การบริหารจัดการความรู้ในองค์กร เป็นหน้าที่ใคร
ในยุคปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันอยู่แล้ว องค์กรมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าด้าน IT บุคลากร หรือ แนวความคิดมุมมองในหลาย ๆ ด้าน ย่อมมีความแตกต่างไปจากเดิม ซึ่งมีการให้ความรู้แก่บุคลากรในหน่วยงาน ที่มีความหลากหลาย กำหนดกลยุทธ์ในการสร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นในองค์กร
ดังนั้น เมื่อองค์กรมีการเปลี่ยนแปลงไปจากวัฒนธรรมที่มีการปฏิบัติกันแบบเดิม ๆ ก็ย่อมมีอุปสรรคตามมาอย่างแน่นอน ดังนั้น ดิฉันได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ที่มีการเขียนบันทึกไว้ และเห็นว่า ดี มีประโยชน์ ซึ่งจะเป็นมุมมองในหลาย ๆ ด้านให้กับองค์กร ที่จะมีการปรับเปลี่ยนไปสู่องค์กรยุคใหม่
นั่นคือ หนังสือ "การจัดการความรู้ สู่...องค์กรยุคใหม่" (Knowledge Management) ของ Dipl.-Ing. บดินทร์ วิจารณ์ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้จาก ที่ดิฉันได้เข้าร่วมฟังบรรยายพิเศษที่มหาวิทยาลัยจัด เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2547 ณ ห้องประชุมทองจันทร์ อาคารเรียนรวมและหอสมุดคณะแพทยศาสตร์ ซึ่งได้หยิบมาอ่าน เนื่องจากองค์กรของเราเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ดังนั้นน่าจะศึกษา เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการปฏิบัติกันบ้าง ซึ่งที่นี้จะนำเรื่อง "8 ขั้นตอน การนำ KM สู่การปฏิบัติ (8 steps KM-Implementation) ว่าท่านอาจารย์เขียนไว้อย่างไร
ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการสร้าง KM ในองค์กร ขอให้เรามองในสิ่งต่อไปนี้ที่อาจจะเกิดตามมา
1. อุปสรรคที่สำคัญของการสร้าง KM ในองค์กร
2. ขั้นตอนการสร้าง KM ในองค์กร
1. อุปสรรคที่สำคัญของการสร้าง KM ในองค์กร
(1) องค์กรไม่มีความต้องการ แรงจูงใจ หรือแรงกระตุ้น และเห็นประโยชน์ของ KM เพียงพอ
(2) ตอนจัดทำโครงการ KM ไม่ได้มีการกำหนดองค์ความรู้ขององค์กรที่สอดคล้องกับธุรกิจ และงานปฏิบัติการขององค์กร ซึ่งส่งผลให้เมื่อสร้าง KM แล้วมีส่วนส่งเสริมต่อความสำเร็จขององค์กรน้อยมาก
(3) ผู้นำระดับสูงในองค์กรไม่เข้าใจ และไม่ให้การสนับสนุน ทำให้การสร้าง KM ในองค์กรเป็นไปได้ยาก
(4) ในองค์กรยังไม่มีค่านิยมและการปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ และการแลกเปลี่ยนความรู้
(5) การจัดการองค์ความรู้ในองค์กรไม่ได้เชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายเชิงธุรกิจขององค์กร
(6) ไม่มีการวัดผลการดำเนินการจัดการองค์ความรู้ ทำให้ไม่สามารถปรับปรุงพัฒนาได้
(7) ไม่มีระบบที่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศ การเรียนรู้ และการสร้างองค์ความรู้ในองค์กร เช่น การให้รางวัลทั้งในรูปแบบที่เป็นตัวเงิน และไม่เป็นตัวเงิน
2. ขั้นตอนการสร้าง KM ในองค์กร
(1) กำหนดและสร้างทีมงานจัดการองค์ความรู้ในองค์กร (Knowledge Management Team) ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการสร้าง KM ในองค์กร เชื่อมโยงกับเป้าหมายของผู้นำองค์กร ผู้บริหารโครงการมีทีมงานที่หลากหลายตามลักษณะการดำเนินขององค์กร
(2) กำหนดกลยุทธ์ KM ขององค์กร โดยการศึกษากลยุทธ์ขององค์กรว่า มีสาระสำคัญด้านใดบ้าง ดำเนินการวิเคราะห์โอกาส และองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อความสำเร็จขององค์กร ทั้งทางด้านธุรกิจ และงานปฏิบัติการ เลือกองค์ความรู้ที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จขององค์กรสูงสุด เพื่อคัดเลือกมาดำเนินการเป็นโครงการนำร่อง
