อาหารในยุคปัจจุบันนี้นับวันจะดูสวยงาม กลิ่นชวนกิน มีรสชาติอร่อยและมีให้กินอย่างลานตาหลายร้อยพันอย่าง สมัยเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน คนเรากินอาหารกันไม่กี่อย่าง อาจไม่ถึงห้าสิบอย่างเสียยด้วยซ้ำ แต่อาหารที่กินเข้าไปจะต้องมีความพิถีพิถัน สมดุล ทรงคุณค่า คนสมัยน้นจึงเป็นโรคกันเพียงไม่กี่โรค นักธรรมชาติบำบัดจึงบอกว่า ตัวเราเป็นผลพวงในสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เรากิน และสิ่งที่เราประพฤติปฏิบัติ
พ้นหน้าฝน พอถึงเดือนยี่น้ำก็หรี่ใหลลง อากาศในเดือนนี้เย็นสบาย มีฝนบ้างเล็กน้อยเรียกว่า ฝนโปรยท้องข้าว ข้าวในนาออกดอกตั้งท้องทั่วทุ่ง ช่วงนี้ ปลาในท้องทุ่งจะมีรสชาติีดี ได้เบ็ดไปตกปลาหมอในทุ่งนา ได้ปลาหมอเก้าตัวสิบตัว เก็บผักริ้นตามหัวนา เก็บมะขาม พริกขี้หนู ตามจอมปลวก นำมาทำแกงส้ม ปลามัน ผักริ้น มะขามเปรี้ยว ดีปลีขี้นกเผ็ดๆ รสเด็ดอย่าบอกใคร
จมลันใว้ 1-2 วันไปดูผล ได้ปลาใหลตัวงามๆ 1-2 ตัว ไปขุดข่าเล็กชายป่าริมทุ่ง เก็บมะพร้าวใกล้บ้าน ลูกสองลูก เก็บใบมะกรูดริมรั้วบ้าน คั่วเผ็ดปลาใหล หอมกลิ่นไปทั้งบ้าน
ดักซ่่อนตามช่องน้ำใหล ได้กุ้งสัก2ถ้วยแกง เก็บหน่อไม้ริมชายป่า แกงคั่วกระทิ เก็บยอดจิก ยอดหมุย ยอดมันปู เป็นผักเคียง
ในลำคลองลำห้วยช่วงนี้มีปลาซิวปลาสร้อยมาก นำไซกระบอกทำด้วยไผ่ใส่เหยื่อด้วยรำข้าว แค่ชั่งโมงเดียวเห็นผล ได้ปลาซิวปลาสร้อย เก็บมะนาว ขุดขมิ้น พริกขี้หนูสดๆ ทำต้มส้ม ตักใส่ถ้วยซดน้ำ แซบหลาย
เข้าไปในป่า หายอดหวาย ยอดเตาร้าง หน่อไม้ ลัดริมป่าเก็บมะเขือพวงในไร่ มะเขื่ออ้อร้อ มะเขือเคย ขากลับแวะเก็บผักตำลึง ผักไห่ตามจอมปลวกชายนา กลับมาบ้านเก็บยอดผักหวาน ขุดหัวมัน แต่ละอย่างสิ่งละนิดละหน่อย แกงเลียง กินตอนเที่ยงๆอร่อยหย่าบอกใคร
นอกจากนี้ยังมีอาหารอื่นๆอีกมากมายที่ธรรมชาติเตรียมใว้ให้เป็นทุนในเดือนยี่