เพียงเพลงรักที่ถักทอ......ก็พออุ่น

ป้าพธู
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

 

  “มอบเพลงนี้แด่เธอด้วยเผลอรัก

    ใจทอถักแรมคืนฝืนสังขาร

    เพียงเธอชอบตอบมาว่าต้องการ

  เพลงพลิ้วหวานจะกล่อมให้ได้ฝันดี”

 
            บทกลอนหวานละมุนบอกถึงไมตรีที่อบอุ่นเอื้ออาทร  จะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เขาเปิดบันทึกใหม่ในบล็อก   “คืนนี้...ยังมีเพื่อน”   เป็นบล็อกนำเสนอเพลงเก่า ๆ หวานซึ้ง ๆ เศร้า ๆ  คร่ำครวญอาลัย  เหมือนคนอกหัก  ว้าเหว่และโหยหา  แฟนคลับหลายรุ่นหลายวัย  ทั้งหญิงและชายต่างเฝ้ามาแวะเวียนที่บล็อกนี้   นอกเหนือจากการนำเสนอเพลงและกลอนที่ไพเราะแล้ว  อัธยาศัยของเจ้าของบันทึกเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งที่ให้ความอบอุ่นแก่ผู้มาเยือน  เขาจะคอยตอบทักทายทุกคน  บางครั้งก็แทรกอารมณ์ขันกลับไปทำให้ผู้มาเยี่ยมเยือนเหมือนมีเพื่อนอยู่ใกล้ ๆ   สิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ก็คือ  การส่งเพื่อน ๆ เข้านอนพร้อมภาพงดงาม “ห่มผ้าก่อนนอน  หนุนหมอนฝันดีทุก ๆ คนนะครับ”
 
            พรานไพร  คือนามแฝงของเขาที่ใช้ในการเขียนบันทึก  จากสำเนียงของกลอน  จากเพลงที่เลือกสรร  และจากคำทักทาย  จึงก่อจินตนาการของผู้มาเยือนประมาณ  พระเอกสูงล่ำ หนุ่มใหญ่ใจดี   แต่ละคืนคำทักทายจึงมีมามากมาย

 

                        “สวัสดีค่ะ คุณพรานไพร   วันนี้เพลงเพราะจังเลยค่ะ  ป้าชอบมาก ๆ ค่ะ  คิดถึงสมัยมีความรัก”  แฟนคลับท่านหนึ่งทักทายมา

 

                        “สวัสดีครับป้า  สบายดีมั้ยครับ?   ฟังเพลงให้สบายใจก่อนนะครับ”   นั่นคือคำทักทายของเขา

 

                        “สวัสดีค่ะ วันนี้ทำขนมอร่อยมาฝาก คุณพรานไพรด้วยนะคะ  อย่าลืมนำเข้าป่าไปด้วยล่ะ”  ความเห็นที่ฝากไว้ของใครอีกคน สิ่งที่หล่อนพูดถึง  ไม่ใช่ของจริง ๆ หรอกหากเป็นเพียงภาพที่นำมาฝาก   แต่ในความรู้สึกในการส่งสาร  ก็เหมือนจะสัมผัสได้

 

                        “สวัสดีครับ  ผมหายไปหลายวัน  มาลงชื่อเยี่ยมแล้วนะครับ”  ไม่ใช่แต่ผู้หญิงที่แวะมา  ผู้ชายก็แวะมา และเขาก็จะตอบไปในแนวเดียวกัน  “คิดถึงอยู่เช่นกันครับ   เพลงที่ท่านต้องการ  ผมลงไปให้เมื่อคืนแล้วนะครับ  ลองคลิกสารบัญดูนะครับ”  เขาเอาใจใส่กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันก็ว่าได้

 

                        “หวัดดีบ่าวพราน   เพลงหรอย ๆ มีม่าย”  นี่เป็นคำทักทายของแฟนคลับอีกคนหนึ่ง  ซึ่งใช้ภาษาลีลาการทักทายแตกต่างกับคนอื่น  แม้เขาจะดูเปิ่น ๆ แต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความเป็นคนอารมณ์ดี ทะลึ่งตึงตัง ชอบหยอกล้อไปทั่ว  จนเจ้าของบันทึกบางคนไม่เข้าใจโกรธเอาก็มี     
 

 

