เน้นเรื่องกระบวนการดูแลรักษาโรคเรื้อรังในชุมชนเป็นหลัก

  

  

วิทยากรโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เขต 17

     เมื่อวันที่ 22-24 กันยายนที่ผ่านมา ทาง สสจ.จังหวัดพิษณุโลกได้จัดอบรม  โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในโรงพยาบาลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเขต 17 ขึ้น โดยมีจังหวัดในเขต 17คือ พิษณุโลก อุตรดิถต์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร ตาก เพื่อรองรับศูนย์สุขภาพชุมชนที่จะปรับเป็นรพสต.ในระยะเวลาใกล้ๆนี้ มีผู้ร่วมรับการฝึกอบรมปฏิบัติการในครั้งนี้ ประมาณ 200 ท่าน โดยทางจังหวัดได้เชิญ แพทย์และพยาบาลของศูนย์เรียนรู้ด้านเวชศาสตร์ครอบครัว เขตภาคเหนือ (รพ.พุทธชินราช)ไปเป็นวิทยากร โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ ในวันที่ 22-23 กันยายน 53 โดยทางทีม เน้นเรื่องกระบวนการดูแลรักษาโรคเรื้อรังในชุมชนเป็นหลักโดยมีกำหนดการดังนี้

กำหนดการประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เขต 17  ปีงบประมาณ 2553

วันที่ 22 กันยายน 2553

          เวลา

หัวข้ออบรม

8.00-08.30น.

 ลงทะเบียน/รับเอกสาร

08.30-10.00น.

บรรยายวิชาการเรื่องโรคเบาหวานและการดูแลรักษาในระดับปฐมภูมิ

โดย น.พ. วิรัช ศิริกุลเสถียร

10.00-10.15น.

พักรับประทานอาหารว่าง

10.15น.-11.15น.

บรรยายวิชาการเรื่องโรคความดันโลหิตสูงและการดูแลรักษาในระดับปฐมภูมิ

โดย พ.ญ.  สาวิตรี  ตันเจริญ

11.15-12.30น.

แบ่งกลุ่มย่อยกลุ่มละ 20 คน เข้ากิจกรรม “ฐานความรู้สู่การปฏิบัติ”

โดยมีรายละเอียดดังนี้ ใช้เวลาฐานละ 25 นาที เวียนฐานด้วย

ฐานที่ 1 ดูแลเท้าผู้ป่วยเบาหวาน

             โดยคุณเปรมสุรีณ์ แสนสมและทีม

ฐานที่ 2 การคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางตาในผู้ป่วยเบาหวาน

              โดยคุณทับทิม มาฉายและทีม

 ฐานที่ 3 การจัดการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานใน ร.พ.ส.ต.แบบครบวงจร

               โดยคุณรัชดา พิพัฒน์ศาสตร์และทีม

ฐานที่ 4 เรียนรู้อาหาร

              โดยคุณปิลันธนา  จันทรและทีม

ฐานที่ 5 การจัดการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในร.พ.ส.ต.ครบวงจร  

              โดยคุณยุคลธร  หวังเรืองสถิตและทีม

ฐานที่ 6 ตัวชี้วัด TCEN นำสู่การดูแลที่ได้มาตรฐาน

              โดยคุณปฏิพิมพ์  อยู่คงและทีม

12.30-13.30น.

พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30-14.30น.

พิธีเปิดการประชุมและมอบนโยบายการดำเนินงานรพ.สต. เขต 17

ประธาน : นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขต 17

กล่าวรายงาน : นพ.บุญเติม  ตันสุรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก

14.30-14.45น.

พักรับประทานอาหารว่าง

14.30-16.30น.

รับประทานอาหารว่างในห้องประชุม

แบ่งกลุ่มย่อยกลุ่มละ 20 คน เข้ากิจกรรม “ฐานความรู้สู่การปฏิบัติ”

โดยมีรายละเอียดดังนี้ ใช้เวลาฐานละ 25 นาที เวียนฐานด้วย(ต่อ)

 

 

วันที่ 23 กันยายน 2553

            เวลา

หัวข้ออบรม

8.30-10.00น.

 บรรยายวิชาการเรื่องเวชศาสตร์ครอบครัวกับการดูแลระดับปฐมภูมิ

โดย น.พ. นิพัธ  กิตติมานนท์

10.15-10.30น.

พักรับประทานอาหารว่าง

10.15-10.30น.

บรรยายวิชาการ “ Home Visit ”

โดย พญ. สาวิตรี   ตันเจริญ

12.00-13.00น.

พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.00-16.30น.

รับประทานอาหารว่างในห้องประชุม 14.30-14.45น.

