8. นักทรัพยากรบุคคลภาครัฐภาพลักษณ์ที่ร่วมสร้าง






"นักทรัพยากรบุคคลภาครัฐภาพลักษณ์ที่ร่วมสร้าง"
หากท่านผู้อ่านตัดสินใจที่ซื้อสินค้าสักชินหนึ่ง จะเลือกซื้อที่แบรนด์หรือที่ตัวสินค้า เมื่อคำตอบคือ เลือกซื้อที่แบรนด์ เหตุอันใดจึงยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อสินค้าที่มีแบรนด์ แล้วแบรนด์ที่ว่าแตกต่างไปจากสินค้าอย่างไร??...
กระแสคน กระแสโลก วันนี้ เปิดคอมลัมน์ด้วยคำถามท้าทายนักทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ก่อนอื่น "คุณอุทุมพร" ต้องขออธิบายก่อนว่า ในอดีตนั้นแบรนด์เป็นเรื่องของการตั้งชื่อสินค้าที่จะบอกความเป็นเจ้าของสินค้าหรือบริการโดยผู้ผลิต แต่ในปัจจุบัน ความหมายของแบรนด์ลึกซึ้งไปถึงรสนิยม สัญลักษณ์ ประสบการณ์ ความมีชื่อเสียง สินค้า บริการ เอกลักษณ์ขององค์กรนั้น ๆ ฯลฯ
หรือที่กูรูด้านโฆษณา เดวิด โกลวี่ให้คำจำกัดความของแบรนด์ไว้ว่า "แบรนด์ คือ สัญลักษณ์ที่ถูกกำหนดขึ้นจากความรู้สึกโดยรวมของผู้ใช้และประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ใช้ที่ได้สัมผัสกับแบรนด์นั้นมา"
แล้วแบรนด์มาเกี่ยวข้องกับตัวนักทรัพยากรบุคคลได้อย่างไร?...
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 กำหนดให้ ก.พ. กระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลให้แก่กระทรวงและกรม ซึ่งส่งผลกระทบในเชิงความหมายที่กว้างกว่าการมอบอำนาจการบริหารงานบุคคลให้แก่ส่วนราชการเท่านั้น หากแต่ส่งผลกระทบในเชิงสัญลักษณ์ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่อยู่ในส่วนราชการในการยกระดับความเป็นนักทรัพยากรบุคคลที่ปฏิบัติงานในส่วนราชการในฐานะที่เป็นด่านหน้า (Front Agent) และต้องทำงานในลักษณะเชื่อมโยงและเป็นเครือข่าย (Network) ในการทำงานระหว่างส่วนราชการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อการบริหารทรัพยากรบุคคลได้เปลี่ยนแปลงไป ก็ทำให้บทบาทของนักทรัพยากรบุคคล จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตามตัวบทกฎหมาย แต่เดิมการบริหารทรัพยากรบุคคลเห็นว่า "คน" เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยการผลิตเพื่อให้ได้มาซึ่ง "งาน" เท่านั้น การบริหารจัดการคนจึงมุ่งเน้นการปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบ กฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่กำหนด เช่น การทำทะเบียนประวัติ การบรรจุ แต่งตั้งและการออกจากราชการ เป็นต้น แต่ในปัจจุบันการบริหารทรัพยากรบุคคลได้ทุ่มเทสรรพกำลังและความเชื่อว่า "คน" เป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีค่าขององค์กรที่จะต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอนในการสรรหา พัฒนาและรักษาไว้เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ผู้ดำรงตำแหน่ง "บุคลากร" เดิม ที่ถูกเปรียบเปรยว่าทำหน้าที่เหมือน "ธุรการงานบุคคล" ที่มีบทบาทเพียงการให้ข้อมูลให้ข้อมูลด้านบุคคลแก่ฝ่ายบริหาร จัดทำคำสั่งหรือดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ที่องค์การกลางการบริหารงานบุคคลกำหนด จากบทบาทผู้ปฏิบัติงานสนับสนุน