            คนอื่นไม่ติดใจสงสัยอะไรกับการนำเสนอเพลงและกลอนที่แสนหวาน  การทักทายที่อบอุ่น   แต่ แฟนคลับบ่าววีคนนี้นี่แหละที่เหมือนกับว่าเขามีลางสังหรณ์พิเศษ  ที่จับพิรุธ อะไรสักอย่างจากเจ้าของบันทึก  เขาช่างสังเกต  คอยตื๊อติดตาม  แกะรอย  การติดต่อสื่อสารทุกที่ที่พรานไพรไป   แต่พรานไพรก็สามารถตอบคำถามเลี่ยงหลบไปได้ทุกครั้ง
 
           
             “แม่  มาดูนี่สิคะ  อีตาคนนี้เค้าสงสัยอะไรในตัวพรานไพรแน่เลยค่ะ ฮิฮิ  พ่อไปทำอีท่าไหนน้า  อีตาคนนี้ถึงเที่ยวแกะรอย”  เสียงลูกสาวอ่านความคิดเห็นในบันทึกของบ่าววีและวิจารณ์กับผู้เป็นแม่  “เขาก็มีสติปัญญานี่คะลูก  อย่าคิดนะว่าเราจะฉลาดกว่าผู้อื่น ไม่อย่างนั้นจะมีสำนวน สี่เท้ายังรู้พลาด....หรือ”  เสียงผู้เป็นแม่ติง  “พ่อแต่งกลอนหวานๆ ทั้งนั้นเลยนะแม่   มิน่าล่ะดาวมหาวิทยาลัยอย่างแม่จึงตกหลุมรัก ทั้งๆ ที่พ่อ.....”  “อย่านะ ๆ อย่าว่าจรกาที่รักของแม่นะ   ใครจะว่าพ่อเป็นจรกา  แต่สำหรับแม่แล้ว  พ่อไม่ใช่แค่อิเหนานะ  แต่เป็นพระรามเชียวล่ะ” 

 

             ขณะที่แม่ลูกกำลังหยอกล้อต่อกันถึงผู้เป็นพ่อ  หนุ่มใหญ่วัยกลางคน รูปร่างอ้วนเตี้ย  ผิวดำ  ศีรษะล้าน  ริมฝีปากหนา  ดั้งหักแฟบก็ยิ้มเข้ามา   ครั้งแรกที่เขาก้าวเข้ามาดูเหมือนว่าโลกนี้มันมืดไปหมด  หากแต่เมื่อเขายิ้ม  บรรยากาศขณะนั้นเหมือนอากาศยามเช้าริมทะเลนั่นเชียว    “นินทาอะไรพ่อกันจ๊ะที่รักทั้งสอง”    “มาติดตามเก็บข้อมูลการเข้าชมของสมาชิกค่ะพ่อ” เสียงลูกสาวตอบ   “เออ!  เพราะความคิดบ้า ๆ ของ ลูก กับอาจารย์ที่ปรึกษาแท้ ๆ เทียว พ่อถึงต้องมานั่งทำงานหลังขดหลังแข็ง อัพโหลดเพลง ทำภาพประกอบ แต่งกลอน  และตอบคำถามอีก เฮ้อ!”  เสียงผู้เป็นพ่อบ่นพร้อมเสียงถอนหายใจ    “โถพ่อจ๋า  เพื่อลูกนะจ๊ะ   พ่อจ๋า    วิทยานิพนธ์   การศึกษาความสนใจของคนที่มีต่อการสื่อสารผ่านบล็อก  จะสำเร็จไม่ได้เลยนะคะพ่อ”  นั่นไม่ใช่เสียงอ้อนของลูกสาว  หากเป็นเสียงของผู้เป็นภรรยา  “แม่ไม่รู้สึกหึงหวงบ้างหรือจ๊ะ   ที่เขาเข้ามาทักทายพ่อ  ส่งพ่อเข้านอนทุกคืน  อ๊ะๆ อย่าบอกนะว่าแอบหึง”  ผู้เป็นสามีถามความรู้สึกพร้อมหยอกเย้า  “ช่างเถอะพ่อ   พ่อทำให้เขามีความสุข  มีความหวัง  มีกำลังใจเพื่อจะเริ่มต้นกับวันใหม่   ก็เป็นนับว่าเป็นบุญนะ”  ทั้งครอบครัวยิ้มให้แก่กันด้วยความอบอุ่น
 

 

