ทำขวัญนาค 8 (มนต์เสน่ห์ ความขลัง ความสนุกสุดมัน)

ความสนุกสุดมันก็เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่ไม่มีพิษไม่มีภัยต่องานและไม่เสียความตั้งใจของผู้ที่จะเข้าไปสู่ทางสงบได้

ทำขวัญนาค

(มนต์เสน่ห์ ความขลัง

ความสนุกสุดมัน)

โดย ชำเลือง มณีวงษ์

ผู้มีผลงานดีเด่น รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ปี 2547

          บนพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เว็บไซต์ Gotoknow.org แห่งนี้ เป็นสถานที่แสดงความเห็นที่คิดอย่างสร้างสรรค์ ในประสบการณ์และความรู้ที่ผมได้สั่งสมมา อาจมีข้อความที่ตกหล่นขาดหายหรือหลงลืมไปในบางสิ่งบางอย่าง ท่านผู้รู้บางท่านได้กรุณาเติมเต็มจนเกิดความสมบูรณ์ เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ๆ ไม่มีใครที่จะสามารถเรียนรู้ได้ทั้งหมดจึงจำเป็นที่จะต้องนำเอามาแลกเปลี่ยนกันอย่างเปิดใจ ในเรื่องของพิธีทำขวัญนาค ณ วันนี้ ต้องยอมรับความสามารถของคนรุ่นใหม่ ๆ ที่เขามีเจตนาที่ดีต่อพิธีกรรมที่คนรุ่นก่อนได้ปฏิบัติกันมา ผมไม่เสียเวลาจับผิดพวกเขาเหล่านั้น เพราะคงไม่มีผู้รู้ท่านใดที่ไม่เคยทำอะไรผิดเลย เพียงแต่ว่า ข้อผิดพลาดควรที่จะมีน้อยที่สุดหรือเมื่อได้พบก็จัดการปรับปรุงแก้ไข ยอมรับในจุดที่จะต้องปรับปรุงและขอบคุณผู้ที่ให้ข้อคิดอย่างสร้างสรรค์

          ในช่วงเวลาที่ผ่านมาผมผ่านประสบการณ์ในการร้องเพลงแหล่มานาน ผ่านเวทีการแสดงเพลงพื้นบ้านมาตั้งแต่อายุ 18-19 ปี (ในช่วงต้นมีงานเล่นน้อยปีละ 10 กว่าครั้ง) ผ่านประสบการณ์ในพิธีทำขวัญนาคมาตั้งแต่ปี 2512-2513 รวมเวลาประมาณ 40-42 ปี ในบางวันผมต้องไปทำขวัญนาค 2-3 งาน เสร็จงานนี้ผมต้องไปต่ออีก 1-2 งาน ส่วนเพลงพื้นบ้าน ผมชอบร้องด้นกลอนสดจนทำให้ทีมเพลงอีแซวของผมและอำเภอดอนเจดีย์ ได้รับรางวัลชนะเลิศของจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2525 ถึงอย่างไรก็ตาม ยังคงมีคนเก่งอีกหลายคน ซึ่งอาจจะเก่งกว่าผมเสียด้วยซ้ำอยู่ในชุมชนในท้องถิ่น ในแวดวงการศิลปินพื้นบ้าน เพียงแต่คนรุ่นหลังเหล่านั้นยังไม่มีโอกาสที่จะได้นำเสนอผลงานในสถานที่กว้าง ๆ หรือบนเวทีในงานสำคัญหรืองานใหญ่ ๆ  เท่านั้น

          

          

