วันกำหนดการประชุมเพลิงสรีระหลวงปู่เขี่ยม โสรโย

 อัตโนประวัติ

หลวงปู่เขี่ยม โสรโย มีนามเดิมว่า เขี่ยม ด่วนดี เกิดเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๗ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๕ ปีจอ ณ ตำบลมูลตุ่น อำภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายกอง และนางเหลี่ยม ด่วนดี ครอบครัวประกอบอาชีพทำนาทำไร่

๏ การอุปสมบท

ครั้นเมื่ออายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุในทางพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๗ ณ พัทธสีมาวัดศรีบุญเรือง ตำบลชนบท อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โดยมีพระมุนีวรานุวัตร เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระชม อิสฺสโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “โสรโย”

เมื่อบรรพชาอุปสมบทแล้ว ท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานควบคู่กันไป ทั้งนี้ได้รับคำแนะนำสั่งสอนจากครูบาอาจารย์หลายรูปด้วยกัน

หลวงปู่เขี่ยมได้ปฏิบัติธรรมเจริญรอยตามครูบาอาจารย์อย่างแน่วแน่มั่นคงมา โดยตลอด โดยยึดหลักปฏิบัติสมาธิวิปัสสนากัมมัฏฐานด้วยความเคร่งครัดขยันหมั่นเพียร ท่านได้จาริกธุดงควัตรไปตามป่าเขาลำเนาไพรทั่วทุกภูมิภาค กระทั่งได้จาริกมาถึงจังหวัดสกลนคร

๏ ถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้นและหลวงปู่เทสก์

เมื่อมาถึงวัดถ้ำขามและได้พบกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร พระอริยสงฆ์แห่งกองทัพธรรม ศิษย์เอกของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต วัดป่าสุทธาวาส บ้านคำสะอาด ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ตรงกับปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจึงได้ถวายตัวเป็นศิษย์ โดยได้อยู่ศึกษาข้อวัตรปฏิบัติ ระเบียบพระกรรมฐาน อุปัฏฐากหลวงปู่ฝั้น รวมทั้งได้ติดตามจาริกธุดงค์ไปกับท่าน ตามเทือกเขาภูพาน รวมทั้งที่อื่นๆ เพื่อบำเพ็ญสมณธรรม

หากหลวงปู่ฝั้น ไม่ได้พำนักอยู่ที่วัดถ้ำขาม ท่านก็จะมอบภาระการดูแลวัดให้แก่หลวงปู่เขี่ยม ทั้งนี้ หลวงปู่เขี่ยมได้ศึกษาธรรมจากหลวงปู่ฝั้น อย่างลึกซึ้งจนวาระสุดท้ายแห่งชีวิตของท่าน โดยหลวงปู่ฝั้นได้ละสังขารไปเมื่อวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ภายหลังจากหลวงปู่ฝั้นมรณภาพและพระราชทานเพลิงศพแล้ว หลวงปู่เขี่ยมก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดถ้ำขาม จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเพราะท่านเป็นพระนักปฏิบัติที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมีเมตตาบารมีสูง

นอกจากนี้ หลวงปู่เขี่ยม ยังได้มีโอกาสถวายตัวเป็นศิษย์ และศึกษาธรรมปฏิบัติจากหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี แห่งวัดหินหมากเป้ง ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย โดยหลวงปู่เขี่ยมได้รับคำสอนและแนวทางการปฏิบัติธรรมจากหลวงปู่เทสก์อย่าง ใกล้ชิด จนกระทั่งหลวงปู่เทสก์ได้มรณภาพลง

ณ วัดถ้ำขาม มีศาสนวัตถุสำคัญหลายอย่าง เช่น ศาลาการเปรียญที่มีต้นมะขามตั้งอยู่ตรงกลาง ฯลฯ ซึ่งหลวงปูฝั้นได้สร้างไว้, เทสกเจดีย์ เทสรังสีอนุสรณ์ พิพิธภัณฑ์หลวงปู่เทสก์ซึ่งท่านได้สร้างไว้สมัยท่านมาพำนักจำพรรษาและฝึก วิปัสสนาบำเพ็ญเพียรที่วัดถ้ำขาม ตลอดจนยังมีสรรพสัตว์นานัปการ เช่น ฝูงลิง นก กระรอก กระแต ฯลฯ มาอาศัยอยู่ภายในวัด นอกจากนี้วัดถ้ำขามยังเป็นสถานที่เหมาะแก่การบำเพ็ญสมณธรรมยิ่งนัก

