดรธานี เป็นตัวแทนแต่ละภาค โดยคณะอนุกรรมการกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการในพื้นที่นำร่องเพื่อกำหนดรูปแบบ
สำนักงาน กศน. ได้ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ( พ.ศ.2552-2561 ) ในเรื่องต่าง ๆ ประกอบด้วย
1) การปฏิรูปครู กศน.
ครูต้องลงไปที่ กศน.อำเภอ ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอน มีแผนการสอนที่ได้รับอนุมัติจาก ผอ. มีบันทึกการสอน มีผลสัมฤทธิ์ ครู กศน. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ ( ไม่ใช่สอน ) การเรียนรู้ที่ดีที่สุดไม่ได้เกิดจากการสอนที่ดีที่สุด แต่เกิดจากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากที่สุด การสอนที่ดีที่สุดคือการสอนที่น้อยที่สุด ครูต้องวางแผนอย่างดีที่สุดเพื่อให้ผู้เรียนกระเสือกกระสนขวนขวายหาความรู้ ครูรู้จักผู้เรียนของตนแต่ละคน สอนผู้เรียนให้คิดเป็น
1.1) พัฒนาระบบการคัดเลือกครู ให้สอดคล้องกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์
1.2) เร่งฝึกอบรมครู เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษา
2) การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอน
2.1) จัดให้มีวิธีเรียนที่หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของผู้เรียน ทั้งหลักสูตรขั้นพื้นฐานและหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง ขบวนการเรียนเน้นการเรียนด้วยตนเอง
2.2) พัฒนาหลักสูตรการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม และหลักสูตรระยะสั้นอื่น ๆ ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของผู้เรียนและชุมชน
2.3) ส่งเสริมให้มีการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งการเทียบระดับในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การทำ SAR รายบุคคลแบบ Portfolio การจัดทำ Credit Bank System
2.4) พัฒนาระบบการวัดผลและประเมินผล ให้มีความหลากหลายและสอดคล้องกับสภาพความต้องการของผู้เรียน ผู้เรียนเรียนด้วยตนเองเป็นหลัก จึงแยกระบบการวัดผลประเมินผลออกจากการสอน เป็นระบบทดสอบกลาง ( ไม่ใช่ใครสอนใครสอบ เพราะครู กศน. ไม่ได้สอน )
2.5) กำหนดมาตรฐานการศึกษานอกระบบ ในแต่ละหลักสูตร
3) การปฏิรูปฐานปฏิบัติงาน กศน.
ตัวขับเคลื่อนการศึกษาตลอดชีวิต คือ กศน.ตำบล ฐานปฏิบัติการคือ กศน.ตำบล โดย กศน.ตำบลเป็นห้องเรียนหนึ่งของ กศน.อำเภอ ( กศน.ตำบล ไม่ใช่สถานศึกษา )
3.1) เน้นการดำเนินงานที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยใช้ กศน.ตำบลเป็นฐานปฏิบัติการ ขยายการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน และส่งเสริมการเชื่อมโยงคนในชุมชนกับความรู้ภายนอกชุมชน
3.2) ใช้เทคโนโลยีในการจัดการศึกษาและกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
3.3) ส่งเสริมการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ดังนี้
(1) ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยส่งเสริมให้มีส่วนร่วมโดยการเป็นอาสาสมัคร กศน. อาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน
(2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยส่งเสริมให้ร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษาและกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ
(3) องค์กรพัฒนาเอกชน ( NGOs ) โดยส่งเสริมให้มีการดำเนินงานร่วมกันในรูปแบบที่หลากหลาย
4) การปฏิรูประบบสนับสนุนการทำงาน
4.1) ปรับระบบการจัดสรรงบประมาณ ที่สนับสนุนให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ( งบล่ำซำ ปี 2554 ตำบลละ 75,000 บาท)
4.2) ทบทวนและปรับแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน
5) ปฏิรูปการศึกษาตามอัธยาศัย
รายการสายใย กศน. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554
เรื่อง “การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการศึกษาตลอดชีวิตกับ กศน.จังหวัดสิงห์บุรี”
อัญชิษฐา บุญพรวงค์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- นายสุประณีต ยศกลาง ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดสิงห์บุรี
- นายสาธิต ทองสุพรรณ์ ผอ. กศน.อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี
- ลุงยุ้ย ปานทอง ปราชญ์ชาวบ้านด้านสมุนไพร
- น้ำทิพย์ เหมือนม่วง ผู้ใหญ่บ้าน บ.วังกะจับ ต.คอทราย อ.ค่ายบางระจัน
- ทิพรัตน์ พุ่มเนียม หัวหน้า กศน.ต.คอทราย
ภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นภาคีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกับ กศน. มาตลอด และ พรบ.กศน.2551 เน้นเครือข่ายในการจัดการศึกษา โดยเฉพาะเครือข่ายที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน
ที่ จ.สิงห์บุรี มีภูมิปัญญามาก เช่นที่ อ.ค่ายบางระจัน มีภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ทุกตำบล คือ
- ต.ท่าข้าม มีภูมิปัญญาด้านการแสดงลิเก
- ต.โพสังโฆ มีภูมิปัญญาด้านการทำน้ำมันสมุนไพรเคี่ยวกลั่น
- ต.หนองกระทุ่ม มีภูมิปัญญาด้านหมอชาวบ้าน การกวาดยา
- ต.บางระจัน มีภูมิปัญญาด้านการผลิต ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว
- ต.โพทะเล มีภูมิปัญญาด้านการจักสาน
- ต.คอทราย มีภูมิปัญญาด้านสมุนไพรพื้นบ้าน คือลุงยุ้ย ปานทอง อยู่ที่หมู่บ้านวังกะจับ หมู่ 1
ลุงยุ้ยเป็นภูมิปัญญาด้านการใช้สมุนไพรพื้นบ้านรักษาโรคต่าง ๆ เช่น ไข้ป่าไข้ป้างไข้จับสั้น, อหิวา ( ใช้สมุนไพรฤทธิ์ร้อน ), ความดัน-หวัด ( ใช้ฟ้าทะลายโจรเป็นหลัก และสมุนไพรอื่น ๆ อีกมาก ), ถ่ายพยาธิ ( ใช้น้ำมะเกลือกับกะทิอย่างละ 1 แก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 แก้ว ดื่ม ), ปากเปื่อย, หญิงให้นมลูกเป็นงาแซง ฯลฯ รวมทั้งสมุนไพรเพื่อการเกษตร เช่นใช้สมุนไพรรสขมกำจัดเพลี้ยกระโดด
ลุงยุ้ยจำมาจากปู่ยาตายาย การต้มสมุนไพรต้องต้มด้วยหม้อดิน ถ้าหม้อเป็นโลหะจะดูดตัวยาออกไป และให้รินใส่แก้ว ไม่ใช้ขันโลหะ
ที่บ้านลุงยุ้ยปลูกสมุนไพรต่าง ๆ ไว้ในบริเวณบ้าน และจัดสรรให้คนในชุมชนปลูกสมุนไพรส่ง โดยมีที่มาจากการวางแผนชุมชน ให้คนในชุมชนปลูกสมุนไพรต่าง ๆ เช่น ไพร ขมิ้น ตะไคร้ ข่า มะขาม ส้มปล่อย มะกรูด ฯลฯ ( ส่งให้โรงพยาบาลทำลูกประคบด้วย ) ปัจจุบันมีเครื่องบดสมุนไพร ผลิตเป็นแคปซูล จำหน่ายทั่วประเทศแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ อบต. http://wangkrajab.moobanthai.com/ 2 ชนิด คือ
- ตัวเขียว สรรพคุณ แก้อัมพฤกษ์ อัมพาต หอบ ไซนัส ฯลฯ (รสขมมาก )
- ตัวเหลือง สรรพคุณ แก้วัณโรค ภูมิแพ้ ปวดตามข้อ ฯลฯ
ลุงยุ้ยจ้างเยาวชนและผู้สูงอายุช่วยกันหั่นสมุนไพรในวันเสาร์อาทิตย์ มีผู้มาศึกษาดูงานจากทั่วประเทศ รวมทั้ง สปป.ลาว ทำให้หมู่บ้านวังกะจับเป็นหมู่บ้านต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียงของจังหวัดสิงห์บุรี ลุงยุ้ยรับรักษาและแนะนำในช่วงบ่ายถึงเย็น โดยไม่เก็บเงินค่ารักษา ผู้ที่มาศึกษาดูงานจะมีความพึงพอใจ ติดใจ
กศน.ต.คอทราย จัดการศึกษาตามความต้องการของชุมชน เน้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ครู กศน. นั่งประจำอยู่ใน กศน.ตำบล ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้ของชุมชน นอกเหนือจากการจัดการศึกษาพื้นฐานแล้ว มีการจัดการศึกษาต่อเนื่องต่าง ๆ เช่นให้ความรู้เรื่อง การทำน้ำปลา สมุนไพร การทำน้ำยาล้างจาน-สบู่จากสมุนไพร น้ำดื่มสมุนไพร ( ตะไคร้ อัญชัน ว่านกาบหอย ) ฯลฯ มีการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ ฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมเช่น กลองยาว ทำซอ เล่นอังกะลุง