            หกเดือนก่อนหน้านั้น   ผู้เป็นลูกสาววิ่งกระหืดกระหอบมาหาพ่อ   “แย่แล้วค่ะพ่อ !   หนูต้องเก็บข้อมูลความสนใจของคนในโลกออนไลน์ค่ะพ่อ  แล้หนูมีเวลาที่ไหนล่ะ”     “ลูกจะเก็บประเด็นไหนล่ะ?  ถ้าต้องการว่าเขาสนใจอะไรบ้าง  ลูกก็แค่ทำแบบสอบถามออนไลน์ให้เขาคลิก   หรือไม่ก็จ้างให้คนนำแบบสอบถามไปแจกให้เขาทำ ตามองค์กรต่างๆ”     “ไม่ได้จ้ะพ่อ หนูต้องการข้อมูลความสนใจต่อเนื้อหา    แล้วก็แยกออกเป็นเพศ วัย  และหน้าที่การทำงานด้วยค่ะ”  ลูกสาวเล่ารายละเอียดที่จะศึกษาออกไป   “งั้น ! เราก็เก็บข้อมูลตามบล็อกต่างๆ ก็ได้นี่ลูก   เก็บจาก บล็อกแกงค์   โอเคเนชั่น  หรือจาก โกทูโนก็ได้    ทุกที่จะมีสถิติผู้เข้าชม   ผู้แสดงความคิดเห็น”   ผู้เป็นพ่อเสนอต่อไป   “หนูเก็บรายละเอียดเหล่านั้นแล้วค่ะ  แต่เนื้อหาที่นำเสนอมีแต่เรื่องเครียด ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ  พ่อชอบแต่งกลอน  ชอบฟังเพลง  ชอบอัพโหลดเพลงเล่นๆ ที่บ้าน   ไหนๆ พ่อก็ทำอยู่แล้ว   พ่อมาเปิดบล็อกเขียนบันทึกดีกว่านะคะ  เป็นบล็อกที่นำเสนอเพลงตามคำขอ   ประกอบกลอน  และมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของบันทึกกับแฟนเพลงนะพ่อนะ” ลูกสาวกอดพร้อมออดอ้อน    เมื่อลูกสาวทำกริยาเช่นนี้   แม่ยิ้มอยู่ในหน้า  “จะรอดเร้อ...” 
 

 

            แต่พอจะเริ่มเปิดบล็อกปัญหาก็เกิดจนได้ เสียงพ่อโวยวาย “เฮ้ย!  เขาต้องโชว์รูปด้วย  นี่ดูสิ  แต่ละคนเขาถ่ายมุมสวยมุมหล่อทั้งนั้น    ที่ไม่มั่นใจในความสวยความหล่อเขาก็ถ่ายรูปมุมไกลกัน   แล้วพ่อจะถ่ายมุมไหนล่ะ?”   สองแม่ลูกหัวเราะขำกลิ้ง   ใช่สิเพิ่งนึกออกจะถ่ายภาพพ่อมุมไหนดีล่ะ?  ใช่ว่าเขาจะอายในรูปลักษณ์ของเขา   เขาพอใจในรูปลักษณ์ของเขา   เขาภูมิใจในความดีงามและคุณค่าของเขาจนมันลบปมด้อยของเขาออกหมดสิ้น    หากแต่คนอื่นที่ไม่เคยใกล้ชิดเขาล่ะ  จะรับภาพที่เห็นได้ไหม   และถ้าเขานำภาพที่แท้จริงนำเสนอไปจะมีใครเข้ามาในบันทึกรึเปล่า   ที่สำคัญงานของลูกสาวจะสำเร็จหรือ....?    “งั้นเอาอย่างนี้นะคะพ่อ   เราทำรูปปริศนา   ที่ดูเข้มแข็งบึกบึนอบอุ่นใส่แทน  เอ๊ะ! รูปอะไรดีนะ?   รูป ๆ  อ๋อ! รูปหลังของอาจารย์ที่ปรึกษาขณะท่องเที่ยวป่าค่ะ”
 

 

             บล็อก   “คืนนี้....ยังมีเพื่อน” ของพรานไพรจึงเกิดขึ้น   โดยมีผู้เป็นพ่อนั่งคัดสรรเพลง   แต่งกลอนโต้ตอบ  มีบ้างบางครั้งที่ผู้เป็นแม่เข้ามาตอบทักทายบ้างเพื่อให้คนที่ล้าจากงาน  หรือเงียบเหงาได้เกิดความรู้สึกอบอุ่น
 

 

