ดร. ป๊อป รับหน้าที่ถอดบทเรียนการเสวนาประสบการณ์การประเมินและบำบัดเด็กที่มีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ เวลา 13.00-16.30 น. วันที่ 12 ม.ค. 54 ณ โรงแรมพัก พิง อิงทาง อ.เมือง จ.นนทบุรี
ขอขอบพระคุณ สปสช และสมาคมนักกิจกรรมบำบัดฯ ที่จัดเสวนานักกิจกรรมบำบัดผู้เชี่ยวชาญ - รศ.สร้อยสุดา อ.ดร.สรินยา ผศ. ดร.สุภาพร พี่ชลธิชา พี่จินตนา พี่โฉมยงค์ คุณพรสวรรค์ พี่สมศักดิ์ และสหวิชาชีพทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สหวิชาชีพที่ให้บริการช่วยเหลือการพัฒนาเด็กที่มีความเสี่ยงต่อภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ ได้แก่ นักกิจกรรมบำบัด นักการศึกษาพิเศษ นักจิตวิทยาคลินิก นักกายภาพบำบัด นักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย กุมารแพทย์ จิตแพทย์ ฯลฯ เป็นต้น
ประเด็นสำคัญในการพัฒนางานบริการเด็ก Learning Disorders หรือมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ตลอดจนกลุ่มเด็กที่บกพร่องด้านพัฒนาการและมีความเสี่ยงต่อภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ ดังนี้
1. PROACTIVE 3B (BRAIN, BODY, BRAVEHEART): สหวิชาชีพควรพัฒนาตนเองให้รู้จักใช้ตัวเองเป็นสื่อในการบำบัด (Therapeutic Use of Self) ปรับสิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกตัวเองให้มีความตื่นตัวในการสร้างกระบวนการการสอนและการเรียนรู้ที่คลินิก บ้าน โรงเรียน และชุมชน สร้างแรงบันดาลใจเรียนรู้กลยุทธ์ในการพัฒนาเด็ก LD ให้เกิดประสิทธิผลและประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ LD และแนวทางการพัฒนาเด็ก LD อย่างใคร่ครวญ และศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อระบบการบริการเด็ก LD เช่น เศรษฐานะผู้ปกครอง การให้คำแนะนำครูในห้องเรียน การให้ Home Program แก่ผู้ปกครองที่บ้าน การคัดกรองพัฒนาการเด็กที่สมวัย การคัดกรองแยกเด็ก LD และเด็กที่มีความต้องการพิเศษอื่นๆ เป็นต้น
2. PROFESSIONAL COMMUNICATION: แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสหวิชาชีพ วิจัยและพัฒนาแนวทางตามเหตุผลทางคลินิกระหว่างสหวิชาชีพ ประชาสัมพันธ์บทบาทสหวิชาชีพโดยเฉพาะนักกิจกรรมบำบัดที่มีบทบาทเด่นในเด็ก LD ในเรื่องการประเมินและการจัดโปรแกรมเพิ่มทักษะ (ความสุขความสามารถ) ในการพัฒนาเด็กด้านต่างๆ ของการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ได้แก่ Educational Activities as Work for Kids (กิจกรรมการเรียนรู้เสมือนการทำงานในเด็กผ่านทักษะวิชาการและทักษะการเล่น) ทักษะการจัดการอารมณ์ ทักษะการรับความรู้สึก ทักษะการบูรณาการการรับความรู้สึก ทักษะการรับรู้ (โดยเฉพาะการรับรู้ทางการมองเห็น) ทักษะการรู้คิด ทักษะการสื่อสาร ทักษะการทำกิจกรรมทางสังคม ฯลฯ ซึ่งสามารถหัวข้อจาก Occupational Performance Profile ได้ นอกจากนี้นักกิจกรรมบำบัดควรนำเสนอกรณีศึกษาหรือกรอบความคิดที่ชัดเจนในลักษณะการจัดการความรู้ (Knowledge Managment, KM) และการแปลความรู้ (Knowledge Translation, KT) แก่สหวิชาชีพ ครู ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก LD ทั้งที่เป็น Occupational Performance/Functional Skills Approach, Sensory Integration, Visual Perception Frame of Reference และอื่นๆ ตามหลักการและเหตุผลทางคลินิกที่เหมาะสม และควรบูรณาการรูปแบบแนวคิดของสหวิชาชีพอื่นๆ ด้วยเพื่อประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการประเมินผลลัพธ์และการจัดโปรแกรมต่างๆ แบบมืออาชีพ
3. PROGRAM EVALUATION & DEVELOPMENT: นักกิจกรรมบำบัดและสหวิชาชีพมีการประเมินผลลัพธ์จากแบบประเมินมาตราฐานที่มากกว่าหนึ่ง มีการบันทึกและรายงานผลที่มีหลักฐานทางคลินิกเชิงปริมาณโดยการแปรผลลัพธ์เปรียบเทียบกับค่า Norms หรือรูปธรรมอื่นๆ และเชิงคุณภาพโดยการสังเกตทางคลินิก มีการระบุความถี่ของโปรแกรมอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์และปรับเป้าประสงค์ใน 2-4 สัปดาห์ มีการสรุปปัญหาของเด็ก LD อย่างละเอียด รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีการประเมินซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง ตามบริบทที่คลินิก บ้าน โรงเรียน มีการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ มีการปรับสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง มีกระบวนการประเมินและจัดโปรแกรมที่เป็นระบบร่วมกับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (เช่น early intervention, effective Frame of Reference) ทั้งนี้ควรมีระบบส่งต่อจากสหวิชาชีพ/หน่วยงานที่ให้บริการเด็ก LD ที่ชัดเจน มีการประสานงานเพื่อลำดับความสำคัญของปัญหาและการพัฒนาเด็กที่สอดคล้องกับระบบการให้บริการในโรงเรียนหรือสหวิชาชีพอื่นๆ แบบ Part-time Full-time หรือ Day-care รวมถึงบริบทของหน่วยงานเอกชนที่ผู้ปกครองลงทุนและคาดหวังรูปธรรมสูงกว่าหน่วยงานรัฐบาล
4. PROGRESSIVE EDUCATION: สหวิชาชีพแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแปลความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เห็นอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ และคุณค่าของการให้บริการเด็ก LD ตามบริบทไทยอย่างยั้งยืน มีการฝึกอบรมและเรียนรู้ด้วยการลงมือกระทำถึงฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ มีการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องในการอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆ ด้วยทฤษฎี กรอบแนวคิด หลักฐานการปฏิบัติงานทางคลินิก (Evidence Based Practice) รวมถึงการพัฒนาความเป็นผู้นำทางการเรียนรู้ทั้งองค์กรและเครือข่าย (Organizational Learning) อย่างต่อเนื่อง มีการนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงตามหลักการวิทยาศาสตร์และการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก LD