การปรับพฤติกรรมความรับผิดชอบในการทำงานส่งงานของนักเรียน

สภาพปัญหา

          เนื่องจากการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ในชั้นเรียน ชั้นประถมปีที่ 5/3 ซึ่งมีจำนวนเด็ก 25  คน นอกจากจะเป็นสถานที่ให้ความรู้แล้ว  ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็น  เป็นอย่างยิ่งคือจะต้องมีการฝึกพฤติกรรมให้อยู่ในระเบียบวินัยตามระเบียบของโรงเรียนที่วางไว้ ซึ่งจะได้เป็นคนดีเมื่อเรียนจบและออกไปสู่สังคมภายนอก  การขาดความรับผิดชอบในการทำงานการส่งงานให้ตรงเวลาก็อีกเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่จะเป็นปัญหา  และเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ในปัจจุบันซึ่งจะเป็นผลเป็นผลทำให้การสอนไม่สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้

         ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาการปรับพฤติกรรมความรับผิดชอบในการทำงานการส่งงานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนบ้านในถุ้ง โดยการใช้การเสริมแรงทางบวก ซึ่งอาจจะเป็นรางวัล หรือคำชมเชย ซึ่งอาจจะจากครูหรือนักเรียนในห้องเรียน

ปัญหาการวิจัย

         จะทำอย่างไรให้นักเรียนมีความรับผิดชอบในการทำงานและส่งงานในวิชาคณิตศาสตร์

เป้าหมายของการวิจัย

          เพื่อศึกษาการปรับพฤติกรรมความรับผิดชอบในการทำงานการส่งงานของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5/3 โดยการใช้การเสริมแรงทางบวก

วิธีการวิจัย

         ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยตามหัวข้อดังต่อไปนี้

             1.  ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง

             2.  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

             3. การดำเนินการทดลอง

1. ประชากร

          ประชากร ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี 5/3 ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนบ้านในถุ้ง   จำนวน  25   คน

          ประชากรกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คัดเลือกนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3  ปีการศึกษา 2553 โรงเรียนบ้านในถุ้ง  หลังการตรวจงานและได้เช็คนักเรียนที่มีพฤติกรรมการขาดความรับผิดชอบในการทำงานและการส่งงานจำนวน 3 คน คือ

         1. เด็กชายณัฐวุฒิ  มะณี

         2. เด็กชายณัชพล  โต๊ะอิแต

         3. เด็กชายธีรเดช  นามศิริ

2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

          แบบบันทึกการสังเกตการณ์ทำงานและการส่งงานในแต่ละวัน

3. การดำเนินการทดลอง

           การปรับพฤติกรรมครั้งนี้เป็นการทดลอง แบบใช้การสังเกต และบันทึกพฤติกรรมของนักเรียนใช้เวลาทั้งสิ้น 3 สัปดาห์ คือตั้งแต่วันที่ 2  สิงหาคม   2553   ถึงวันที่  21 สิงหาคม  2553 โดยแบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้

               ระยะที่ 1 :  เป็นระยะเส้นฐานพฤติกรรมการขาดความรับผิดชอบในการทำงานระยะนี้ ผู้ดำเนินการปรับพฤติกรรมทำการสังเกต และบันทึกพฤติกรรมใช้เวลา 1 สัปดาห์  เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม  2553 ถึงวันที่  6   สิงหาคม 2553

               ระยะที่ 2 :  เป็นระยะที่ใช้การเสริมแรงทางบวก คือการให้รางวัลและคำชมเชย   ในการปรับพฤติกรรมการขาดความรับผิดชอบในการทำงานใช้เวลา 1 สัปดาห์  เริ่มตั้งแต่วันที่  9 สิงหาคม  2553  ถึงวันที่  13 สิงหาคม 2553  โดยผู้ปรับพฤติกรรมเป็นผู้ให้ ชี้แจงเงื่อนไขการให้ รางวัลและคำชมเชย ให้นักเรียนทราบโดยจะให้ ทำตารางตรวจเช็คการทำงานและส่งงาน ในแต่ละวันที่นักเรียนรับผิดชอบในการทำงานเสร็จและส่งตามเวลาที่กำหนดโดยมีแบบบันทึกพฤติกรรมติดบนกระดานในห้องเรียนถ้านักเรียนคนใดได้ เครื่องหมายถูก ในตารางตรวจเช็คการทำงานและส่งงานมากที่สุดเมื่อ สิ้นสุดการทดลองจะได้รับรางวัล ตามความพอใจของครูที่จัดเตรียมไว้ให้

               ระยะที่ 3 :  ระยะตรวจสอบความคงทนของพฤติกรรมที่ได้ปรับแล้ว ระยะนี้ใช้เวลา 1 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 16  สิงหาคม 2553  ถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2553  จะงดให้ รางวัลแก่กลุ่มทดลอง แต่จะใช้แรงเสริมได้แก่คำชมเชยแทน และการปรบมือให้เกียรติ์จากเพื่อน ๆเป็นต้น

ระยะเวลาดำเนินการ

                ดำเนินการทดลอง  3  สัปดาห์  ระหว่าง วันที่  2 - 20  สิงหาคม  2553

วิเคราะห์และสรุปผลการวิจัย

          ระยะที่ 1  เป็นระยะเส้นฐานพฤติกรรม ซึ่งยังไม่มีการเสริมด้วยการให้ รางวัลและคำชมเชยแต่จะมีการสังเกต และบันทึกพฤติกรรมผู้ที่ไม่ทำงานและไม่ส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด โดยที่ผู้ที่ถูกสังเกต ยังไม่รู้ตัว โดยใช้เวลา 1 สัปดาห์ นักเรียนจึงมีพฤติกรรมการขาดความรับผิดชอบในการ ทำงาน โดยเฉพาะ

           1. เด็กชายณัฐวุฒิ  มะณี  จดการบ้านในแต่ละวิชา เช่น คณิตศาสตร์ไม่เสร็จ     ไม่สนใจตามงาน และไม่ทำการบ้านมาส่ง ต้องเรียกมาตักเตือนหลายครั้ง

           2. เด็กชายณัชพล  โต๊ะอิแต ชอบเล่นในขณะเรียน ทำให้ทำงานไม่เสร็จ          ในวิชาคณิตศาสตร์ ต้องตักเตือนหลายครั้ง

           3. เด็กชายธีรเดช  นิยมศิริ  ชอบเดินและเล่นในห้องเรียนไม่ทำงานต้อง          เรียกมาตักเตือนและคอยกระตุ้นให้ทำงานอยู่ตลอดเวลา งานไม่เสร็จและไม่สนใจตามงาน

          ระยะที่ 2 : เป็นระยะที่จะเริ่มใช้ รางวัลและคำชมเชย ในการปรับพฤติกรรมเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดแจ้งเงื่อนไขให้ผู้รับการปรับพฤติกรรมได้รับทราบว่าจะมีการให้รางวัลและคำชมเชย และจะให้รางวัลและคำชมเชยในทุก ๆสิ้นเดือนโดย ในแต่ละวันที่นักเรียนจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเสร็จตามเวลาที่กำหนดและส่งตรงเวลา โดยมีแบบบันทึกพฤติกรรมติดบนกระดานในห้องเรียน ถ้านักเรียนคนใดได้ คะแนน มากที่สุดในสามอันดับแรกเมื่อถึงเวลาที่กำหนดจะได้รับรางวัลตามกติกาที่กำหนดไว้ จากการสังเกตนักเรียนมีความพึงพอใจกับการได้รับแรงเสริมเป็นรางวัลและคำชมเชยราง  ทั้ง 3 คน   มีความกระตือรือร้นและรับผิดชอบในการทำงานเสร็จตามกำหนดเวลาของแต่ละวัน แต่บางวันนักเรียน บางคนขาดความรับผิดชอบในการทำงานก็มี แต่พอเห็นเพื่อนได้รับรางวัลและคำชมเชย ก็จะมีความรับผิดชอบในการทำงานดีขึ้น

           ระยะที่ 3: เป็นสัปดาห์ที่ 3 ของการปรับพฤติกรรม และระยะนี้จะงดการให้ รางวัล แต่จะให้แรงเสริมทางสังคมแทนโดยการกล่าวคำชมเชย และการปรบมือเป็นที่ยอมรับของเพื่อน ๆ ในห้องเรียนนักเรียนก็มีความรับผิดชอบในการทำงานมากขึ้น และสามารถทำงานได้เสร็จตามกำหนดเวลา เช่นกัน

ผลการวิจัย

          การให้แรงเสริมทางบวกคือ การให้รางวัลและคำชมเชย สามารถลดพฤติกรรมการขาดความรับผิดชอบในการทำงานของนักเรียน ทั้ง 3 คนได้เป็นอย่างดี เพราะนักเรียนมีความพึงพอใจที่ได้รับรางวัลและคำชมเชยเป็นแรงเสริม จึงทำให้ มีความกระตือรือร้นในการทำงานมากขึ้น เพื่อจะได้รางวัล หรือคำชมเชย จึงสามารถนำวิธีการนี้ไปใช้กับการปรับพฤติกรรมของนักเรียนคนอื่นๆ ได้ต่อไป

ข้อเสนอแนะ

         การให้การเสริมแรงในการทำงานและการส่งงานของนักเรียนอาจใช้ได้หลายวิธี  แต่ต้องเลือกให้เหมาะสม  การให้รางวัลจึงเป็นแรงจูงใจให้เด็กกระทำความดีได้มากกว่าการดุ หรือการขู่ว่าจะลงโทษ แต่การให้รางวัลอย่าทำจนเกิดเป็นเงื่อนไขสำหรับตัวเด็ก เพราะเด็กบางคนพอเห็นว่าครั้งใดไม่มีรางวัลก็จะขาดความรับผิดชอบในงานของตน