แบ่งกลุ่มละ 40 คน เข้ากิจกรรม  “การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมด้วย

หัวใจความเป็นมนุษย์ ” ใช้เวลาฐานละ 1 ชั่วโมง  เวียนฐาน

โดยมีรายละเอียดดังนี้

ฐานที่ 1 การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อยอีก 10 คน   ทีมวิทยากรโดยพญ.สาวิตรี ตันเจริญ และทีมพยาบาลพี่เลี้ยง 4 คน

ฐานที่ 2 การดูแลผู้ป่วยผู้พิการด้อยโอกาส โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อยอีก 10คน   ทีมวิทยากรโดยนพ.ภูมินทร์ พรหมรัตนกุลและทีมพยาบาลพี่เลี้ยง 4 คน

ฐานที่ 3 การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย โดยแบ่งเป็นกลุ่มย่อยอีก 10 คน                       ทีมวิทยากรโดยพญ.สุวรรณรัตน์ สิงหะบุระละทีมพยาบาลพี่เลี้ยง 4 คน

 รายละเอียดกิจกรรม คือ การเน้นให้ผู้เข้ากลุ่มเกิดแรงบันดาลใจในการดูแลผู้ป่วยในแต่ละกลุ่มแบบองค์รวมด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์

 กระบวนการเรียนรู้ได้จัดให้เรียนรู้เป็นฐาน ทุกคนเวียนกันจนครบทุกฐาน นอกจากนี้ทางแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวก็ได้จัดประสบการณ์การเรียนการสอนในห้องเรียนด้วย ดังนี้

ฐานเรื่องเท้า

 กิจกรรม

-        สอนเรื่องการดูแลสุขภาพเท้าประจำวัน

-        การตรวจประสาทส่วนปลายด้วย  Monofilament

-        การตรวจชีพจรที่เท้า

-        การตรวจหาABI ด้วยเครื่องตรวจอัตโนมัติ

อุปกรณ์ที่ต้องจัดซื้อ

-        อุปกรณ์ทำ Monofilament  150 อัน ;

* เอ็น No. 40

* syringe 1 cc. 3 กล่อง

* เครื่องติดกาวร้อน 1 อัน

 

 

ฐานที่ 2 การคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางตาในผู้ป่วยเบาหวาน

รายละเอียดกิจกรรมฐานที่ 2

การคัดกรองภาวะแทรกซ้อนทางตาในผู้ป่วยเบาหวาน โดยคุณทับทิม มาฉายและทีม (คุณสุพัฒนา ศรีโพธิ์ คุณวันเพ็ญ บุญหล่อ) รวม 3 คน

กิจกรรมการเรียนรู้ในฐานใน แนวคิดไม่ใช่หมอตาก็ช่วยตรวจเบาหวานเข้าจอประสาทตาได้

อุปกรณ์ในการตรวจคัดกรอง

1. เครื่องถ่ายภาพจอประสาทตา

2. เครื่องวัดแรงดันลูกตา

3. แผ่น Chart สำหรับวัดการมองเห็น (Snellen chart) Pinhole, ไฟฉาย

เนื้อหาในการทำฐาน

1. แนวทางการตรวจคัดกรอง

2. การวัดการมองเห็น(VA)

3. การวัดแรงดันลูกตา

4. การถ่ายภาพจอประสาทตา และการอ่านภาพจอประสาทตา

5. การแบ่งระดับความผิดปกติของภาวะเบาหวานเข้าจอประสาทตา และแนวทางการส่งต่อจักษุแพทย์ การเชื่อมโยงการดูแล ติดตาม กับชุมชนและโรงพยาบาล

6. แนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคแทรกซ้อนทางตา

 

 

ฐานที่ 3 การจัดการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานใน ร.พ.ส.ต.แบบครบวงจร

โดยแบ่งสมาชิกกลุ่มเป็น 2 ทีม ทีมละ 10 คน แล้วให้เลือกโจทย์คำถามตัวอย่างการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างบูรณาการครบวงจรใน ร.พ.ส.ต.

สิ่งที่ต้องการให้เรียนรู้

1. การคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวาน

2. การส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มป่วยและกลุ่มเสี่ยง

3. แนวทางการรักษาและการใช้ยาในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน

4. แนวทางการส่งต่อการดูแลระหว่างรพ.สต.กับ รพศ หรือรพช.

ตัวอย่างcase

1. กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน

2. ผู้ป่วยกลุ่มเป็นโรคเบาหวาน

3. ผู้ป่วยกลุ่มเป็นโรคแล้วมีภาวะแทรกซ้อน

4. ผู้ป่วยเป็นโรคขาดการดูแลต่อเนื่อง

สิ่งที่คาดหวังว่าจะได้รับ

1. ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ในรพ.สต.

