“เมืองสวด” ในอดีตที่มีประวัติศาสตร์การสร้างบ้านแปงเมือง และพัฒนาตนเองมายาวนาน จนกระทั่งได้รับการตั้งเป็น“อำเภอบ้านหลวง”จังหวัดน่าน ในปัจจุบัน
ผู้คนที่นี่มีประวัติศาสตร์ของการต่อสู้เพื่อปกป้องผืนป่าไว้ให้ลูกหลานจนเป็นตำนานบ้านหลวงหวงป่า เป็นแบบอย่างของการต่อสู้ที่ได้รับการเล่าขานไปอย่างกว้างขวาง
นอกจากการอนุรักษ์ผืนป่าและสายน้ำสวด น้ำพี้ ที่หล่อเลี้ยงคนบ้านหลวงแล้ว ชาวบ้านที่นี่ยังคงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีไว้อย่างเหนียวแน่น
ชาวบ้านหลวงจึงมีความรัก ความผูกพันกัน ผ่านสายป่านของผืนป่า สายน้ำ และวัฒนธรรมของท้องถิ่น ด้วยชัยภูมิของพื้นที่ที่โอบล้อมด้วยผืนป่าและขุนเขา ที่นี่จึงมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์
ชาวบ้านส่วนใหญ่ยึดการเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง และไม้ผล นอกจากนี้ชาวบ้านยังมีหาของป่ามากินและขายเป็นรายได้เสริม เช่น ผักหวาน ไข่มดแดง หวาย ต๋าว และหน่อไม้ โดยเฉพาะหน่อไม้ นอกจากจะขายเป็นหน่อไม้สดแล้ว ชาวบ้านก็มีภูมิปัญญาในการทำหน่อไม้ดอง หน่อไม้ปิ๊บเอาไว้กินและขายในช่วงนอกฤดูกาลอีกด้วย เรียกว่าเกือบทุกหลังคาเรือนจะมีหน่อไม้ปิ๊บ หน่อไม้ดองไว้กินประจำในครอบครัว
ชาวตำบลสวด มีการพึ่งพาช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสังคมอย่างบ้านพี่เมืองน้องชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถจัดการกับปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดี เวลามีงานต่างๆก็จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการรวมกลุ่ม/ชมรม เช่น อสม. ,สารวัตรอาหาร, ผู้สูงอายุ, อพปร., มีองค์การบริหารส่วนตำบลสวดให้การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาชุมชน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวด เดิมเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลบ้านหลวง ซึ่งเป็นอาคารโรงพยาบาลขนาด 10 เตียง ซึ่งโรงพยาบาลได้ย้ายไปอยู่ตำบลป่าคาหลวง ได้มีการปรับปรุงอาคารสถานที่ และภูมิทัศน์ เริ่มให้บริการประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2542 จนกระทั่งวันที่ 23 กรกฎาคม 2542 ได้รับอนุมัติจากกระทรวงให้เพิ่มส่วนราชการเป็นสถานีอนามัยตำบลสวด และเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2552 ได้รับการยกฐานะเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวดตามนโยบายของรัฐ ให้บริการประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ 8 หมู่บ้าน 816 หลังคาเรือน ประชากร 3,101 คน มีโรงเรียนประถมศึกษาในเขตรับผิดชอบ จำนวน 4 แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 1 แห่ง
บุคลากรด้านสาธารณสุข
1. นางสุพิน อายุยืน ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
2. นางจิรานุช ชนกนาถวดี ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (พยาบาลเวชปฏิบัติ)
3. นางณัฏณิชานันท์ บัวเงิน ตำแหน่ง เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชำนาญงาน
4. นางศรินทิพย์ ทิพย์ปัญญา ตำแหน่ง เจ้าพนักงานสาธารณสุขปฏิบัติงาน
5. นางนารีรัตน์ สมควร ตำแหน่ง ผู้ช่วยเหลือคนไข้
6. นางแสงนาย ดอนดง ตำแหน่ง ผู้ช่วยเหลือคนไข้
รพ.สต.สวด มีการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทั้งเชิงรับและเชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง มีโครงการที่โดดเด่นอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการรักษาพยาบาล การดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง งานทันตกรรมชุมชน อสม.จิตอาสา และงานส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก และอีกหลายด้าน แต่นวัตกรรมที่โดดเด่นมากได้แก่ เรื่อง “สารวัตรอาหาร”
นวัตกรรมเด่น “โครงการอาหารปลอดภัยในชุมชนโดยสารวัตรอาหาร”
ที่มา
จากวิถีชีวิตของชุมชน การเลี้ยงอาหารในงานเลี้ยงต่างๆ ส่วนใหญ่จะเลี้ยงด้วยลาบดิบ หรือไม่ได้ทำให้สุกด้วยความร้อน โดยแม่บ้าน พ่อบ้านมาช่วยกันทำอาหาร บางคนก็จะกินเหล้า สูบบุหรี่ไปด้วยระหว่างการประกอบอาหาร โดยมีเต้นท์สำหรับประกอบอาหารซึ่งไม่ค่อยเป็นระเบียบ และบางครั้งก็ปูเสื่อประกอบอาหารกับพื้น และในการเสิร์ฟอาหารก็จะมีถุงน้ำปลาเล็กๆ สำหรับเติม และจะมีการเลี้ยงอาหารว่างด้วยขนมปังปี๊บ/ลูกอม และเมื่อมีลาบดิบก็ต้องมีการดื่มเหล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานบุญแห่ครัวตานเข้าวัด จะดื่มเหล้ากันมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุและการทะเลาะวิวาทบ่อยครั้ง และเกิดเหตุการณ์อาหารเป็นพิษ จากการกินอาหารในงานเลี้ยง ซึ่งเกิดจากการกินหน่อไม้ปี๊บ ที่ปรุงโดยไม่ได้ผ่านความร้อน และอาหารเป็นพิษจากการรับประทานลูกชิ้นปลาในต้มจืดที่งานเลี้ยงซึ่งเกิดกับคนหมู่มากที่มาร่วมงาน
แรงบันดาลใจ
- ในการประกอบอาหารเพื่อเลี้ยงคนหมู่มาก อยากให้ทำให้สุก สะอาด การทำที่ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร รวมทั้งสุขนิสัยส่วนบุคคลของผู้ประกอบอาหารด้วย
- อยากให้คนที่มาร่วมงาน ซึ่งมีจิตช่วยเหลือซึ่งกันและกันแสดงถึงความเข้มแข็งของชุมชนได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย
- เพื่อเป็นการรณรงค์การลดอาหารหวาน มัน เค็ม ไม่สูบ ไม่ดื่ม ในชุมชน เป็นการกระตุ้นให้เกิดในทุกครอบครัวด้วย
สิ่งที่อยากให้เกิด
- ในงานเลี้ยงต่างๆมีการเลี้ยงอาหารที่ปรุงสุก สะอาด สถานที่ประกอบอาหารที่สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย
- เปลี่ยนการเลี้ยงอาหารว่างด้วยขนมปังปี๊บ/ลูกอม เป็นขนมพื้นบ้านและผลไม้ตามฤดูกาลเพื่อเป็นการรณรงค์ลดอาหารหวาน มัน เค็ม
- ไม่มีการเลี้ยงเหล้าในงานศพและไม่เล่นการพนัน เพราะเป็นงานที่เจ้าภาพทุกข์โศกอยู่แล้ว งานบุญแห่ครัวตานเข้าวัด
กิจกรรมที่ทำ
- ประชุมชี้แจงทุกหมู่บ้านขอความร่วมมือกับผู้นำชุมชน ในการจัดสุขาภิบาลอาหารในงานเลี้ยงต่างๆ
- จัดเวทีประชาคม สร้างมาตรการชุมชน (ไม่นำอาหารดิบขี้นโต๊ะเลี้ยงแขกในงานเลี้ยงต่างๆ ไม่เลี้ยงเหล้าในงานศพ งานบุญแห่ครัวตานเข้าวัด อาหารว่างในงานต่างๆให้จัดเป็นขนมพื้นบ้าน และผลไม้ตามฤดูกาล ไม่มีน้ำปลาให้เติมในโต๊ะอาหาร) ในการจัดงานเลี้ยงต้องขออนุญาตประกอบอาหาร
- อบรมแกนนำแกนนำสารวัตรอาหาร หมู่บ้านละ 10 คน เพื่อดูแลการประกอบอาหารให้ถูกหลักสุขาภิบาลอาหาร และมีการอบรมฟื้นฟูปีละครั้ง รวมทั้งมีการสรุปถอดบทเรียนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้น
