ท้องฟ้าหัวหินมืดครึ้มลมหนาวพัดแรงตั้งแต่เช้า เหมือนหนึ่งการการเร่งเตือนสายฝน...

ย้อนรอยพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดพระเชตุพน-1 

โสภณ  เปียสนิท 

..................................

 

                เย็นวันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2553 ท้องฟ้าหัวหินมืดครึ้ม ลมหนาวพัดแรงตั้งแต่เช้า เหมือนหนึ่งต้องการเร่งเตือนสายฝนที่ตกหนักมายาวนานให้จากลาไปโดยเร็ว ตกหนักจนน้ำท่วมบ้านเรือนไร่นาแปลงเกษตรจากสวนผึ้ง ราชบุรี ท่วมที่ราบสูงจังหวัดนครราชสีมาหนักที่สุดหลายอำเภอในรอบหลายปี เลยเรื่อยถึงท่วมภาคใต้อีกหลายจังหวัด โดยเฉพาะหาดใหญ่ ปีนี้หนาวมาเร็วกว่าปีก่อนๆ ทั้งที่สายน้ำยังบ่าท่วมที่นั่นที่นี่ทั่วไป

 

                ผมยืนอยู่บนยอดภูเขาหินเหล็กไฟ กลางเมืองหัวหิน รับสายลมแรงหนาวจนแสบผิวหนัง ฟ้าครึ้มจนไม่รู้ว่าดวงอาทิตย์เดินทางไปถึงไหน มองจากจุดชมวิวทางทิศเหนือเห็นอาคารบ้านเรือนยืนตะคุ่มเคียงแมกไม้เขียวขจี คอนโดฯสูงแหลมเสียดฟ้าโดดเด่นทะมึน ใกล้เข้ามาสนามกอล์ฟเก่าแก่สงบเงียบร้างผู้คน มีเพียงแค้ดดี้สองสามคนโปรยอาหารให้ลิง สถานีรถไฟเก่าแก่พอกันยืนติดอยู่ด้านหน้าสุด เลยสถานีลงสู่ท้องทะเลอันไพศาล เห็นเส้นขอบฟ้าตรงจุดที่ฟ้ากับน้ำตัดกันเป็นแนวยาวสุดสายตา เขาตะเกียบยืนเด่นเหมือนตั้งอยู่กลางน้ำ ถัดมาทางใต้โบสถ์วัดเขาสนามชัยยืนเงียบงันบนเขาสูง ทิศใต้มีแมกไม้อาคารบ้านเรือนเรียงรายต่อเนื่องลิบตา

 

                รับโทรศัพท์จากพระคุณเจ้า พระมหาอุดม ปัญญาโภ วัดพระเชตุพน แจ้งข่าว “การจัดงานครบรอบ 30 ปี โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดพระเชตุพน” ด้วยความผูกพันกับโรงเรียนแห่งนี้เป็นกรณีพิเศษ ผมมีความยินดีกับการจัดการครั้งนี้อย่างยิ่ง เพราะผมอยู่ใต้ร่มบุญของวัดนานถึง 10 ปีเต็ม โดยเป็นศิษย์ศึกษาอยู่ในวัดอย่างน้อย 2 โรงเรียน คือโรงเรียนปริยัติธรรมแผนกบาลี และโรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่วัดพระเชตุพน เป็นอาจารย์อยู่ 1 โรงเรียน แถมตำแหน่งบริหาร โดยเป็นเลขานุการอยู่อีกระยะหนึ่ง

 

                คนทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ รู้จักวัดพระเชตุพนในฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษ (เอกอุ) เป็นวัดประจำพระองค์ในรัชกาลที่ 1 เป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของประเทศไทย เปิดให้การศึกษาแก่ทุกคนผู้สนใจโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ อาจกล่าวได้อีกว่าเป็น ให้การศึกษาตามาอัธยาศัยแก่ประชาชนทุกคน เป็นวัดที่มีโรงเรียนมากมายหลายโรง มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย