หลังจากที่iร.พ พุทธชินราช มีระบบการดูแลคนเป็นโรคเรียบร้อยแล้ว    กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง เป็นสมาชิกอีกกลุ่มที่เราวางแผนการดำเนินการที่จะดูแล   ปี 2549 พี่ๆของเราที่PCU ดำเนินงานคัดกรองโรคเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง จนถึงวันนี้ (เดือน ก.ค 2549 ) เขต อ.เมือง คัดกรองได้ 69 %บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เราก็ยังดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ   จากการคัดกรอง เรามีกลุ่มเสี่ยงหลายพันคน เราจึงเริ่มวางแผนในระดับชุมชน โดยเริ่มที่PCU ท่าทอง ร่วมคิดร่วมวางแผน ให้พื้นที่รู้ถึงปัญหาสถานการณ์ของโรค...ทีมงานพยายามสอดแทรกการจัดการความรู้ในลงเนื้องาน โดยการเกริ่นรูปแบบที่แปลกแตกต่างจากกิจกรรมเดิมๆ ที่คาดว่าจะสร้างความตระหนัก และสร้างทักษะการเรียนรู้ให้เกิดในแต่ละบุคคลเพื่อให้แต่ละคนหาทางจัดการกับความเสี่ยงของตนเอง  ป้องกันไม่ไห้เป็นเบาหวาน......

จากกิจกรรม  เรามี สมาชิกที่มาร่วมเป็นผู้ที่มี ระดับน้ำตาล 100 -126 mg% มีความเสี่ยงทางพฤติกรรมมากกว่า 1 ข้อ จำนวน 150 คน เป็นสมาชิกกลุ่มใหญ่และสร้างความหนักใจให้เราพอสมควร แต่ด้วยข้อจำกัดของการทำงานและภาระงานในอีกหลายๆพื้นที่ จึงได้ข้อสรุป จัดกลุ่มใหญ่ๆแบบนี้แหละ 

สรุปขั้นตอนการทำงาน

1. คัดกรองตามมาตรฐาน

2. จัดทำทะเบียนกลุ่มดี-กลุ่มเสี่ยง-กลุ่มป่วย

3. คัดเลือกกลุ่มเสี่ยงมาวางแผนการปรับเปลี่บนพฤติกรรมเสี่ยง

4. ประชุมในพื้นที่ เพื่อให้ทราบปัญหา-วางแผน-ดำเนินกิจกรรม 

5. pre-post test

6. ติดตามผลการดำเนินงาน

7. ประเมินผลกิจกรรม

                   

                

ตารางแสดงความรู้ของสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรม

ระดับความรู้

ก่อนเข้าร่วม กิจกรรม (%) หลังเข้าร่วมกิจกรรม(%)
ระดับมาก ( 80%)       89        94
ระดับปานกลาง(60-80%)       11         6
ระดับน้อย (< 60%)        0         0

ข้อมูลความเสี่ยงของสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรม 

ข้อมูล

      ร้อยละ
ระดับ FBS 100-126 mg%          56
ญาติสายตรงเป็นเบาหวาน          45
อ้วน          23
เป็นความดันโลหิตสูง          42
ภาวะไขมันในเลือดสูง          39
         


 

 

  

จากข้อมูลที่เราได้ จึงเป็นที่มาของรูปแบบการดำเนินงาน ความรู้ของกลุ่มเป้าหมาย ของเราอยู่ในระดับมาก เป็นส่วนใหญ่ ประเด็นความรู้คงไม่ใช้ปัญหา   แต่เมื่อใช้กระบวนคิดร่วมกัน สมาชิกของเราต่างแสดงความเห็นต่างๆนาๆดังนี้ Ø      รู้แต่ไม่ทำ    Ø      ไม่รู้จะทำวิธีไหน Ø      โรคจะเกิดกับเราจริงๆหรือ Ø      เราคงไม่โชคร้ายจะเป็นหรอก ??  กลุ่มแกนนำจึงพยายามหาความรู้ ผู้รู้ทั้งในและนอกชุมชน จากหนังสือและสื่อต่างๆ จนเป็นที่มาในการพยายามหา ผู้ป่วยที่มีประสบการณ์การเป็นเบาหวานจากประวัติย้อนหลัง มีระดับ FBS 100-110 mg% เป็นระยะเวลานานถึง 7 ปี   มีประสบการณ์ทั้งสำเร็จและล้มเหลว ในการดูแลตนเองเก็บสะสมเป็นความรู้ในตัว จนปีที่ 7 เป็นเบาหวาน เมื่อมีเวทีชุมชน จึงเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการนำตัวอย่างมาถ่ายทอดเรี่องราวให้สมาชิกในชุมชนฟังและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตรงอย่างน่าสนใจและตรงใจมากกว่ารูปแบบการบรรยายโดยนักวิชาการ    ผู้นำชุมชนและแกนนำชุมชนที่มีศักยภาพสูงของชุมชนท่าทอง สามารถชักชวนให้สมาชิกชุมชนเห็นความสำคัญ ก่อเกิดเป็น เวทีชาวบ้าน  และแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนความสำเร็จและความล้มเหลวในระหว่างสมาชิก ที่จะดูแลตนเองให้เกิดโรคเบาหวานช้าที่สุด โดยมีรูปแบบการปรับพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป

กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้มีแต่ชาวบ้านเท่านั้น แต่มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามาร่วมด้วย  ทำให้แนวทางการแก้ปัญหาที่ขาดความรู้ทางวิชาการ  ได้มาบรรจบพบกับความรู้ที่เป็นส่วนขาดของชุมชน

ก่อเกิดเป็น การจัดการความเสี่ยงโดยการประสานความร่วมมือระหว่างชุมชนและนักวิชาการ ที่ ผสมผสานกลมกลืน  

ผลลัพธ์ที่ได้ในกิจกรรมนี้คงไม่ใช้ผล POST -TEST ที่แสดงว่ากลุ่มเสี่ยงในชุมชนมีความรู้เพิ่มขึ้น      แต่เราจะติดตามและดูความเข็มแข็ง

ของชุมชนทีเริ่มจากฐานการเรียนรู้วงนี้ ขยายไปสู่กิจกรรมอื่นๆ เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรค ตามที่สมาชิกบอกว่า ปี 2550 เราจะไม่เป็นเบาหวาน และตั้งเป้าหมายว่าระดับน้ำตาลในปีหน้าของแต่ละคนจะไม่เพิ่มไปกว่านี้ ซึ่งเราได้แต่หวังว่าสมาชิกทั้ง 150 คน คงจะมีแนวทางในการจัดการดูแลตนเองที่เหมาะสม โดยนำประสบการณ์+ความรู้ที่ได้ไปปรับประยุกติ์ใช้ได้อย่างเหมาะสม  ซึ่งเป็นเรื่องที่เราชาวสาธารณสุขคงจะเข้าไปกำหนดเป็นรูปแบบที่ตายตัวไม่ได้

 

     ปี 2550 เราจะมารายงานผลว่าสมาชิกท่าทองของเราจะมีระดับน้ำตาลเป็นอย่างไร

                                               ผู้เล่า รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์

                                                        ปิลันธนา จันทร