สรุปผลการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
1. การวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้ Mind Map
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดท้าวโทะ
2. ชื่อผู้วิจัย นางละไม ฝั่งชลจิตต์
3. ตำแหน่ง ครูชำนาญการ
4. วุฒิการศึกษา คบ.วิชาเอกการประถมศึกษา
5. ชื่อสถานศึกษา โรงเรียนวัดท้าวโทะ
6. ภาคเรียน/ปีการศึกษาที่ทำวิจัย ภาคเรียนที่ 1 / 2553
7. ความเป็นมาของการวิจัย
การรู้จักคิดหรือคิดเป็น เป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของการดำเนินชีวิตการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถทางด้านการคิด พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ. ศ. 2542 มาตรา 24 ได้ระบุไว้ว่า การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้มาใช้เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนดสมรรถนะของผู้เรียนข้อที่ 2 ให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม
มาตรฐานการศึกษาชาติ ด้านผู้เรียนมาตรฐานที่ 4 ให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง และมีวิสัยทัศน์เป็นมาตรฐานที่ผลการประเมินคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานอื่น วิชาภาษาไทยเป็นวิชาหนึ่ง ที่ต้องฝึกทักษะการคิดให้เกิดกับผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะการคิดเพื่อการจัดการ การเผชิญสถานการณ์และการประยุกต์ความรู้มาใช้ป้องกันและการแก้ไขปัญหา จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การตรวจชิ้นงานนักเรียน การสังเกตการร่วมกิจกรรมที่ผ่านมา พบว่า นักเรียนยังขาดทักษะการคิด ทั้งนี้อาจมีสาเหตุมาจาก ครูยังไม่ได้ฝึกทักษะการคิดให้กับนักเรียนอย่างจริงจัง ขาดเทคนิคการสอนที่น่าใจเพื่อพัฒนาการคิดให้กับนักเรียน มีผลทำให้การประเมินตัวชี้วัด ในสาระที่ 2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ป.6/3 การเขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน ผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์พอใช้ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
8. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวิจัย
เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้เทคนิค Mind Map ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีผลการประเมินโดยรวมและรายบุคคล อยู่ในระดับดี - ดีมาก
9. วิธีดำเนินการวิจัย
9.1 กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 / 2553 จำนวน 12 คน
9.2 เครื่องมือในการวิจัย
เครื่องมือในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย
9.2.1 เครื่องมือวิจัย / พัฒนา ได้แก่
1) กระบวนการสอนการคิดวิเคราะห์โดยใช้เทคนิค Mind Map
2) แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 10 แผน
เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่
1) แบบประเมินการเขียนด้วยเทคนิค Mind Map ระดับคะแนน 5 ระดับ คือ
ระดับ 4 หมายถึง ดีมาก
ระดับ 3 หมายถึง ดี
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้
ระดับ 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ
ระดับ 0 หมายถึง ต้องปรับปรุง
10. การเก็บรวบรวม
การเก็บข้อมูลในการวิจัย ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้เทคนิค Mind Map
2. นักเรียนพัฒนาการเขียนแผนภาพความคิดโดยใช้ เทคนิค Mind Map
3. นักเรียนเขียนสรุปความคิดโดยใช้เทคนิค Mind Map (ส่งครูหลังเรียนเสร็จในแต่ละเรื่อง รวม 10 เรื่อง)
4. ครูประเมินผลการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map พร้อมรายงานผลการเขียนให้นักเรียนทราบทุกครั้งหลังจากตรวจชิ้นงาน (แจกผลการเขียนคืนนักเรียน)
5. นักเรียนตรวจสอบการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map เพื่อหาแนวทางแก้ไขงานชิ้นใหม่ตามที่ได้รับข้อเสนอแนะจากครู พร้อมมบันทึกผลคะแนนที่ได้รับเพื่อดูพัฒนาการทางการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map (นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมต่อเนื่อง 10 ครั้ง)
6.นักเรียนแต่ละคนนำการประเมินการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map หาค่าเฉลี่ยคะแนนที่ได้ โดยการนับ Mode ของจำนวนครั้งที่ผ่านและคิดร้อยละ เป็นรายบุคคล
7. ครูสรุปผลการเขียนย่อความโดยประเมินเป็นภาพภาพและรายบุคคล
11. การวิเคราะห์ข้อมูล
1) ครูตรวจผลการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map ของนักเรียนโดยใช้แบบประเมินการเขียนสรุปความคิดโดยใช้เทคนิค Mind Map มีเกณฑ์การให้คะแนน 5 ระดับ คือ
ระดับ 4 หมายถึง ดีมาก
ระดับ 3 หมายถึง ดี
ระดับ 2 หมายถึง พอใช้
ระดับ 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ
ระดับ 0 หมายถึง ต้องปรับปรุง
2) นำผลการประเมินการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map ทั้ง 10 ครั้ง มาวิเคราะห์หาค่าร้อยละ
12. ผลการวิจัย
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบประเมินการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 คน แสดงค่าเฉลี่ย ( ) และค่าร้อยละตามตาราง ดังนี้
ตาราง 1 คะแนนรวมค่าเฉลี่ย
ค่าร้อยละ การประเมินการเขียนสรุปความคิด
โดยใช้เทคนิค
Mind Map
|
คนที่ |
ครั้งที่ (ระดับคุณภาพ) |
ผลอประเมิน อยู่ในระดับ ดี – ดีมาก |
ร้อยละ |
|||||||||
|
1 |
2 |
3 |
4 |
5 |
6 |
7 |
8 |
9 |
10 |
|||
|
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 |
- 3 3 2 2 3 3 2 3 2 3 3 3 |
- 3 3 3 2 3 2 3 2 3 3 3 3 |
- 3 3 3 2 3 2 3 3 3 3 3 3 |
- 2 3 4 3 4 3 3 4 2 4 3 3 |
- 3 4 3 3 3 3 3 2 3 3 3 3 |
- 3 4 4 3 4 3 3 3 4 4 2 2 |
- 2 4 4 3 4 3 3 4 3 4 3 2 |
- 4 4 4 3 3 4 4 3 3 4 4 3 |
- 4 4 4 2 4 4 4 4 3 3 3 3 |
- 4 4 3 3 4 4 3 3 2 4 3 3 |
- 7 10 9 6 10 8 9 7 6 10 7 6 |
|
|
รวม |
6 |
7 |
8 |
9 |
9 |
8 |
8 |
10 |
9 |
9 |
83 |
|
|
เฉลี่ย |
50.00 |
58.33
|
66.67 |
75.00 |
75.00 |
66.67 |
66.67 |
100 |
75.00 |
75.00 |
83.00 |
|
จากตารางที่ 1 การประเมินการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 คน พบว่า นักเรียนมีผลการประเมินในระดับดี – ดีมาก จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 75.00 ส่วนผลการประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 83.00)
11. สรุปผลการวิจัย
จากการพัฒนาพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้ Mind Map ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1/2553 ผลการวิจัยพบว่า
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 คน มีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ 9 คน คิดเป็นร้อยละ 75.00 เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 คน มีผลการประเมินในภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก (ร้อยละ 83.00) เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย
12. ข้อเสนอแนะ
1. ถึงแม้ว่านักเรียนจะผ่านการประเมินอยู่ในระดับดี – ดีมาก เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ก็มีนักเรียนจำนวนหนึ่งที่ควรได้รับการพัฒนาเพิ่มเติม ได้ผลการประเมินอยู่ในระดับพอใช้ เพราะฉะนั้นครูต้องดูแลนักเรียนกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map ให้ดีขึ้น
2. ครูควรนำการเขียนสรุปความคิด โดยใช้เทคนิค Mind Map มาใช้ในการกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่องอื่น ๆ ด้วยเพื่อพัฒนาให้นักเรียนได้มีโอกาสฝึกทักษะการคิดมาก ๆ
เก่งจังนะทำได้ดีมาก