(3) ดำเนินการสำรวจระบบการจัดการองค์ความรู้ที่มีอยู่แล้วในองค์กร เช่น ระบบฐานข้อมูล ระบบ IT เพื่อทำการต่อยอดโดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างขึ้นมาใหม่
(4) คัดเลือกโครงการนำร่อง (Qulck Win-KM Projects) ให้คัดเลือกโครงการนำร่อง 2-3 โครงการ ตามความเหมาะสมของระดับความยากง่ายของโครงการ และความพร้อมของทีมงาน และความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ การที่มุ่งเน้นเพียงโครงการนำร่อง จะมีโอกาสสำเร็จสูง และสามารถสร้างความเชื่อมั่นและเห็นผลประโยชน์ของ KM ชัดเจนขึ้น จับต้องได้มากขึ้น
(5) สร้างโครงสร้างการจัดการ KM ในองค์กร การจัดการองค์ความรู้ในองค์กร จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้นำองค์กร และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อสร้างองค์ความรู้ แลกเปลี่ยน และใช้องค์ความรู้ให้เกิดประโยชน์ การเชื่อมโยงองค์ความรู้ในองค์กรจำเป็นต้องสร้างระบบพื้นฐาน เช่น ระบบ IT และเครือข่ายรองรับ เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับคน ที่จะเข้ามาใช้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อาจใช้หลักการชุมชนนักปฏิบัติ หรือ Community of Practice, COP ส่วนระบบโครงสร้าง IT จะช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายและชุมชนเข้าด้วยกัน และจัดการระบบข้อมูล
"เพื่อสนับสนุนกระบวนการจัดการองค์ความรู้ในองค์กร ปัจจัยแห่งความสำเร็จไม่ใช่อยู่ที่กระบวนการจัดการองค์ความรู้ที่ดี แต่อยู่ที่โครงสร้าง การจัดการ วิธีการบริการการเปลี่ยนแปลง (Change Management) การปลูกฝังวัฒนธรรม การเรียนรู้ และแบ่งปันความรู้ โดยมีระบบการบริหารงานบุคคล คือ การประเมินผลและการให้รางวัล ทั้งในรูปแบบที่เป็นตัวเงิน และไม่เป็นตัวเงิน เมื่อมีการจัดตั้งระบบ KM แล้วเสร็จ อาจจะมีการโอนงานจากการบริหารงานโครงการสู่การบริหารแบบกระบวนการ โดยการจัดตั้งศูนย์กลางความรู้ขององค์กรดำเนินการจัดการองค์ความรู้ในองค์กรต่อไป"
(6) กำหนดเทคโนโลยีสนับสนุนการจัดการ KM ตั้งแต่การจัดเก็บ การจัดระบบ การสืบค้น และการค้นหาองค์ความรู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์ ดังนั้น ระบบ IT และเครือข่ายจึงมีสาระสำคัญในการสนับสนุน KM ทั้งอยู่ในรูปแบบ พอร์ทอล (Portal) ขององค์กร และของบุคคล (Personal Portal) และระบบสื่สาร เช่น โทรศัพท์ เทเลคอนเฟอเร็นซ์ อีเมล และระบบรองรับการทำงานร่วมกัน (Collaboration)
(7) กำหนดแผนปฏิบัติการหลัก เพื่อเป็นศูนย์กลาง และเป็นวาระขององค์กรในการจัดการสร้าง KM ให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ หลัก ๆ คือ การบริหาร โครงการ KM และการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กร
(8) การติดตาม ควบคุม และปิดโครงการ โดยธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง การจัดการองค์ความรู้ในองค์กรไม่มีวันจบสิ้น อย่างไรก็ตามการดำเนินการต้องมีการติดตามผล ควบคุม จากตัวชี้วัดความสำเร็จ โดยเฉพาะโครงการนำร่อง ว่า KM สามารถก่อให้เกิดประสิทธิผล (Effectiveness) ประสิทธิภาพ (Efficiency) การผลิตผล (Productivity) ที่สูงขึ้นในองค์กรได้หรือไม่ และกระบวนการ KM เกิดขึ้นจริงในองค์กรหรือไม่ เช่น อัตราการเติบโตขององค์ความรู้ใหม่ในองค์กร การเข้ามาใช้ฐานข้อมูล ความรู้ในองค์กรมีอัตราการใช้งานอย่างไร
ดังนั้น การศึกษาแนวทางการสร้าง KM ในองค์กร เป็นหน้าที่ของที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในการนำมาสู่การปฏิบัติ และการสื่อสารในองค์กร ควรเลือกใช้ หรือประยุกต์กระบวนการให้เหมาะสม และง่ายต่อความเข้าใจในองค์กร.
เข้ามาเรียนรู้ KM ครับ
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาที่นำมาแบ่งปันนะครับ...
ค่ะ รับทราบ น่าสนใจค่ะ
ค่ะ รับทราบ น่าสนใจค่ะ