- ในการประกอบอาหารในงานเลี้ยงต่างๆ สารวัตรอาหารจะจัดผู้ที่เข้าประกอบอาหาร ต้องมีสุขนิสัยที่ดีตามหลักสุขาภิบาลอาหาร จัดเขตประกอบอาหารเป็นสัดส่วน สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้า และเมนูอาหารเน้นพืช ผัก พื้นบ้านตามฤดูกาล ลดการซื้อวัตถุดิบจากที่อื่น
- ขอสนับสนุนงบประมาณจาก อบต.สวด ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการจัดเขตประกอบอาหารให้กับทุกหมู่บ้าน เช่น สแลมล้อมเขตประกอบอาหาร โต๊ะประกอบอาหาร ถังขยะ ที่ล้างมือ ที่วางถ้วยชาม ผ้ากันเปื้อน ป้าย ฯลฯ
ผลที่เกิดขึ้น
- งานเลี้ยงทุกงานไม่มีลาบดิบขึ้นโต๊ะ มีการเลี้ยงอาหารที่ปรุงสุกสะอาด ไม่มีน้ำปลาเติมบนโต๊ะ
- อาหารว่างเป็นขนมพื้นบ้าน ผลไม้
- ประหยัด สามารถลดค่าใช้จ่ายในด้านอาหาร มีจุดปรุงอาหารที่เดียว
ความสำเร็จ
- ในงานเลี้ยงต่างๆประชาชนไม่ป่วยด้วยโรคอาหารเป็นพิษ อุจาระร่วงลดลง
- ชุมชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ละหมู่บ้านพัฒนาตนเอง
- ไม่มีการทะเลาะวิวาทในงานเลี้ยง งานบุญเข้าวัด
ความภาคภูมิใจ
- สามารถผลักดันให้ชุมชนลดการเลี้ยงลาบดิบขึ้นโต๊ะเลี้ยงแขก ลดการกินเหล้าในงานศพ งานบุญเข้าวัด
- รณรงค์ให้ชุมชนลดอาหารหวาน มัน เค็ม ไม่สูบ ไม่ดื่มได้ผลดี
- เป็นต้นแบบขยายไปไปยังพื้นที่ต่างอำเภอ และต่างจังหวัด มีคนมาศึกษาดูงานอยู่เสมอๆ
ปัจจัยเงื่อนไขความสำเร็จ
- กลุ่มผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง งานต่างๆ ถ้าสามารถดึงผู้นำเข้ามามีส่วนร่วมได้งานก็จะสำเร็จด้วยดี
- เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่มีศักยภาพดี คอยติดตาม เยี่ยมเยือน ติชม กลุ่มสารวัตรอาหารที่ปฏิบัติงานในงานเลี้ยง ตลอดทุกงาน ทำให้สารวัตรอาหารมีกำลังใจที่จะพัฒนางานของหมู่บ้านของตนให้ดีขึ้น
- มีการอบรมสารวัตรอาหารต่อเนื่องทุกปี มีการถอดบทเรียนในการทำงานของสารวัตรอาหารตลอดทำให้สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง
- จัดหาสิ่งสนับสนุน ของขวัญ สิ่งตอบแทน น้ำใจเล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับสารวัตรอาหาร เช่น เสื้อยืดทีมสารวัตรอาหารตำบลสวด เพราะสารวัตรอาหารอาสามัครมาทำงานโดยไม่ได้สิ่งตอบแทน
บทเรียนที่ได้รับ
- การทำงานในชุมชนถ้าได้ใจของผู้นำชุมชนก็จะได้ชุมชนทั้งหมด
- การทำงานกับชุมชนเจ้าหน้าที่ต้องออกไปเยี่ยมเยือนชุมชนบ่อยๆ จึงจะได้รับความร่วมมือที่ดี
สิ่งที่จะดำเนินการต่อ
- อบรมพัฒนาศักยภาพ สารวัตอาหาร ให้สามารถตรวจสารปนเปื้อนในอาหารด้วยชุดตรวจสอบเบื้องต้นได้ รวมทั้งการทดสอบ ไอโอดีนในเกลือด้วยและพัฒนาให้สารวัตรอาหารดูแล ตรวจสอบ ร้านขายของชำ ร้านจำหน่ายอาหารในหมู่บ้าน รวมทั้งตลาดสดด้วย เพื่อให้ชุมชนสามารถดูแลตนเอง ด้านอาหารปลอดภัยในชุมชนได้ครบทุกด้าน
- ส่งเสริมให้ใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงอาหาร และน้ำที่เสิร์ฟในงานเลี้ยงต่างๆเป็นน้ำเสริมไอโอดีน
- จัดตั้งสภาสารวัตรอาหารระดับอำเภอ
...................................................................