๏ การสร้างวัตถุมงคล

วัตถุมงคลต่างๆ ของหลวงปู่เขี่ยม ไม่ค่อยปรากฏออกมาให้พบเห็น เพราะท่านยึดแนวทางของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ผู้เป็นบูรพาจารย์ ที่ไม่ชอบสร้างและปลุกเสกวัตถุมงคล ส่วนมากจะเป็นคณะศิษยานุศิษย์สร้างถวายเท่านั้น

วัตถุมงคลที่กำลังโด่งดังเป็นที่ต้องการของศิษยานุศิษย์ในขณะนี้ ได้แก่ พระพุทธประทานพร, เหรียญพระสังกัจจายน์อุ้มทรัพย์ เป็นวัตถุมงคลที่สร้างเพื่อจัดหารายได้สมทบทุนสร้างพระเจดีย์ชื่อว่า “พุทธประทานพรเจดีย์” ที่วัดป่าขุมดิน ขณะนี้การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ แต่หลวงปู่เขี่ยมก็มาละสังขารไปก่อน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของคณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วไปเป็น ยิ่งนัก

๏ การมรณภาพ

หลวงปู่เขี่ยม โสรโย พระเกจิอาจารย์สายกัมมัฏฐานศิษย์เอกหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี ได้ละสังขารอย่างสงบหลังจากอาพาธด้วยโรคตับอักเสบ ณ วัดป่าขุมดิน ตำบลกุดเค้า อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันพุธที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๐๘.๒๙ น. หลังเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น นานกว่า ๑ เดือน แล้วกลับมารักษาตัวต่อที่วัดป่าขุมดิน เมื่อกลางดึกวันที่ ๑๓ มีนาคม และมรณภาพลงในที่สุดเมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคมดังกล่าว รวมสิริอายุได้ ๗๔ พรรษา ๕๓ คณะศิษยานุศิษย์แห่ไว้อาลัยร่วมงานศพล้นหลาม นับเป็นการสูญเสียพระสุปฏิปันโนครั้งใหญ่ของภาคอีสาน ในส่วนสรีระสังขารของหลวงปู่เขี่ยมนั้น ได้ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัดป่าขุมดิน คณะศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศทราบข่าวก็ได้พากันไปกราบศพหลวงปู่เขี่ยมจนแน่น ขนัด และเซียนพระรู้ข่าวเตรียมกว้านเช่าวัตถุมงคลมาเก็บ แต่ทางวัดยังไม่เปิดให้บูชา

ก่อนหน้านี้หลวงปู่เขี่ยมได้เดินทางมายังวัดป่าขุมดิน เพื่อมาดูแลนำพาก่อสร้างเจดีย์วัดป่าขุมดิน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดขอนแก่นและใกล้เคียงได้กราบไหว้บูชา ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการสร้างอยู่

 

"จากรูป รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและนายอำเภอมัญจาคีรีกราบสักการะสรีระหลวงปู่เขี่ยม โสรโย เพื่อมาเป็นประธานการฝึกอบรมผู้นำประชาคมหมู่บ้านและตำบล ตามโครงการทำดีเพื่อพ่อ ทำตัวเรามีธรรม เทิศไท้องค์ราชัน 84 พรรษา และมาดูความพร้อมในการจัดงานประชุมเพลิงสรีระหลวงปู่เขี่ยม โสรโย อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำขาม
ณ วัดป่าบ้านขุมดิน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น"

 

ขอเชิญร่วมประชุมเพลิงสรีระหลวงปู่เขี่ยม โสรโย อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำขาม
ณ วัดป่าบ้านขุมดิน หมู่ที่ ๔ ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น
วันเสาร์ที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เวลา ๑๖.๐๐ น.