กศน.จ.สิงห์บุรี จะจัดอบรมเสริมทักษะด้านการถ่ายทอดความรู้ให้ภูมิปัญญาของจังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 250 คน
ถ้าสนใจจะศึกษาดูงาน ติดต่อประสานงานได้ที่
- สนง.กศน.จ.สิงห์บุรี 036-512170 http://sing.nfe.go.th/
- กศน.อ.ค่ายบางระจัน 036-535426
รายการสายใย กศน. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554
เรื่อง “โครงการศูนย์การเรียนชุมชนต้นแบบประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว)”
อัญชิษฐา บุญพรวงค์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- อัจฉรา สากระจาย ผอ.สำนักงาน กศน.จังหวัดหนองคาย
- นายสไว จันทะวงษ์ หัวหน้า กศน.เมืองหาดทรายฟอง นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว
- นายฉลอง แก้วดวงสี ประธาน ศรช.บ้านสิมมะโน เมืองหาดทรายฟอง
- กงสนิท วรบุตรดา นักวิชาการ ศรช.บ้านสิมมะโน
กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชุมชนต้นแบบประเทศเพื่อนบ้าน ใน 4 ประเทศ คือ สปป.ลาว เวียตนาม เมียนมาร์ และกัมพูชา มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เพราะไทยได้รับการยอมรับในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันว่า ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษาผู้ใหญ่หรือการศึกษานอกโรงเรียน เป็นต้นแบบได้
สนง.กศน. มอบให้ สนง.กศน.จังหวัด ที่มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นผู้ดำเนินการ โดยให้ประเทศเพื่อนบ้านนำคณะมาศึกษาดูงาน-ฝึกอบรม แล้วกลับไปสำรวจสภาพ+ความต้องการ ในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพในประเทศของตน
กศน.ของ สปป.ลาว มี ศรช. 300 กว่าแห่ง คัดเลือกเข้าโครงการ ศรช.ต้นแบบ 3 แห่ง ๆ หนึ่งคือ ศรช.บ้านสิมมะโน เมืองหาดทรายฟอง ซึ่งมีบุคลากร 7 คน เป็นผู้ที่มีเงินเดือน 4 คน และเป็นอาสาสมัครที่ไม่มีค่าตอบแทน 3 คน จัดการศึกษาทั้งสายอาชีพและสายสามัญ โดยสายสามัญจัดถึง ม.ปลาย ให้ผู้ที่อายุไม่เกิน 35 ปี เรียนได้ถึง ม.ปลาย ( กศน.เมืองหาดทรายฟอง มี ศรช. 2 แห่ง ที่บ้านสิมมะโน กับบ้านหอม )
สปป.ลาว ร่วมกับ สนง.กศน.จ.หนองคาย ดำเนินการโดย
1. นำคณะ 27 คน จาก 3 ศรช.ต้นแบบ มาศึกษาดูงานที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย 3 แห่ง
2. ฝึกอบรมกระบวนการบริหารและการจัดการ ศรช.
3. ฝึกอบรมวิชาชีพ โดยร่วมกันสำรวจสภาพและความต้องการของชาวบ้านก่อน เช่น สำรวจสภาพบ้านสิมมะโนพบว่ามีการปลูกกล้วยน้ำว้ามาก เมื่อฝึกอบรมวิชาชีพที่เหมาะสมแล้ว กลับไปจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพที่ ศรช.ต้นแบบ ใน สปป.ลาว
อาชีพที่ฝึกอบรมไป คือ
1. การทำอาหาร ( การแปรรูปจากกล้วย กล้วยฉาบ กล้วยอบเนย กล้วยทอดกรอบ, ปาท่องโก๋, ซาลาเปา )
2. ซ่อมเครื่องยนต์เล็ก
3. ช่างซ่อมโทรศัพท์มือถือ ( เปิดรับซ่อมใน ศรช. )
4. การปลูกต้นแก้วมังกร
5. การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า ( ชาวบ้านนำไปประยุกต์ประกอบอาชีพ รายได้ดีกว่าช่างซ่อมเครื่องยนต์เล็ก )
6. การทำปุ๋ยชีวภาพ
สำนักงาน กศน. มีนโยบายจะดำเนินการต่อ แม้งบประมาณกระทรวงการต่างประเทศจะหมดโครงการแล้ว โดยจะหาเงินสนับสนุนทั้งจากประเทศไทยและ สปป.ลาว เพื่อขยายไปยังเมืองต่าง ๆ ของ สปป.ลาว
รายการสายใย กศน. วันที่ 31 มกราคม 2554
เรื่อง “การเรียนการสอนออนไลน์ e-Learning”
อัญชิษฐา บุญพรวงค์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- อ.ทองจุล ขันขาว ครูชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคกลาง
- อ.นฤมล อันตะริกานนท์ ครูชำนาญการพิเศษ สถาบัน กศน.ภาคกลาง
เดิม ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนภาค เป็นศูนย์วิจัยพัฒนา เช่นวิจัยพัฒนาหลักสูตรและอบรมพัฒนาบุคลากร เมื่อมีการปฏิรูปการศึกษา ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถาบัน กศน.ภาค ยังเป็นสถานศึกษา มีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง แบบทางไกล และทำการวิจัยสนับสนุนต่าง ๆ รวมทั้งจัดทำแบบทดสอบหลักสูตร กศน.ขั้นพื้นฐาน
ในส่วนของการจัดหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง สถาบันพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภาคกลาง (สถาบัน กศน. ภาคกลาง) จ.ราชบุรี http://central.nfe.go.th/ มีการจัดการเรียนการสอนออนไลน์เกือบ 70 วิชา เป็นหลักสูตรสั้น ๆ จบในตัว ใช้ประโยชน์ได้ สนองความต้องการของประชาชนและการเปลี่ยนแปลงของโลก
มีวิธีเรียนหลายรูปแบบ คือ
- เรียนด้วยตนเองตามอัธยาศัย ( เรียนฟรี ) ที่ http://www.crnfe.ac.th/ มีทั้งแบบไม่ต้องลงทะเบียนเรียน และแบบต้องลงทะเบียนเรียน เช่น หลักสูตร การสร้างบทเรียน Online ด้วย Adobe Captivate 5, การสร้างเว็บเพจด้วย Dreamweaver , การทำเว็บบล็อกด้วย BlogSpot, การตัดต่อวิดีโอเผยแพร่บนเว็บไซต์ YouTube, การสร้างเว็บไซต์ ด้วยระบบสำเร็จรูป CMSMS, สร้าง VCD ด้วย ProShow Gold, เทคนิค การแต่งภาพด้วย Gimp ฯลฯ
- เรียนด้วยตนเองผ่านเว็บ + ขอสอบ ( ได้รับวุฒิบัตร ) ค่าใช้จ่าย 310 บาท
- เรียนด้วยตนเองผ่านเว็บ + สื่อ + ฝึกทักษะเพิ่ม
- เรียนด้วยตนเองจากสื่อ + เว็บ + สัมมนา เช่นหลักสูตรการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ค่าใช้จ่าย 1,500 บาท มีการสัมมนา 2 วัน 1 คืน ดูรายละเอียดได้ที่เว็บศูนย์แนะแนว กศน.ภาคกลาง http://guidance.crnfe.ac.th
- เรียนด้วยตนเองผ่านเว็บ + สื่อ + เข้าค่าย กลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน. เน้นทักษะการอ่าน+การค้นคว้าทาง ICT+ทดลองออกอากาศรายการโทรทัศน์
หลักสูตรต่าง ๆ แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ
1. หลักสูตร e-Learning มี 53 หลักสูตร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และมีเรื่องอื่น ๆ เช่น ความรู้พื้นฐานด้านสถิติ, เรียนภาษาอังกฤษ มีผู้เรียนแล้วประมาณ 17,000 คน
2. หลักสูตร e-Trainning มี 8 กลุ่มวิชา เช่น กลุ่มวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระทักษะการดำเนินชีวิต กลุ่มสาระการพัฒนาสังคม รวม 14 วิชา เช่น การใช้หลักสูตรการศึกษานอกระบบ 51
3. หลักสูตร tailor-made จัดตามความต้องการของผู้รับบริการเฉพาะกลุ่ม
นอกจากนี้ยังมีบริการ
- ให้สำเนา VCD/CAI
- คลังหลักสูตรระยะสั้น http://curbase.crnfe.ac.th
- ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ เช่น โปรแกรมกองทุนหมู่บ้าน โปรแกรมธนาคารโรงเรียน
ขอบคุณอ.เอกนะคะ ที่ชมรายการแล้วยังสรุปให้น้อง ๆ ด้วย
ครับ เป็นเพียงการสรุปสั้น ๆ ไม่ครอบคลุมทุกประเด็นหรอกนะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ เอก มีแนวทางการอบรมการนำเสนอรายการ....บ้างไหมค่ะ
ไม่มีครับ
"การนำเสนอรายการ" มันเป็นยังไง รายการอะไรหรือครับ
อาจารย์ไม่ขึ้นสายใย กศน. วันที่ 21 ก.พ 54 ให้อ่านด้วย
ขึ้นสายใย กศน. วันที่ 21 ก.พ.54 แล้วนะครับ
ขอขอบคุณมาก ที่แบ่งปันให้กับพี่น้อง ชาว กศน.
ขออนุญาตติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของอ.เอกชัยด้วยครับ..มีอะไรชี้แนะผมไมตรี กศน.นนทบุรีด้วยครับอาจารย์
ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ คุณกมลนันท์ และ