                                    “ค่ำคืนนี้ฉันเหงาไร้เงาเพื่อน
                        จึงมาเยือนหวังพบลบรอยเหงา
                        ช่วยขับกล่อมให้ฉันได้บรรเทา
                        ช่วยเป็นเงาแทนใจใครคนนั้น”
                                  จาก ดอกโศก เมื่อ 10 มีนาคม  2553 01:11
 

 

            “แม่ แม่ขา น่าสงสารผู้หญิงคนนี้จัง  เธอคงเหงานะคะแม่”   ลูกสาวเข้ามาเก็บข้อมูล แล้วเห็นข้อความหนึ่งทิ้งไว้        “พ่อยังไม่มา เขาคงรออยู่นะ   เดี๋ยวแม่จะลองตอบให้เขาได้สบายใจ”
 

 

                                    “ณ ตรงนี้มีรักแด่ที่รัก
                        หากเหงาหนักเหนื่อยล้าจะพาหาย
                        ณ ตรงนี้มีไออุ่นกรุ่นกำจาย
                        จงหลับฝันให้สบายค่ำคืนนี้”
 

 

            “โอ้โฮ! แม่จ๋า   แจ่มค่ะแจ่ม  สงสัยอ่านกลอนของพ่อจนซึมซับ    เธอคงสบายใจขึ้นนะคะแม่”  ลูกสาวชื่นชมแม่     “ไม่รู้ว่าบาปรึบุญนะคะนี่”  ผู้เป็นแม่รำพึงประหนึ่งว่าเธอทำผิด  “ไม่หรอกค่ะแม่   เราไม่ได้ไปให้ความหวังเขานะ   เราสื่อสารจากใจไปยังเขา  และเราก็ตอบเช่นนี้กับทุกๆ คน”   ลูกสาวให้กำลังใจแม่  
 

 

            “ลูกจ๋า! ลูกได้ข้อมูลเพียงพอแล้ว  พ่อจะปิดบล็อกแล้วนะ   เวลาของพ่อหายไปกับงานลูกหมดเลย”  ผู้เป็นพ่อบ่นเบาๆ  “พ่อลองปิดดูสิคะจะเกิดอะไรขึ้น”  ลูกสาวว่า
 

 

                                    “เพลงอำลาฝากไว้ให้คิดถึง
                        ภาระมากหนักอึ้งเกินจัดสรร
                        จำใจจากแม้ยากจะจากพลัน
                        จงหลับฝันเต็มตื่นทุกคืนนอน”
 

 

            “บันทึกนี้คงจะเป็นบันทึกสุดท้ายที่ผม พรานไพร ฝากไว้ให้กับทุกท่าน  เพลง “ด้วยรักและผูกพัน” เป็นเพลงสุดท้ายจากผม  หวังอย่างยิ่งว่าความรักความผูกพันของเราจะเหมือนเดิม ยั่งยืนไปตราบนานเท่านาน  ด้วยรัก  พรานไพร”   เขาส่งบันทึกไปไม่ถึงสองนาที    ความคิดเห็นต่างๆ   คำร้องขอ   คำกลอนออดอ้อนอาลัย   ส่งเข้ามาจนอ่านไม่ทัน  เขาหันไปมองหน้าภรรยาและลูก   “ทำไงล่ะทีนี้ ?”   “แม่ว่าพ่อก็ปล่อยไว้อย่างนี้ล่ะ   เขาคิดถึงก็จะได้เข้ามาอ่านมาเขียน  วันไหนที่พ่อเหงา  พ่อก็เข้ามาทักทายเขาได้นี่จ๊ะ  ทุกถ้อยคำที่พ่อถ่ายทอด   ทุกบทเพลง ทุกสารที่เขาสื่อมาล้วนงดงาม   ฉะนั้นก็ปล่อยบันทึกนี้ไว้อย่างนี้ดีกว่า   ใครผ่านไปมาก็เข้ามาอ่าน  มาทบทวนความหลังได้” 
 

 

                                   
                                                “ฉันเหนื่อยใจเจียนบ้าอยากลาโลก
                                    ความทุกข์โศกเกาะไว้ยากไถ่ถอน
                                    ความหนาวเหน็บโถมทับแทบดับรอน
                                    เพียงเพราะคุณจากจรจากฉันไป”   
                                      จาก ดอกโศก เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2553 01:17
 
