ลดต้นทุนการผลิต โดยทำการเกษตรแบบอย่างยั่งยืน คืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ

                    ลดต้นทุนการทำนาโดยการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ย่อยสลายฟาง

                        

            นายถวิล   สีวัง   อายุ  45   ปี  อยู่บ้านเลขที่ 2  หมู่ที่ 3 บ้านสามง่าม  ตำบลวังบัวอำเภอคลองขลุง   จังหวัดกำแพงเพชร      ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่น  สาขาทำนาระดับจังหวัด   ประจำปี  2553   ของจังหวัดกำแพงเพชร   เนื่องจากทำนาได้ผลผลิตข้าวเฉลี่ยไร่ละ  1  ตัน ต่อไร่  และสามารถลดต้นทุนการทำนาจากปกติไร่ละประมาณ4,000  บาทเหลือไร่ละ  2,700  บาท     นายถวิล  เล่าให้ฟังว่าแต่เดิมทำนาใช้ปุ๋ยเคมีไร่ละประมาณ 50  กิโลกรัมต่อไร่และใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดแมลงอย่างมาก

            ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำนามาเป็นแบบลดต้นทุนการผลิต  โดย ทำการเกษตรแบบยั่งยืน   คืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับธรรมชาติ   โดยปลูกปอเทือง  ในแปลงนาแล้วไถกลบปีเว้นปี   ไม่เผาตอซังแต่ใช้น้ำหมักย่อยสลายฟาง  โดย การขุดหน่อกล้วยทั้งเหง้าที่มีความสูงไม่เกิน  1  เมตรเพราะเป็นช่วงหน่อกล้วยมีจุลินทรีย์กลุ่ม  แอ็คติโนมัยซิสมากซึ่งมีประสิทธิภาพในการย่อยสลายสูง  และควรคัดเลือกหน่อที่สมบูรณ์ไม่มีโรคแมลงในช่วงเช้ามืด  มาสับให้เล็กโดยสับปนกันทั้งใบ  เหงา   ราก  อัตรา  30-40  กก.ผสมกับน้ำตาล  20    กก.  และหัวเชื้อซุปเปอรพด. 2    4  ซอง  โดยใช้น้ำผสมกับหัวเชื้อซุปเปอร์พด2   ก่อนคน ประมาณ 5  นาที ในการคนให้คนไปทางเดียวกัน   แล้วนำส่วนผสมเทลงในถัง   200  ลิตรแล้วเติมน้ำคนทุกวันเช้า-เย็น เพื่อเพิ่มอากาศให้กับจุลินทรีย์     โดยถังดังกล่าวต้องเก็บไว้ในร่ม    จนครบ 7  วันนำมากรองเอากากต้นกล้วยออก   นำไปฉีดพ่นในอัตราส่วนน้ำหมัก  5 ลิตรต่อน้ำ 20  ลิตรฉีดพ่นในพื้นที่นา  1   ไร่    ก่อนฉีดพ่นน้ำหมักเอาน้ำเข้านา 1  วัน  แล้วทำตีฟางแล้วทำการฉีดพ่น หลังจากทำการฉีดพ่นอย่าให้น้ำไหลออกจากนาเพราะน้ำย่อยสลายฟางจะไหลออก  หลังจากนั้น ประมาณ  10 -15 วันฟางจะย่อยสลาย  แล้วทำการไถปลูกข้าวรุ่นใหม่ได้เลย    โดยทั่วไปตอซังในพื้นที่  6   ไร่  จะให้ฟาง  5  ตัน ให้ธาตุอาหารไนโตรเจน  9   กก.ต่อไร่   ฟอสฟอรัส  2  กก.ต่อไรและโปสแตสเซียม   20  กก.ต่อไร่

                           

      คุณถวิล  เล่าต่อว่า ในหนึ่งถึงสองปีแรกผลผลิตข้าวอาจจะลดลงกว่าปกติอาจจำเป็นใช้ปุ๋ยเคมีร่วมในปริมาณที่ลดลงกว่าปกติ     แต่พอในปีที่3   ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี   ในนาของตนเองทำมาเป็นปีที่ 7  ไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีใดๆผลผลิต  1 เกวียนกว่า ต่อ 1ไร่      นอกจากนี้ในนาของตนเองใช้เชื้อราบิเวอร์เรียฉีดพ่นในการป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแทนการใช้สารเคมี  จึงทำให้ต้นทุนในการทำนาของตนเองต่ำกว่าเกษตรกรรายอื่นๆ และผลผลิตสูง    ในปัจจุบันตนเองผลิตพันธ์ข้าวและน้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วยจำหน่ายด้วย       มีเกษตรกรมาศึกษาดูงานที่แปลงนาของตนเองเป็นประจำ และได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรให้กับกลุ่มเกษตรกรและนักเรียน  สิ่งที่คุณถวิลฝากบอกอีกอย่างหนึ่งคือเกษตรกรต้องรู้จักวางแผนช่วงเวลาปลูกให้เหมาะสมโดยให้ดูว่าในพื้นที่ของตนเองน้ำท่วม  ฝนแล้ง   พายุ   อากาศเย็นจัด  อากาศร้อนจัดในช่วงไหนให้เว้นโดยเฉพาะช่วงที่ข้าวออกดอก ออกรวง  ควรวางแผนให้พ้นช่วงดังกล่าว     

                        จากที่เล่ามาก็เห็นได้ว่าคุณถวิล   สีวัง   ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเกษตรกรที่น่าเอาเป็นแบบอย่างและยกย่องให้เกษตรกรดีเด่นสาขาทำนาระดับจังหวัดประจำปี 2553  ของจังหวัดกำแพงเพชร