2. ผู้เข้าอบรมสามารถส่งต่อการดูแลได้อย่างเหมาะสม

3.มีแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานแนวทางเดียวกัน

 

ฐานที่ 4 คิดก่อนกิน 

วัถุประสงค์

1.เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เรื่องอาหารแลกเปลี่ยนในแต่ละหมวด

2. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถคำนวณความต้องการพลังงานใน1วันได้ถูกต้อง

3. เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนำความรู้ไปแนะนำผู้ป่วยให้เลือกรับประทานอาหารได้อย่างเหมาะสม

กิจกรรม

1. แนะนำฐานและวิทยากร

2. ให้ผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้อาหารแลกเปลี่ยนในแต่ละหมวดจากโมเดลอาหารและตัวอย่างอาหารจริง

(5 นาที)

3. ให้ผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้ฉลากโภชนาการจากตัวอย่างอาหารสำเร็จรูป (10 นาที)

4. สรุปการเรียนรู้จากฐาน (5 นาที)

อุปกรณ์

1. ตัวอย่างอาหารจริง

2. โมเดลอาหาร

3. บอร์ดแสดงวิธีการคำนวณความต้องการพลังงานใน1วัน

วิทยากร

1. นางสาวนิภารัตน์  ปุริเส    โภชนากร                                              โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

2. นางปฏิพิมพ์  อยู่คง            พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ             โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก

 

 

ฐาน 5 แนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

ผู้รับผิดชอบฐาน: ยุคลธร หวังเรืองสถิตย์ อนงค์ เพ็ชรดอนทอง และศิริรัตน์ มีแสง

สิ่งที่ต้องการให้เรียนรู้

1. การคัดกรองผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

2. การส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มป่วยและกลุ่มเสี่ยง

3. แนวทางการรักษาและการใช้ยาในการรักษาผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

4. แนวทางการส่งต่อการดูแลระหว่างรพ.สต.กับ รพศ หรือรพช. กิจกรรมในฐาน

           มีคำถามให้ตอบ 5 ข้อ (อาจเป็นสถานการณ์หรือคำถามที่ครอบคลุมสิ่งที่อยากให้เรียนรู้)ให้ผู้เข้าอบรมแบ่งเป็น 2 ทีม แข่งกันตอบคำถาม โดยพี่เลี้ยงประจำฐานจะทำคำตอบทั้งจริงและหลอกรวมกันไว้ในกล่อง ผู้เข้าอบรมจะต้องหาคำตอบที่ถูกต้องไปติดในคำถามแต่ละข้อ ภายในเวลา 10 นาที ทีมไหนตอบเสร็จก่อนได้ 5 คะแนน และดูจากคำตอบแต่ละข้อ ของทั้ง 2 ทีม ตอบถูกข้อละ 5 คะแนน คะแนนรวมเต็ม 30 คะแนน ทีมไหนคะแนนเยอะสุดเป็นผู้ชนะ ได้ของรางวัล และแจกเอกสารให้ก่อนเปลี่ยนฐาน

 สิ่งที่คาดหวังว่าจะได้รับ

1. ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในรพ.สต.

2. ผู้เข้าอบรมสามารถส่งต่อการดูแลได้อย่างเหมาะสม

3. มีแนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานแนวทางเดียวกัน

 

ฐานที่ 6 TCEN

 Toward Clinical Excellence’ Network

TCEN คืออะไร เป็นกลไกที่จะตอบสนองความต้องการที่จะพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโดยใช้ clinical condition เป็นจุดเริ่ม มีจุดมุ่งหมายชัดเจนที่จะยกระดับคุณภาพการดูแลและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว โดยใช้แนวคิดการพัฒนาและการเรียนรู้ที่ผสานกันอย่างรอบด้าน

วัตถุประสงค์

        เพื่อพัฒนาเครือข่ายการจัดการความรู้แบบบูรณาการ ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการดูแลเบาหวาน ในบริบทไทย

 

แนวคิดและหลักการสำคัญในการทำงาน (Core Value & Concept)

  1. มุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ควบคู่กับการพัฒนากระบวนการทำงาน สมาชิก TCEN จะต้องมี commitment ร่วมกันที่จะพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับผลลัพธ์ด้านสุขภาพของกลุ่มเป้าหมาย มีการวัดผลตามตัวชี้วัด ที่รวมกันกำหนด

  2. มุ่งเน้นจัดการความรู้เพื่อนำความรู้ที่จำเป็นมาใช้ในการปฏิบัติงาน ใช้การประเมินตนเองและการเปรียบเทียบเพื่อกระตุ้นการพัฒนา(ทั้งด้านกระบวนการและผลลัพธ์)

  3. มุ่งเน้นการสร้างและใช้องค์ความรู้ทั้งที่เป็นความรู้ชัดแจ้งและความรู้ฝังลึก ความรู้ชัดแจ้งจะได้จากมาตรฐานหรือแนวทางการดูแลรักษาและความรู้จากการศึกษาวิจัย ความรู้ฝังลึกจะได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ปฏิบัติงานและประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ

สิ่งที่ต้องการให้เรียนรู้

  1. TCEN คืออะไร

  2. วัตถุประสงค์การกำหนดตัวชี้วัด TCEN

  3. การนำ TCEN ไปใช้

สิ่งที่คาดหวังว่าจะได้รับ

      1. ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในวัตถุประสงค์การกำหนดตัวชี้วัด TCEN

      2. ผู้เข้าอบรมสามารถนำตัวชี้วัด TCEN ไปสร้างแนวปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยเบาหวานได้