การพัฒนาสิทธิในสถานะบุคคลของคนที่มีข้อเท็จจริงเป็นคนสัญชาติไทย

วิษณุ : อดีตเด็กไร้รัฐ กับ ก้าวแรกของการเป็นคนสัญชาติไทย

                “ครับ ครับ  ผมคิดว่าไปได้ครับ เดี๋ยวผมรีบออกมาจัดการครับ” เสียงปลายสายโทรศัพท์ของน้องชายที่ฟังดูตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้ข่าวว่า วันพรุ่งนี้จะมีคนพาไปจัดการเรื่อง การมีสัญชาติไทยของเขาเสียที ทำเอาคนที่อาสาพาไปอย่างเราตื่นเต้น และกังวลไม่น้อยเลยว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง โชคดีที่การพาวิษณุไปยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยตาม ม. 23 พรบ.สัญชาติ(ฉบับที่ 4)2551 ครั้งนี้ มือใหม่อย่างเรามี อ.ชลฤทัย หรือพี่ชล คอยเป็นที่ปรึกษา เป็นครูสอน และเป็นผู้นำทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ตลอดทริป

                วิษณุ เป็นด็กไทยที่เกิด ณ โรงพยาบาลบ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2537 จากแม่ปัจจราซึ่งเป็นคนสัญชาติไทยโดยหลักดินแดน ซึ่งเกิดจากพ่อแม่ที่เป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ชอบ แม่ปัจจราจึงถูกถอนสัญชาติไทยโดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 (ปว 337) และวิษณุคือลูกของพ่อเล็ก ซึ่งเป็นคนเชื้อสายมอญ เดินเท้าเข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2525

                แม้ว่าวิษณุจะเกิดในโรงพยาบาล และได้รับเอกสารรับรองการเกิด ทร.1/1 ตอน 1 จากโรงพยาบาล แต่วิษณุก็ต้องตกเป็นเด็กไร้รัฐในสังคมไทยมาเป็นเวลาถึง 15 ปี เพราะเหตุที่ทำ ทร.1/1 ตอน 1 หายจึงไม่ได้แจ้งเกิดกับทางอำเภอบ้านโป่ง จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2553 เหล่านักกฎหมายและผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลาย ได้ช่วยกันขจัดความไร้รัฐให้กับเด็กชายคนนี้ โดยวิษณุ ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการสำรวจและจัดทำทะเบียนบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน พ.ศ.2548 ซึ่งออกตามยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิบุคคลเมื่อวันที่ 18 มกราคม2548....วิษณุ ได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรประเภททะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ทร 38 ก มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 0 ในที่สุด

                แต่หนทางการพัฒนาสิทธิในสถานะบุคคลของเด็กชายคนนี้ยังไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ทั้งนี้เพราะวิษณุเป็นบุตรของแม่ที่มีข้อเท็จจริงเป็นคนสัญชาติไทยแต่ถูกถอนสัญชาติโดย ปว 337 ส่วนตัววิษณุเองเกิดในประเทศไทยก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2551 และไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ตาม ม.7ทวิ วรรค1 แห่งพระราชบัญญัตสัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535  ข้อเท็จจริงของวิษณุจึงเข้าลักษณะของคนกลุ่ม 3 ตาม ม.23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ 4) 2551 และเมื่อน้องเป็นคนที่อาศัยอยู่จริงในประเทศไทยโดยมีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร และเป็นผู้มีความประพฤติดี จึงมีสิทธิที่จะยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยตามได้ ...และวันนี้เองที่เราทุกคนต่างภาวนาว่า น้องชายคนนี้จะได้เริ่มต้นนับหนึ่ง กับกระบวนการที่จะมีสิทธิและใช้สิทธิในสัญชาติไทย

                เช้าวันที่ 18 ม.ค.2554 เราโทรศัพท์นัดแนะกับทางเทศบาลตำบลพระสมุทรเจดีย์ สำนักทะเบียนท้องถิ่นที่วิษณุมีภูมิลำเนาอยู่ว่าจะขอพาวิษณุไปยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยตาม ม.23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ 4) 2551 การตอบรับของเจ้าหน้าฝ่ายทะเบียนทำเอาใจโหวงๆ อย่างกังวลไม่น้อย เพราะเจ้าหน้าที่เล่าว่า “ทางเทศบาลยังไม่เคยมีกรณีมายื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยตาม ม.23 มาก่อน คงจะต้องขอเวลาศึกษาข้อกฎหมายก่อนรับคำร้อง น่าจะเป็นเรื่องยาก” !!! แต่ในเมื่อน้องวิษณุเตรียมพยานเอกสารประกอบการยื่นคำร้อง และพยานบุคคลไว้แล้ว พวกเราก็ต้อง ลุยเท่านั้น !