จากการแปรวิกฤตเป็นโอกาสครั้งนั้น ทำให้ประชาชนที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมงานบุญประเพณีหรืองานเลี้ยงต่างๆ ในบ้านหลวง เห็นถึงรูปแบบการจัดอาหารในงานเลี้ยงที่ดีและปลอดภัยเช่นนี้ก็นำไปเล่าต่อๆ กัน
มีกลุ่มเข้ามาศึกษาดูงานหลายพื้นที่ รวมทั้งการเชิญทีมสุขภาพบ้านหลวงไปเป็นวิทยากรให้แก่ชุมชนอื่นๆ เช่น อำเภอเมือง, ภูเพียง, แม่จริม, ท่าวังผา, นาหมื่น และต่างจังหวัด ทำให้ “สารวัตรอาหาร”อำเภอบ้านหลวงกลายเป็นแบบอย่างของการปฏิบัติดีที่ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ
และผลแห่งการทำความดี ทำให้ คุณจิรภา แก้วใหม่ อสม.และสารวัตรอาหารบ้านดอนหล่ายทุ่งตำบลสวดได้รับรางวัล อสม.ดีเด่นสาขาคุ้มครองผู้บริโภค ของภาคเหนือ ในปี ๒๕๕๒ เป็นรางวัลแห่งความดีเป็นน่าภาคภูมิใจของคนบ้านหลวงยิ่งนัก
...............................................................
สายน้ำสวดยังคงไหลรินหล่อเลี้ยงคนบ้านหลวงอย่างไม่ขาดสาย กระบวนการพัฒนาอาหารปลอดภัยก็ยังคงดำเนินไปอย่างไม่หยุดนิ่ง
ในงานเลี้ยงของชุมชนได้มีการนำผลไม้ตามฤดูกาลหรือขนมพื้นเมืองมาเลี้ยงแขกแทนการเลี้ยงขนมปังปิ๊บ ลดการปรุงอาหารหวาน มัน เค็ม และไม่เสริฟเครื่องปรุง เช่น น้ำปลาในถาดอาหารในงานเลี้ยง รวมไปถึงการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว ผักปลอดสารพิษ มาใช้ในการปรุงอาหาร เพื่อให้ได้อาหารที่ปลอดภัยมากขึ้น
...............................................................
จากวิกฤตครั้งนั้น ส่งผลให้เกิดความสำเร็จในวันนี้ด้วยความร่วมมือร่วมแรงของชุมชน และการหนุนเสริมของภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เป็นทั้งแรงกาย แรงใจ ทุน และปัญญา ในการจะช่วยกันดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ของชาวบ้านหลวงด้วยกันเอง
...............................................................
แล้ววันนี้การไปกินข้าวในงานเลี้ยงที่บ้านหลวงจึงไม่ต้องกังวลถึงความไม่ปลอดภัยของอาหารอีกต่อไปแล้ว เพราะมีสารวัตรอาหารที่คอยควบคุมดูแลการประกอบอาหารอย่างเข้มแข็ง ไม่แพ้เชฟมือทองของห้องครัวในโรงแรมเลยทีเดียว
นี่คือการกินและอยู่ ที่ใส่ใจต่อสุขภาพ ที่ควรแก่การยกย่องและควรเอาเป็นแบบอย่างยิ่งนัก
..............................................
ขอบคุณ เนื้อหาและภาพ จาก รพ.สต.สวด และทีมงานบูรณาการเชิงรุก
อายุสั้นหรือยาวก็อยู่ที่การกินนี่แหละครับ จริงเปล่าครับ