          ในเรื่องของพิธีทำขวัญนาค เมื่อยกประเด็นความเชื่อ ในหัวข้อ “มนต์เสน่ห์ ความขลัง ความสนุกสุดมัน” มากล่าวเพื่อให้คิดได้หลายมุมมอง ผมไม่อาจที่จะยึดติดกับความคิดเก่า ๆ ที่ได้รับมาทั้งหมด เพราะสังคมและโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมากและรวดเร็วเหลือเกิน มาถึงตรงนี้ผมขอทบทวนประสบการณ์ย้อนหลังไปในสมัยที่ผมยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น อายุ 17-18 ปี สมัยนั้นไม่ว่าบ้านใดจะบวชลูกชาย สิ่งสำคัญที่สุดก่อนบวชคือ การทำขวัญนาค พิธีทำขวัญนาคในอดีตเมื่อ 15-45 ปีที่ผ่านมา จะมี 3 รูปแบบ ได้แก่

  1. ทำขวัญนาค โดยมีหมอทำขวัญ
  2. พระเทศน์สอนนาคและทำขวัญนาค มีทั้ง 2 อย่างในพิธีเดียวกัน
  3. พระเทศน์สอนนาค (เป็นการสอนนาคบอกถึงกิจของสงฆ์และผู้มีพระคุณ)

1. ทำขวัญนาค โดยมีหมอทำขวัญ

          ในท้องถิ่นหนึ่ง ๆ เมื่อถึงโอกาสที่จะได้จัดงานอุปสมบทลูกหลานที่มีอายุครบ 20 ปีกันทั้งที ผู้ที่เป็นเจ้าภาพ ได้แก่ บิดา-มารดาเฝ้าเก็บสะสมทุนทรัพย์เอาไว้สำหรับจัดงานอุปสมบทบุตรชายเพราะถือกันว่าเป็นงานบุญที่สำคัญที่สุดของครอบครัวที่จะได้เห็นพระลูกชายของตนอย่างสุขใจ ญาติกาทั้งหลายจะได้เกาะชายผ้าเหลืองไปสู่สรวงสรรค์เมื่อจากโลกนี้ไป งานอุสมบทในสมัยก่อน ๆ เจ้าภาพจะต้องไปติดต่อหมอขวัญประจำถิ่น ซึ่งเป็นบุคคลที่ท่านให้ความเคารพนับถือมาประกอบพิธีทำขวัญนาค หมอทำขวัญจะมาก่อนเวลาเพล เพราะในสมัยก่อนบ้านใดจัดงานมงคลจะต้องมีการให้ข้าวพระภูมิเจ้าที่ก่อนเวลาเพล (11.00 น.) ตรงข้างบันไดบ้านก่อนที่จะขึ้นไปยังบนเรือนจะมีไม้ไผ่ผ่าซีกแยกออกเป็น 3 แฉกปักลงดินเอาไว้ ตอนบนขดเป็นรูปเหลี่ยมวางเครื่องเส้นถวายข้าวพระภูมิ ปัจจุบันไม่มีแล้ว  หมอทำขวัญนาคจะเป็นผู้กระทำพิธีจนเวลาหลังเพล จัดแจงไปรับนาคจากวัดเพื่อนำนาคมาอาบน้ำ เมื่อนาคมาถึงยังบ้านก่อนที่จะเข้าพิธี จะมีพิธีอาบน้ำให้กับบิดา มารดาและปู่ย่าตายายก่อน ต่อจากนั้นจะเป็นพิธีอาบน้ำให้กับเจ้านาค เสร็จแล้วผู้ที่เป็นนาคจะนุ่งขาวห่มขาว แต่ว่าไม่ใช่จะต้องแต่งชุดขาวเสมอไป เพราะประเพณีนิยมในแต่ละท้องที่ก็แตกต่างกัน ในบางจังหวัด เช่น แถวดำเนินสะดวก ราชบุรี และที่ปทุมธานี นาคแต่งตัวสวยงามนุ่งผ้านุ่งสวมเสื้อสีสด ๆ ส่วนทางภาคเหนือนาคแต่งหน้าทาปากผัดแป้งสวยงามก็สุดแล้วแต่จารีตประเพณีที่ยึดถือกันต่อ ๆ มา เมื่อถึงพิธีทำขวัญนาค หมอทำขวัญก็จะกระทำพิธีบอกครูไหว้ครู และว่าคาถาทำน้ำมนต์ สมัยก่อนจะต้องนำเอาเครื่องกระยาบวชมาใส่ในแต่ละชั้นของบายศรีทั้ง 5 ชั้น 7 ชั้น  แต่ในปัจจุบันเป็นบายศรีสดก็อาจจะไม่ต้องใส่เครื่องกระยาบวชลงไปในแต่ละชั้นของบายศรี เพียงแต่วางสำรับคาวหวานเอาไว้ในพิธี จากนั้นเรียกเจ้านาคมานั่งยังสถานที่ทำพิธี เชิญพ่อ แม่ ญาติผู้ใหญ่เข้ามายังพิธี เมื่อเริ่มพิธีทำขวัญจะให้นาคนั่งตัวตรงมีสมาธิและพนมมือไหว้บายศรี หากเมื่อยก็สามารถที่จะเปลี่ยนอิริยาบถได้ตามความเหมาะสม หมอทำขวัญจะอันเชิญเทวดาลงมาคุ้มครองเจ้านาคและเจ้าภาพให้การจัดงานประสบความสำเร็จ ต่อจากนั้นจะเป็นบทเคารพคุณ บทปฏิสนธิ บทนามนาค (ปัจจุบันไม่มีกล่าวข้ามไป) บทสอนนาค บทลา บทเชิญขวัญ และพิธีเวียนเทียนเบิกบายศรี หมอทำขวัญจะนำเอาแป้งหอมน้ำมันหอมลงคาถาเจิมที่หน้าผากให้นาค จบพิธีแล้วหมอทำขวัญนาคจะให้พ่อแม่รับขวัญของลูกชาย นาคลูกชายกราบขอขมารับขวัญสู่ตัวแล้วนำเอาตองขวัญทั้ง 3 ก้านไปวางไว้ในที่สูง 1 คืนจึงจะจัดเก็บได้

