....ที่หลังบ้านมีโอ่งน้ำตั้งเรียงราย บางโอ่งแห้ง บางโอ่งยังมีน้ำขอดก้นและฉันก็ต้องขนลุก เพราะเมื่อมองลงไปมีลูกน้ำยุงลายที่รวมกันจำนวนนับไม่ได้…. โอ่งแดงอีกใบ ถูกทับถมด้วยหินอยู่รอบข้างเหลือความสูงเพียงครึ่งของโอ่ง ถัดไปข้างๆโอ่งใบนั้นมีส้วมที่มีสภาพเก่าผุพัง ที่ฉันเห็นแล้วก็ไม่กล้าเข้าไปถ่ายทุกข์ เพราะกลัวจะถล่มลงไป
“อ้าว! มายืนทำอะไรอยู่ข้างส้วมร้างนั่นล่ะ” เสียงเพื่อนบ้านร้องถามฉันด้วยความสงสัย ฉันยิ้มและรีบเดินเข้าไปสอบถามข้อมูลยายบัว .. “แกจะเดินตามหาลูกสาวทุกวันแล้วรีบกลับขึ้นบ้านก่อนมืดเพราะมองไม่เห็น ไม่มีไฟใช้หรอก เมื่อก่อนเคยมีแต่เขาตัดไฟหลายปีแล้วล่ะ..น้ำก็เหมือนกันยกเลิกไปนานแล้ว ไม่มีเงินจ่าย” ข้อมูลที่ได้ ฉันจึงเข้าใจว่าทำไมตาบัวจึง ต้องรีบขึ้นบ้านก่อนมืด และได้คำตอบว่าทำไมโอ่งน้ำที่หลังบ้าน แห้งขอดเช่นนั้น...
.....เส้นทางชีวิตของยายชราอายุกว่า 80 ปีเศษคู่นี้ เกิดจากตระกูลใหญ่ในหมู่บ้าน ญาติพี่น้องของทั้งสองคนมีจำนวนมาก แต่ต่างกันที่ฝ่ายของยายบัวจะมีปัญหาสุขภาพจิต ตาบัวเคยมีภรรยาและมีลูกชายมาก่อนแต่ได้เลิกกับภรรยาเก่า ลูกชายของตาบัวก็เติบโตมีครอบครัวเป็นของตนเองไปแล้ว และไม่ได้มาดูแลตาบัวแต่อย่างใด ตาบัวและยายบัวแต่งงานและสร้างครอบครัวด้วยความอุตสาหะ อดออมและใช้จ่ายอย่างประหยัดระมัดระวัง เพราะเป็นเพียงชาวนา ผลผลิตที่จะเปลี่ยนเป็นรายได้ขึ้นอยู่กับฝนที่ฟ้าจะโปรยลงมาให้ ซึ่งจะคาดหวังอะไรไม่ได้เลย ด้วยเหตุนี้ทั้งสองคนจึงหารายได้เสริมด้วยเลี้ยงวัวไว้ขายเพื่อเป็นการเก็บเงินไปในตัว ซึ่งทำให้ครอบครัวมีเงินออมและจ่ายเป็นเงินกู้ในชุมชนจำนวนไม่น้อย ทั้งสองคนครองชีวิตคู่ร่วมกันมาหลายปีจนมีโซ่ทองคล้องใจสองคน “ เสียง” คือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อแม่ ที่ทั้งสองเฝ้าฟูมฟัก รักและดูแลดั่งแก้วตาดวงใจ และก็ไม่ผิดหวังเพราะเสียงเป็นเด็กดีไม่เกเรหรือสร้างความเดือดร้อนให้พ่อแม่ แม้จะจบเพียงชั้นประถมและอายุได้เพียงสิบแปดปี ก็คิดตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ จึงออกไปรับจ้างเพื่อช่วยหารายได้ “มุก”คือน้องสาวคนเดียวของเสียง แต่ด้วยมุกเชาว์ปัญญาต่ำ สติไม่ค่อยดี อีกทั้งมีโรคประจำตัวคือลมชักต้องรับยาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น มุกจึงกลายเป็นคนที่ทั้งตาและยายทั้งรักทั้งห่วง โดยเฉพาะยายบัวจะรักและคอยดูแลเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องให้ตามไปด้วยเสมอ
... เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เกิดขึ้นกับชีวิตของทั้งสองตายายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้ เมื่อลูกชายสุดที่รักได้รับอุบัติเหตุรถทับเสียชีวิตคาที่ขณะทำงานที่ต่างจังหวัด ตายายทั้งสองโศกเศร้ากับการจากไปอย่างกะทันหันของเสียง ซึ่งเป็นความหวังจะเป็นที่พึ่งเมื่อแก่เฒ่า..
...เมื่อหมดหวังจากลูกชาย กำลังใจและกำลังกายที่เคยแข็งแกร่งก็ลดถอยลงไป กอร์ปกับวัยที่ชราลงทุกวัน ไร่นาที่เคยมีถูกแบ่งขายทีละเล็กละน้อยจนหมดแปลง วัวที่เคยเลี้ยงเอาไว้ก็ขายไปจนหมดและวางแผนการเงินโดยปล่อยให้เพื่อนบ้านและคนรู้จักกู้ยืม เพื่อเก็บเกี่ยวดอกผลเล็กน้อยไว้ใช้ตอนแก่ แต่ความหวังก็ดูเลือนรางลงไปทุกวันเมื่อการปล่อยเงินกู้ เก็บดอกผลได้บ้างไม่ได้บ้าง และสุดท้ายทุนหายกำไรหด..หมดไปทั้งต้นทั้งดอก...
...ทั้งสองคนได้เทความรักจากใจที่เหลือสู่ “มุก”ลูกสาวคนเล็กที่เริ่มเติบโตเป็นสาว ซึ่งมีสติไม่ค่อยสมประกอบทั้งยังมีโรคประจำตัว แต่...ในที่สุด...มุกซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้าย...ก็กลายเป็นความสูญเสียอีกครั้ง เมื่อตายายทั้งสองอายุมากขึ้น การเดินทางไกลไม่สะดวกเป็นผลให้มุกขาดยาจนต้องมีอาการชักบ่อยๆ รวมทั้งมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมา มุกเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอแต่อาการไม่ดีขึ้น จึงถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจังหวัด และสิ้นลมต่อหน้าของยายบัวหลังจากเข้ารักษาได้ไม่กี่วัน... (ติดตามตอน 3)
รอติดตามตอน 3 อยู่นะค่ะ พี่หิ่งห้อยกลางป่า อ่านแล้วซึ้งใจจริง ๆ
ขอบคุุณที่เข้ามาแลกเปลี่ยนและให้กำลังใจ
หวังว่าจะเป็นเพื่อนต่อไปนะคะ
เรื่องเล่าสะท้อนชีวิต สะเทือนใจมากครับ
ขอบคุณครับ...
อย่าให้รอนานนะคะ ตอนที่สามน่ะค่ะ ใจจะขาด
ขอบคุณที่ติดตามเรื่องราวของพวกเราชาวรากหญ้า เตรียมไว้แล้วนะแต่โหลดเพิ่มบันทึกยังไม่ได้...โปรดรอสักครู่
บอกได้คำเดียวว่าเศร้าคะ .. ขอเ็ป็นหนึ่งกำลังใจสำหรับเรื่องราวดีๆ คะ
ขอบคุณทุกๆท่านที่สละเวลามาเติมพลังใจให้คนรากหญ้าค่ะ
รู้สึกว่าเรื่องจะเศร้าจนเกินจะทานทน ชีวิตคนบางทีเหมือนนิยายเลยนะครับ