ทัศนศึกษากัมพูชา ตอนที่ ๑๔ การศึกษาของกัมพูชา

                       วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

                       ก่อนเดินทางกลับไทย คณะของเราได้จัดซื้อของสำหรับแจกเด็กนักเรียนที่ยากจน 

ระหว่างทางได้แวะซื้อขนมจากร้านค้าข้างทาง หมดเงินทั้งสิ้น ๑๗๖.๐๐๐ เรียว  โดยกำหนดว่าให้มองหาโรงเรียนที่ยากจนที่อยู่ข้างทาง และได้พบกับโรงเรียน International Soroptimist Utsunomiya โรงเรียนตั้งอยู่กลางทุ่งนา มองเห็นเด็กนักเรียนกำลังวิ่งเล่นอยู่นอกห้องเรียน เมื่อรถคณะของเราจอด เด็กนักเรียนเหล่านั้นก็วิ่งเข้าห้องเรียน เพื่อความแน่ว่า ครู จะให้ชาวต่างชาติแจกของหรือไม่ เนื่องจากพระหลายรูปวิตกกังวลว่าเป็นการดูถูกเขาหรือไม่  จึงให้ “ภิรมย์” ไกด์ชาวเขมร ลงไปติดต่อกัน

หลังจากที่ภิรมย์หายไปสักครู่ก็ได้ทำสัญญาณมือว่า ให้ลงไปได้

คณะของเราจึงแบกขนมและปากกาไปแจก ภาพที่เห็น นักเรียนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่มอมแมม ห้องเรียนดูทรุดโทรม เป็นนักเรียนระดับ ป. ๑ ถึง ป.๔  แม้ผอ. ของเราซึ่งพูดภาษาเขมรได้ จะใช้ความพยายาม สอบถามนักเรียน แต่ก็ไม่มีคำตอบจากเด็กเหล่านั้น  คณะของเราจึงขออนุญาตครูเข้าแจกของทุกห้อง

หลังจากใช้เวลาพอสมควรคณะของเราก็บอกลาครูเพื่อเดินทางต่อไป โดยมอบขนมที่เหลือไว้ให้ครูแจกเด็กนักเรียนที่จะมาเรียนรอบบ่ายต่อไป

หลังจากทั้งหมดขึ้นรถแล้ว ไกด์หนุ่ม

โดยเริ่มเรื่องว่า “  ตอนที่ลงไปที่โรงเรียนไม่เจอครู จึงเดินไปหลังโรงเรียน จึงพบว่าครูกำลังทอดแหหาปลาอยู่เนื่องจาก ครูในประเทศกัมพูชานั้นเงินเดือนน้อย เดือนละประมาณ ๒,๐๐๐ บาท รัฐบาลจะจ่ายเงินเดือน ๓ เดือนครั้ง ส่วนขนมที่ได้รับแจกนั้นเด็กจะยังไม่รับประทาน จะต้องนำไปอวดพ่อแม่ที่บ้านก่อน

(ดูวีดีโอได้ที่นี่ ทัศนศึกษานครวัด -นครธม ตอนที่ ๑๘ แจกของเด็กนักเรียน)

 

จากนั้นไกด์หนุ่มชาวเขมรก็เล่าเรื่องการศึกษาของเขมรให้ฟังว่า

เด็กเขมรจะเข้าโรงเรียนตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ เป็นการเรียนระดับประถม เรียกว่า “ประกอบ”

ต่อมาเรียนระดับมัธยมที่แบ่งออกเป็น “ปฐมภูมิ” เรียกว่า “อนุวิทยาลัย” หรือ ม. ๑-๓ “ทุติยภูมิ” เรียกว่า “ วิทยาลัย” หรือ ม.๔-๖  หลังจากจบแล้วการศึกษารับวิทยาลัยแล้ว นักเรียนเหล่านี้จะเข้าสู่ “สากลวิทยาลัย” หรือ “มหาวิทยาลัย” นั่นเอง

   อาจารย์ที่สอนในมหาวิทยาลัยทั้งหมดจะไม่ได้เป็นอาจารย์ประจำของมหาวิทยาลัย แต่จะเป็นที่มีความชำนาญเฉพาะด้านมาสอน โดยรัฐบาลมีความเชื่อว่า ถ้ามีผู้สอนที่เก่งและชำนาญเฉพาะด้านมาสอนผู้เรียนจะได้เก่ง

เนื่องจากเขมรมีโรงเรียนน้อย ห้องเรียนไม่เพียงพอสำหรับเด็กนักเรียน ดังนั้น จึงแบ่งการเรียนการสอน ออกเป็นเด็กเล็กมาเรียนตอนเช้ากลับเที่ยง(ระดับปฐม) เด็กโตจะมาเรียนตอนบ่ายกลับเย็น(ระดับมัธยม) ส่วนครูผู้สอน ถ้าสอนทั้งเช้าและบ่ายจะได้รับเงินเดือน ๒เท่า

โปรดติดตามตอนต่อไป