                       
                                                “คุณอยู่ไหนใคร่รู้ว่าอยู่ไหน
                                    จะบินไปถึงแคว้นแม้แดนสรวง
                                    จะเหาะเหินห้วงหาวทุกดาวดวง
                                    ใจฉันห่วงบอกไว้โปรดได้คืน”
                                    จาก ดอกโศก เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2553 00:17
 
 
 
                                              “จะวาดหวังสิ่งใดที่ไหนแล้ว
                                    เมื่อเพื่อนแก้วกลอยใจไม่มาหา
                                    จะวาดหวังสิ่งใดในชะตา
                                    เมื่อเพื่อนแก้วลับลาเหมือนจะลี้”
                                         จาก ดอกโศก เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2553 02:17
 
                                               
                                                “ฉันจะเพรียกเช่นนี้นะที่รัก
                                    เพลงที่เธอทอถักยังกล่อมฉัน
                                    ฉันจะเพรียกเช่นนี้ทุกวี่วัน
                                    จะกี่กัปกี่กัลป์ยังมั่นคง”
                                         จาก ดอกโศก เมื่อ 23 พฤศจิกายน 2553 03:00
 
 
             ความคิดเห็นของใครหลาย ๆ คน เริ่มห่างหายไปจากบันทึก  แต่ความคิดเห็นหนึ่งที่ไม่เคยขาดหายไปแม้แต่วันเดียวคือ บันทึกของเจ้าของนาม “ดอกโศก”  แม้ล่วงเลยจนป่านนี้  บันทึก “คืนนี้....ยังมีเพื่อน”  ยังไร้ร่องรอยเจ้าของบันทึกจะเข้ามาคอยทักทายก็ตามที
 
                                   ขอบคุณภาพจาก http://board.goosiam.com/imgupload/q099282.gif

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ร้อยอักษรตามใจฝัน : เรื่องสั้นตามวันเวลา



ความเห็น (9)

เขียนเมื่อ 

เหมือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเป๊ะเลยป้าพธู...

ในบันทึกของ GTK  เราก็มีด้วยแหละ  อิๆๆๆๆๆๆ

ความสุขของใครก็ของใครเนาะ!!!

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณkrugui Chutima

เหรอคะ ? 

  • เค้าโครงเรื่องป้านำมาจากเมื่อครั้งเล่นกระดานข่าว ของ สข.กทม.ท่านหนึ่ง ช่วงปี ๔๒-๔๓ ค่ะ
  • ในยุคที่เราสนทนาผ่านกระดานข่าวและคุยหลังไมค์ผ่าน ICQ ค่ะ 
  • จะมีรุ่นพี่เขาจัดเพลงผ่านกระดาน และแต่งกลอนไพเราะมาก 
  • เมื่อไรที่เขาน้อยใจ  เขาจะหายไป
  • เมื่อเขาแอบย่องเข้ามาในกระดาน  แต่พวกเราจะจับเขาได้  เพราะเราตรวจสอบ IPได้  ก็หยอกเย้าสนุกสนานกัน   ปัจจุบันเขาก็อาจจะซุ่มอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
  • ขอบคุณที่แวะมาอ่านบันทึกของสมาชิกใหม่ค่ะ
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณเนื้อหาดีดีค่ะ

แวะมาทักทายค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ 

ป้าจะพยายามนำความสุขมามอบให้ค่ะ

เขียนเมื่อ 
  • แวะมาอ่านงานเขียนของป้าอีกแล้วครับ(ติดเหมือนเสพยาเสพติด)
  • ฝีมือเยี่ยมยุทธ์เหมือนเดิมนะครับ
  • เป็นบล็อกที่ดีมากๆอ่านแล้วได้อารมณ์
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณค่ะท่าน ศน.
  • ก็ชมกันเกินไป
  • อายนะคะเนี่ย
  • ยิ่งชมยิ่งเขียนยากค่ะ

 

  • นี่มืออาชีพเลยละครับ
  • นึกถึง"สตรีสาร" "สกุลไทย" "ฟ้าเมืองไทย-ฟ้าเมืองทอง" ครับ
  • -ปณิธิ ภูศรีเทศ
เขียนเมื่อ 

ยังขาดอีก ๒ เล่มค่ะ ครูปณิธิ  

รุ่นป้าต้อง  "คุณหญิง"  และ "ชาวกรุง"

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

ดุจดาวยังทันกุลสตรีเลยค่ะ แม่ชอบซื้อมาดูเรื่องเย็บปักถักร้อย แต่ลูกสาวชอบอ่านนวนิยาย