          ความขลังอยู่ที่มนต์คาถาในพิธีกรรมที่หมอขวัญได้ร่ำเรียนมาจากครูของแต่ละท่าน ก่อนพิธีก็จะต้องท่องมนต์ว่าคาถาทำน้ำมนต์เพื่อประพรมในพิธี ตอนทำพิธีเวียนเทียนก็ว่าคาถาและในตอนจบก็ว่าคาถาเสกแป้งเจิมหน้าผากให้เจ้านาค พิธีกรรมจึงมีมนต์เสน่ห์และความขลังที่เป็นจริงเป็นจังน่าเลื่อมใสศรัทธา ขอยกย่องบรมครูด้านพิธีทำขวัญนาค ท่านช่างคิดสร้างสรรค์สิ่งที่ดี น่าเลื่อมใสเอาไว้สอนใจคนหนุ่ม ๆ ที่กำลังฮึกเหิมให้หยุดคิดและมีสติไตร่ตรองได้อย่างแนบเนียน 

2. พระเทศน์สอนนาคและทำขวัญนาค มีทั้ง 2 อย่างในพิธีเดียวกัน

          ประเพณีหรือความเชื่อแบบนี้มีให้เห็นไม่มากนัก หรือไม่บ่อยนัก รุ่นผมยังทันและได้เห็นบรรยากาศแบบนี้ คือ ในวันทำขวัญนาคจะมีทั้งพิธีพระและพิธีหมอทำขวัญนาค มีเวียนเทียนเบิกบายศรี ในช่วงแรก ๆ ที่ผมไปงานทำขวัญนาคกับพ่อคุณวัน มีชนะ พ่อคุณบอกว่า งานนี้ต้องรอให้พระเทศน์จบก่อนจึงจะมีพิธีทำขวัญนาค ผมไม่เคยได้เห็น พอไปถึงเตรียมเครื่องประกอบพิธีเสร็จก็รอให้พระคุณเจ้าท่านมาถึงและเทศนาสอนนาคก่อน โดยเนื้อหาใจความที่พระท่านเทศนาก็จะเริ่มที่จุดประสงค์ของการบวช เพื่ออะไร ใครได้บุญกุศลบ้าง กล่าวถึงผู้ที่ให้กำเนิดการเลี้ยงดูชูชุบอุปถัมภ์กันมาตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวันนี้ กล่าวถึงนามนาค สอนนาคให้รู้ถึงกิจของสงฆ์ด้วยภาษาพูดธรรมดา (ไม่มีการร้องแหล่)

