ภาคปฏิบัติ

จิต จะมีการวิ่งไปในสถานที่ต่างๆ ตามเจตสิกของเรา(เจตสิก มี  เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ซึ่งเมื่อเรามีขาดสติไม่สามารถรู้สึกได้ก็จะไม่สามารถรู้ในสิ่งที่จิตไปสัมผัสถูกต้องว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งถูก หรือสิ่งผิด หรือสิ่งที่ดี ไม่ดี หรือรับรู้อารมณ์ต่างๆ  จึงต้องมีกรรมวิธีในการดูแล ควบคุมจิต ซึ่งจะเป็นการฝึกหัดจิตให้หยุดนิ่ง หยุดเพื่อดู หยุดเพื่อรู้

๑. บริกรรมภาวนา(ท่องคำที่เป็นคุณไว้ในใจอย่างสม่ำเสมอ-เช่นพุทโธ ธัมโม สังโฆ สวดคาถาชินปัญชร หรือ สวดบทพุทธคุณ ๑๐๘)

๒. บริกรรมนิมิต(นึกรูปขององค์คุณที่เราท่องไว้ในใจ เช่นท่องพุทโธ ก็นึกรูปพระพุทธเจ้าหรือพระพุทธรูปไว้ในใจ)

การบริกรรมนั้น ก็คือทำให้เกิดทำให้มีในใจอย่างสม่ำเสมอ( ในความหมายสู่การปฏิบัติ)

เมื่อกระทำอย่างนั้นอย่างสม่ำเสมอแล้ว ทำให้จิตเกิดวิตก นึกเห็น นึกรู้อย่างสม่ำเสมอ  ใจจะติดในคำบริกรรม แล้วจะเกิดอาการท่องหรือรู้เองโดยมิได้บังคับ  นั้นก็หมายถึงการก้าวล่วงถึง อัปปณาสมาธิขั้นต้นแล้ว ( ฌานที่ ๑ ซึ่ง ประกอบไปด้วย วิตก วิจาร ปิติ สุข เอกัคตารมณ์) เมื่อการบริกรรม ทั้งสองติดในใจแล้ว อาการที่ใจท่องขึ้นมาเองโดยเรามิได้บังคับ แล้ว  ให้เพียรทำไปโดยอย่าสงสัย  มันก็จะเกิดปิติ คือ อิ่มอกอิ่มใจขึ้นมาทำให้กายเราปรับสภาพเพื่อให้สมดุลกับ จิต  (อธิบายแล้ว ในองค์ประกอบของโพชฌงค์ ๗ ข้อที่ ว่าปิติ )

ต่อฉบับหน้า-- อนุโมทนาบุญด้วยทุกท่าน