ก็ต้องปรับบทบาทเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ที่ต้องร่วมรับผิดชอบโดยตรงต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของหน่วยงาน งานบุคคลจึงไม่ต้องการคนที่ทำหน้าที่แบบเดิมอีกต่อไป หากแต่ต้องเป็นผู้มีความรู้ สมรรถนะและทักษะด้านการบริหรทรัพยากรบุคคล สามารถพัฒนาแนวคิดและมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมืออาชีพ สามารถขับเคลื่อนงานให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
การเปลี่ยนชื่อตำแหน่งจาก "บุคลากร" เป็น "นักทรัพยากรบุคคล" จึงยังไม่อาจสร้างการรับรู้ที่แตกต่างจากผู้คนในองค์กรได้ เป็นแต่เพียงการเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาหรือ "ชื่อ" แต่ยังไม่ได้เป็นแบรนด์อย่างแท้จริง เพราะยังขาดการรับรู้เกี่ยวกับคุณประโยชน์ คุณค่า และบุคลิกภาพ หัวใจของการสร้างแบรนด์ คือ การสร้างภาพลักษณ์และสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นในใจของผู้คน
ดังนั้น การสร้างแบรนด์นักทรัพยากรบุคคลจะสำเร็จได้จากตัวนักทรัพยากรบุคคลเอง ซึ่งจะเป็นผู้สร้างการรับรู้ต่อความรู้สึกของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในองค์กรให้เกิดขึ้นจากการทำงาน ภาพลักษณ์ของนักทรัพยากรบุคคล ที่เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดหรือคนข้างกายที่สำคัญของผู้บริหารในทุกระดับ นักทรัพยากรบุคคลต้องมีจิตสำนึกของการเปลี่ยนแปลง พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเองอยู่เสมอ ไม่ยึดติดกับระบบและวิธีการทำงานแบบเดิม ๆ พร้อมที่จะพูดคุยกับผู้บริหารได้ในทุกเรื่องที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร เป็นผู้เปิดกว้าง รับฟังและรับรู้ข้อมูลต่อการรับรู้และความรู้สึกของผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายนอกและภายในองค์กร
มาจนถึงบรรทัดนี้ คุณอุทุมพรไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนถึงได้ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อแบรนด์ เพราะสินค้าหน้าตาธรรมดาอาจไม่สามารถดึงดูดใจนักช้อปให้จ่ายเงินซื้อได้อีกต่อไป หากแต่คุณสมบัติที่บ่งบอกถึงรสนิยมและตอบสนองความพึงพอใจในระยะยาวได้ต่างหากที่จะมัดใจลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่น
จบด้วยคำถามยอดฮิต...วันนี้ท่านสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับ "คน" ในองค์กรของท่านหรือยัง ถ้าใช่ แสดงว่า...ท่านก็เป็นนักสร้างแบรนด์เหมือนกันนะเนี่ย...
ที่มา : อุทุมพร เลื่องลือเจริญกิจ หนังสือกระแสคน กระแสโลก สำนักงาน ก.พ.
หน้า 69 - 71 เล่ม 5 กันยายน 2553
(เปิดโลกความรู้ พัฒนาทุนมนุษย์)
เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 22 - 28 พฤษภาคม 2552

สวัสดีปีใหม่ค่ะ...อาจารย์ Kanchana...
สวัสดีปีใหม่ค่ะ...อาจารย์ธนิตย์...
...
ไม่น่าเชื่อว่า แค่ แบรนด์ ตัวเดียวก็สามารถดึงดูดคนเราเข้าหาได้
แต่ว่า....แต่ละแบรนด์ในบุคคลจะเปลี่ยนตัวเองให้พิเศษกว่าคนอื่นได้อย่างไร
อ่านบันทึกนี้แล้วจะเข้าใจทันที....ขอบคุณมากมายค่ะ
แวะมาทักทายกันในสัปดาห์อำลาปีขาลนะคะ....
สวัสดีปีใหม่ค่ะ...พี่ krugui...
...