          เมื่อพระคุณเจ้าเทศนาจบกลับไปแล้วจึงเป็นพิธีทำขวัญนาค  พ่อคุณของผมบอกว่า เรื่องใดที่พระท่านเทศนาไปแล้วชัดเจน หมอทำขวัญก็ไม่ต้องนำเอามากล่าวซ้ำอีกจะเป็นการสิ้นเปลืองเวลา ในบางงานผมเห็นพ่อคุณร้องไหว้ครู เคารพคุณ สอนนาค (มากหน่อย)เชิญขวัญ แล้วก็เบิกบายศรีเลย แต่บางงานท่านเจ้าภาพก็ขอให้หมอว่าเต็ม ๆ ไปเลย ว่าไปตามพิธีโดยไม่ต้องตัด คนเก่า ๆ ท่านชอบฟังเรื่องราวในพิธีทำขวัญนาค ท่านไปร่วมรับฟังเอาความรู้และมีความศรัทธา ผู้คนในพิธีจึงมีมาก บางงานตอนเวียนเทียนต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง เพราะมีญาติมาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก มองดูแล้วเห็นได้ชัดว่า พวกเขามาด้วยความเชื่อถือความศรัทธาและยึดมั่นจริง ๆ 

3. พระเทศน์สอนนาค (เป็นการสอนนาคบอกถึงกิจของสงฆ์และผู้มีพระคุณ)

          สำหรับการนิมนต์พระมาเทศนาสอนนาค เป็นความนิยมทีมีมาทีหลังพิธีทำขวัญนาค ส่วนที่ว่าก่อนบวชควรที่จะได้รับฟังเทศน์สัก 1 กัณฑ์ อย่างในสมัยพุทธกาล เป็นการเข้าถึงรสพระธรรมคำสอนเสียก่อนจะเป็นการดี เพราะว่าพระท่านจะได้ให้ข้อแนะนำแก่ผู้ที่จะบวชได้รับรู้กิจที่จะต้องปฏิบัติ หรืออาจจะเนื่องมาจากพิธีทำขวัญนาคจะต้องจัดหาเครื่องไฟเครื่องขยายเสียง วงดนตรีมาประกอบการทำขวัญนาค เป็นความยุ่งยากมากมายและจะต้องสิ้นเปลืองงบประมาณมากขึ้น จึงตัดปัญหาในเรื่องนี้ นิมนต์พระคุณเจ้าให้มาเทศนาสอนนาคไปเลยก็อาจจะเป็นได้ หรืออาจเกิดจากความเคารพศรัทธาในองค์หลวงพ่อ พระเจ้าอาวาสวัดในท้องถิ่น เมื่อมีงานบวชพระ วันที่ผู้ที่จะบวชเป็นนาคก็นิมนต์พระที่เลื่อมใสศรัทธามาเทศนาสอนนาคเป็นสิริมงคลแก่งานด้วย

          แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดหรืออยู่นอกเหนือจากเหตุผลที่กล่าวมาก็สุดที่จะยกเอามาอ้างได้ การเทศนาสอนนาคในสมัยเมื่อประมาณ 50 ปี เป็นการสอนใจคนหนุ่มจริง ๆ  พระท่านจะยกเอาคัมภีร์มากล่าวถึงการกำเนิดมาเป็นมนุษย์ การได้เกิดมาในพระพุทธศาสนา และครองตนมาจนได้บวชในวันพรุ่งนี้ ผู้ที่ให้กำเนิด คือ บิดา-มารดา เป็นผู้ที่มีความสำคัญยิ่ง พระท่านจะกล่าวถึงความยากลำบากในการเลี้ยงดูลูกมาจนเติบใหญ่ ท่านเล่าเรื่องราวจนมองเห็นภาพความเป็นมาจนถึงวันที่ได้มานั่งเป็นนาคและจะได้เข้าโบสถ์บวชเป็นพระในวันพรุ่งนี้ จากนั้นจะเป็นคำสอนบอกถึงกิจของสงฆ์ว่าจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรบ้างเมื่อบวชแล้วไปจนถึงเมื่อสึกออกมาจากพระจะต้องปฏิบัติอย่างไรกับวัดที่เราได้บวชเรียนและพำนักอยู่เป็นเวลาระยะหนึ่งซึ่งในยุคก่อนการบวชพระจะบวชกันเป็นพรรษา 1 พรรษา 2 พรรษาหรือมากว่านั้น คำสอนที่ได้รับฟังในบทเทศนาของพระคุณเจ้าจึงมีความลึกซึ้งกินใจชวนให้คิดและมีความสุขสงบเสียจริง ๆ เพียงคำพูดที่ออกมาจากวาจาช่างมีมนต์ขลัง มีพลังให้เข้มแข็งและครองผ้าไตรอยู่ได้นาน ๆ ไม่อยากที่จะสึกออกมาจากเพศบรรพชิต

                          

          บรรยากาศทั้ง 3 รูปแบบ อาจจะมองหาได้ยากในปัจจุบันนี้ คำว่ามองหาได้ยากในที่นี้ ผมมองไปที่ความสุข สงบ ร่มเย็น จิตที่ผ่องใสไม่ว้าวุ่น ส่วนความสนุก ความมันมีได้ตามเหตุผลและความเหมาะสม เพราะในสมัยก่อนประชาชนที่มาช่วยงานบวชพระ มีจำนวนมาก เขาก็เล่นสนุกกันตั้งแต่วันทำน้ำแป้ง (ทำขนม และขนมจีน) เขาก็มีการเต้นรำหน้าขบวนแห่ แต่ดูเรียบร้อยสวยงามเต็มไปด้วยความเชื่อและศรัทธาที่ว่า จะได้ไปเกิดเป็นนางฟ้าบนสวรรค์ ในวันนี้อาจจะดูเปลี่ยนแปลงไป ในความสนุกสนานที่รุนแรงดุเด็ดเผ็ดมันกว่าในอดีตมาก แต่ถ้ามีการควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในกรอบได้ ความสนุกสุดมันก็เป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่ไม่มีพิษไม่มีภัยต่องานและไม่เสียความตั้งใจของผู้ที่จะเข้าไปสู่ทางสงบได้

ติดตามอ่าน GotoKnow.org (Blog to Book) บล็อก "ทำขวัญนาค" 50 ตอน ได้ที่เว็บ Partal in THailand : http://portal.in.th/kwannak/pages/13087/  (11 ธ.ค. 2553) 

ติดตาม ทำขวัญนาค ตอนที่ 9 (ทำอย่างไรจึงเรียกว่าพิธีทำขวัญนาค)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ทำขวัญนาค



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 
  • ยินดีมากครับ ที่ได้รู้จักหมอขวัญ สำนักวัดโพธาราม ปากน้ำโพธิ์ จังหวัดนครสวรรค์
  • ผมเคยนำวงเพลงอีแซวสายเลือดสุพรรณฯไปแสดงที่จังหวัดนาครสวรรค์หลายอำเภอและหลายครั้ง ส่วนงานทำขวัญนาคจำได้ว่าเคยไปแถวในเมืองเมื่อ 20 ปีเศษมาแล้ว