                ทีมของพวกเรา น้องวิษณุ แม่ปัจจรา และคุณครูผู้ใจดีของวิษณุมาถึงเทศบาลตำบลพระสมุทรเจดีย์ วิษณุได้เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นคำขอมาพร้อมกันด้วยคือ

Ø หนังสือรับรองการเกิด ทร20/1 ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้รับรองว่าวิษณุเกิดในประเทศไทยตามวันเวลาที่ระบุไว้

Ø ทะเบียนประวัติประเภทบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ทร 38ก  ซึ่งเป็นเอกสารทางทะเบียนราษฏรที่ยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวมีชื่อและรายการบุคคลอยู่ในทะเบียนราษฏรของประเทศไทย

Ø บัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน เลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 0

Ø รูปถ่ายหน้าตรงของวิษณุผู้ยื่นคำขอ ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป

Ø หนังสือรับรองการเกิด ทร20/1ของแม่ปัจจรา เพื่อใช้ยืนยันว่าแม่ของน้องวิษณุเกิดในประเทศไทย ตามวันและเวลาที่ได้รับผลกระทบจาก ปว 337 และมีสิทธิในสัญชาติไทยตาม ม.23 พระราชบัญญัติสัญชาติ(ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551

Ø และพยานเอกสารอื่น ๆ เช่น หลักฐานทางการศึกษา ประกาศนียบัตรทำคุณงามความดี

ส่วน อ.ชลฤทัย และคุณครูของน้องวิษณุ ก็ร่วมเดินทางมาเพื่อเป็นพยานรับรองการอาศัยอยู่และความประพฤติของวิษณุ เนื่องจากต้องใช้พยานบุคคลที่น่าเชื่อถือจำนวนอย่างน้อย 2 คน

อย่างที่ว่า “ของมีค่ามักต้องใช้ความพยายามเพื่อให้ได้มา” (และเราก็จะได้สัมผัสถึงค่าของมันจริง ๆ)

เจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนตรวจสอบหลักฐานของน้องวิษณุ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่อ้างว่า วิษณุจะต้องมีสูติบัตรหรือหนังสือรับรองสถานที่เกิด ส่วนหนังสือรับการเกิด ทร20/1 นั้นใช้ไม่ได้  แต่เมื่อพวกเราได้อธิบายถึงเหตุที่วิษณุไม่ได้แจ้งเกิดในกำหนดจึงไม่มีสูติบัตร และหนังสือรับรองการเกิดของวิษณุฉบับนี้ก็เป็นเอกสารทางทะเบียนราษฎร ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตาม ม.20/1 แห่ง พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 สามารถใช้เป็นเอกสารรับรองได้ว่าบุคคลที่มีชื่อนั้นเป็นผู้เกิดในประเทศไทยจริง ตามหลักเกณฑ์ในหนังสือสั่งการ มท. 0309.1ว/9489

ประเด็นต่อมาที่เรายังคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่านางปัจจราที่มายังเทศบาลตำบลพระสมุทรเจดีย์ คือ “นางปัจจรา ศรีวาร”  ซึ่งเป็นชื่อที่ระบุว่าเป็นมารดาของวิษณุ ในหนังสือรับรองการเกิด (ทร 20/1)ของวิษณุ นั้น เป็นบุคคล คนเดียวกันกับ “นางปัจจรา (ไม่มีนามสกุล)” ซึ่งเป็นชื่อที่ระบุในหนังสือรับรองการเกิด (ทร20/1) ของนางปัจจราเอง  ทั้งนี้เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่าชื่อทั้งสองเป็นของบุคคลคนเดียวกัน และเจ้าของชื่อนั้นก็คือ แม่ของวิษณุ  หญิงซึ่งมาปรากฎตัวยังเทศบาลตำบลพระสมุทรเจดีย์ หากเราพิสูจน์ได้เช่นนี้แล้ว ก็สามารถใช้เอกสารหนังสือรับรองการเกิดทั้งสองฉบับดังกล่าวซึ่งมีความสัมพันธ์กัน รับรองยืนยันถึงวันเวลาและสถานที่เกิดของแม่ของน้องวิษณุ  ซึ่งมีผลต่อการมีสิทธิยื่นคำขอลงรายการสัญชาติไทยตาม ม. 23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ของน้องวิษณุต่อไป

ด้วยเหตุนี้เอง เจ้าหน้าที่บริหารงานทะเบียนจึงขอเลื่อนการสอบปากคำพยานไปก่อน และจะขอศึกษาข้อกฎหมาย รวมถึงประเด็นสำคัญที่จะต้องสอบพยาน โดยในครั้งหน้าจะขอนัดสอบพยานบุคคลเพื่อยืนยันว่า นางปัจจรา และ นางปัจจรา ศรีวาร เป็นบุคคลคนเดียวกันก่อน  แล้วจึงสอบพยานบุคคลที่รับรองการอาศัยอยู่ของวิษณุ รวมถึงสอบปากคำเจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน ประเภท ทร.14 ซึ่งวิษณุจะย้ายชื่อเข้าไปเมื่อได้รับอนุมัติให้ลงรายการสัญชาติไทยแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในวันนี้พวกเราและน้องวิษณุก็ไม่ได้มาเสียเทียวเพราะเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องก็ยินยอมให้วิษณุได้กรอกคำขอในแบบคำขอลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตาม ม.23 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4)พ.ศ. 2551 และได้มอบสำเนาแบบคำขอที่กรอกรายละเอียดแล้วไว้ให้วิษณุไว้เป็นหลักฐาน ณ เวลานี้เองที่น้องวิษณุได้เดินก้าวแรกและเป็นก้าวที่สำคัญที่จะได้ใช้สิทธิในสัญชาติไทยต่อไปในอนาคต

 

...เชื่อจริงๆ ว่าทั้งตัววิษณุ แม่ปัจจรา พ่อเล็ก และกองเชียร์ คงภาวนาให้เราได้รับการติดต่อกลับจากเทศบาลตำบลพระสมุทรเจดีย์โดยเร็ววัน เพราะนั่นหมายถึงกระบวนการยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทยของวิษณุได้ดำเนินไปในขั้นการสอบพยาน และการเป็นคนสัญชาติไทยโดยบริบูรณ์ของวิษณุก็ใกล้เข้ามาทุกที