ภาคอีสานเป็นดินแดนที่มีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่เป็นหลักในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาอยู่หลายรูปด้วยกัน และในบรรดาศิษย์องค์สำคัญของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร หนึ่งในนั้นคือ หลวงปู่เขี่ยม โสรโย พระเถระผู้ทรงคุณ ท่านเป็นผู้รู้รัตตัญญู เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่บรรดาศิษยานุศิษย์ผู้ศรัทธา นอกจากนั้นท่านยังเป็นพระที่หลวงปู่ฝั้นไว้ใจให้เป็นเจ้าอาวาสดูแลปกครองบรรดาพระเณรที่ วัดถ้ำขาม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ต่อมาในปีพ.ศ.๒๕๔๒ ท่านได้บุกเบิกสร้างวัดป่าบ้านขุมดิน และพระธาตุเจดีย์มัญจาคีรีศรีโสรโย
เพื่อเป็นที่สักการบูชา ปฏิบัติภาวนาที่ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นถิ่นบ้านเกิดของท่าน

ในวาระสุดท้ายของชีวิต ท่านอาพาธด้วยโรคตับอักเสบ จนกระทั่งมรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ สิริอายุรวม ๗๓ ปี ๕๓ พรรษา
ทางคณะสงฆ์และผู้ศรัทธาจึงได้จัดพิธีประชุมเพลิงสรีระหลวงปู่เขี่ยม โสรโย ที่วัดป่าบ้านขุมดิน

ณ โอกาสนี้ จึงขอเชิญคณะศิษยานุศิษย์ร่วมพร้อมใจกันแสดงมุทิตาจิตเคารพต่อองค์หลวงปู่โดยพร้อมเพรียงกัน

กำหนดการ

วันศุกร์ที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ (ตรงกับวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๑)


เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์ออกรับบิณฑบาต รอบพระธาตุเจดีย์มัญจาคีรีศรีโสรโย
เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์
เวลา ๑๐.๓๐ น. พิธีคารวะสรีระ เสร็จแล้วเชิญสรีระไปตั้งบำเพ็ญกุศล ณ เมรุพิเศษ
เวลา ๑๗.๐๐ น. ทำวัตรเย็น-เจริญพระพุทธมนต์
เวลา ๑๙.๐๐ น. สวดพระอภิธรรมและแสดงพระธรรมเทศนา

วันเสาร์ที่ ๑๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ (ตรงกับวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑)

เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์ออกรับบิณฑบาต รอบพระธาตุเจดีย์มัญจาคีรีศรีโสรโย
เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์
เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ทรงสมณะศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์
เวลา ๑๔.๐๐ น. พระเถระแสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์
เวลา ๑๕.๐๐ น. พระสงฆ์สวดมาติกา - บังสุกุล
เวลา ๑๕.๓๐ น. พิธีทอดผ้ามหาบังสุกุล
เวลา ๑๖.๐๐ น. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีประชุมเพลิงสรีระ
เวลา ๑๗.๐๐ น. ทำวัตรเย็น - เจริญพระพุทธมนต์

วันอาทิตย์ที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ (ตรงกับวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑)

เวลา ๐๖.๐๐ น. พิธีเก็บอัฐิ
เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์ออกรับบิณฑบาต รอบพระธาตุเจดีย์มัญจาคีรีศรีโสรโย
เวลา ๐๗.๓๐ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ฉลองอัฐิ
เวลา ๐๘.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์
เวลา ๑๐.๓๐ น. บรรจุอัฐิธาตุหลวงปู่เขี่ยม โสรโย ณ พระธาตุเจดีย์มัญจาคีรีศรีโสรโย เป็นอันเสร็จพิธี

คณะกรรมการฝ่ายสงฆ์

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัดราชบพิธฯ กทม. ประธานฝ่ายสงฆ์
พระอาจารย์แปลง สุนฺทโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร ประธานที่ปรึกษา
พระอาจารย์อุทัย สิริธโร วัดเขาใหญ่ญาณสัมปันโน จ.นครราชสีมา รองประธานฯ
พระอาจารย์สาคร ธมฺมาวุโธ วัดเวฬุวัน จ.กาญจนบุรี รองประธานฯ
พระครูสถิตสมณคุณ วัดป่าโนนสำนัก จ.ขอนแก่น ประธานการจัดงาน
พระอาจารย์ไพฑูรย์ โชติธมฺโม วัดป่าบ้านขุมดิน จ.ขอนแก่น รองประธานฯ
พระอาจารย์ธงชัย อุทโย วัดบ้านยาง จ.กาญจนบุรี รองประธานฯ

คณะกรรมการฝ่ายฆราวาส

พล.ตรี ธวัช สุกปลั่ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๓ ประธานฝ่ายฆราวาส
พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๔ รองประธานฯ
นายปราโมทย์ สัจจรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประธานที่ปรึกษา
นายเฉลิมชัย ชละธาร นายอำเภอมัญจาคีรี ประธานจัดงานฯ