นักเรียนเรียนร่วมทุกคนเป็นนักเรียนที่สุดยอดที่สุดแล้ว

วิธีการสอนนักเรียนพิเศษเรียนร่วม 

 
   

บ้างคนคิดว่านักเรียนพิเศษเรียนร่วมไม่หน้าสอนเพราะคิดว่าเด็กพวกนี้สอนไปก็เท่านั้นไม่ได้อะไรกลับไปเลย  และกลับมองว่านักเรียนพวกนี้หน้าเบื่อน่ารำคาญ  อยากจะขอบอกว่าคนที่คิดแบบนี้คิดผิดมากๆ เพราะเด็กพวกนี้เป็นเด็กที่น่าอยู่ด้วยแล้วมีความสุข  ตัวอย่างเห็นได้ชัดคือนักเรียนที่โรงเรียนชุมชนวัดทอนหงส์ที่มีนักเรียนพิเศษเรียนร่วมอยู่หลายคนแต่ละคนเป็นเด็กที่น่ารัก  ถึงเด็กส่วนใหญ่จะเป็นเด้กสติปัญญาแต่พวกเขาทุกคนก็ทำให้ทุกคนในโรงเรียนมีความสุข  การดูแลการเรียนการสอนของนักเรียนพิเศษเรียนร่วมไม่อยากอย่างที่คิด  แค่เราสังเกตพฤติกรรมของแต่ละคนว่าชอบอะไร  อยากได้อะไรเราก็จัดให้พวกเขาตามที่ต้องการ 

ตัวอย่าง  เช่น  การสอนเด็กหญิงธันยารัตน์  จงกลการ หรือน้องมาย  น้องมายเป็นเด็กอายุ  11  ขวบ  แต่พัฒนาการทางด้านสมองประมาณเด็ก  2 – 3  ขวบ  น้องมายจะชอบคุย  ชอบกิน  ชอบฟังเพลง  ชอบระบายสี  เป็นเด็กที่ร่าเริงถึงตัวจะโตแต่ก็ไม่เคยรังแกใคร  กล้ามเนื้อมือน้องมายไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าที่ควรลากเส้นตรง  เส้นโค้งไม่ได้เลย  วิธีการสอนก็นำสมุดลีลามือให้ฝึกลากเส้นและระบายสี  พร้อมกับเปิดเพลงให้ฟัง  น้องมายเป็นเด็กพูดจาไม่ค่อยสุภาพหลังจากได้เข้ามาเรียนแล้วก็สอนเกี่ยวกับการพูดจาให้ฟังแล้วไพเราะสอนไม่กี่วันน้องมายก็มีการพัฒนาการที่ดีขึ้น  การฝึกลากเส้นลีลามือและระบายสีทุกวันทำให้น้องมายมีกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรงขึ้น  และเริ่มให้เขียนลากเส้นพยัญชนะไทย  และตัวเลข  ตอนนี้น้องมายเริ่มมีพัฒนาการทั้งการเขียนการพูดจาที่ดีขึ้นทุกวัน 

 
   

 คนต่อมาเด็กหญิงวิภารัตน์  นวลมี  หรือน้องเอริ์น  น้องเอริ์นมีอายุ  9  ขวบ  แต่ยังพูดจาไม่ค่อยได้จะพูดเป็นคำ ๆ แต่พัฒนาการจะดีกว่าน้องมาย  น้องเอริ์นเป็นเด็กยิ้มง่าย  ไม่ค่อยพูด  แต่งตัวเรียบร้อย  พฤติกรรมของน้องเอริ์นจะชอบรื้อของ  ระบายสี  วิธีการสอนก็ให้น้องเอริ์นนำของเล่นที่พัฒนาการเด็กมาเล่นไม่ว่า  การเรียงตัวเลข  การเรียงพยัญชนะไทย  บัตรคำพยัญชนะไทย  และนำสมุดระบายภาพมาให้น้องเอริ์นฝึกระบายเพื่อให้มีสมาธิในการทำงาน  เมื่อน้องเอริ์นเล่นของเล่นที่ทำให้เกิดพัฒนาการสำหรับ เด็ก ๆ น้องเอริ์นก็มักจะชวนน้องมายน้องบีมมาร่วมเล่นด้วย  แต่การเล่นของเด็ก ๆ ครูก็จะมีกฎตั้งไว้เสมอว่าถ้าเล่นเสร็จแล้วก็ให้ช่วยกันเก็บ  ถ้าใครไม่เก็บต่อไปก็จะไม่ให้เล่นกับเพื่อนอีกเมื่อมีกฎตั้งขึ้นมานักเรียนทุกคนก็จะทำตามและช่วยกันเก็บอย่างเรียบร้อย  การสอนให้น้องเอิร์นอยู่ร่วมกับเพื่อนทำอะไรกับเพื่อนร่วมห้องทำให้น้องเอริ์นมีพัฒนาการที่ดีขึ้น  ผู้ปกครองของน้องเอริ์นบอกว่าน้องเอริ์นดีขึ้นมากกว่าแต่ก่อนจากไม่ค่อยพูดเริ่มพูดมากขึ้น  รู้จักเก็บของเป็นระเบียบ  ระบายสีสวยขึ้นไม่เลอะเหมือนเมื่อก่อน 

 
   

ส่วนอีกคนก็คือน้องเล็กของห้องคือเด็กหญิงนิสารัตน์  ไตรเมศ  หรือน้องบีม  น้องอายุ  7  ขวบ  น้องบีมมีพัฒนาการดีกว่าเพื่อน ๆ ไม่ว่าการเขียน  การอ่าน  แต่น้องบีมจะพูดไม่ค่อยชัดพูดไม่ค่อยเป็นประโยค  น้องบีมจะชอบเล่นของเล่น  ชอบระบายสี  ชอบเดินไปเดินมาทั้งวัน  แต่ไม่ค่อยชอบทำงานที่มอบหมายให้ทำจะปฏิเสธทุกครั้งแต่จะเก็บเอาไปทำที่บ้านแล้วค่อยมาส่ง  บ้างวันแล้วแต่อารมณ์วันไหนอยากทำก็ทำเรียบร้อยวันไหนไม่อยากทำก็จะปฏิเสธ  วิธีการสอนน้องบีมก็คือพยายามให้เขาทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน  ไม่ว่าจะเป็นงานระบายสี  การเล่นของเล่นที่ทำให้เกิดพัฒนาการ  และครูก็จะให้การบ้านไปทำทุกวัน  ทุกวันนี้พัฒนาการน้องบีมดีขึ้นมากไม่ว่าการพูดจะพูดได้เป็นประโยคยาว ๆ การเขียนการอ่านก็ดีขึ้นรู้จักพยัญชะไทยได้เกือบหมด  นับเลขได้  รู้จักเก็บของให้เป็นระเบียบขึ้น 

 
   

นี้แหละคือความน่ารักของนักเรียนเรียนร่วมที่มีการพัฒนาตัวเองขึ้นทุกวัน  นักเรียนเหล่านี้ไม่เคยด้อยไปกว่านักเรียนปกติเลย  แต่ละคนจะมีจุดเด่นของตัวเองนักเรียนเหล่านี้สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับคนใกล้ตัวได้เสมอ  ครูถึงได้ภูมิใจอยู่ทุกวันนี้ว่าครูก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยให้นักเรียนเหล่านี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นถึงจะไม่มากก็ตาม  นักเรียนเรียนร่วมทุกคนเป็นนักเรียนที่สุดยอดที่สุดแล้วสำหรับครูพี่เลี้ยงคนนี้