รถทัวร์สองชั้นเทียบท่า  ขณะที่ฉันหลับ ๆ ตื่น  ๆ  และก็ตื่นเต็มตาเมื่อเห็น ทหารที่นั่งมาด้วยลุกขึ้นเพื่อลงจากรถไปเข้าห้องน้ำและสูบบุหรี่ ฉันรู้สึกแปลกใจว่าขณะนี้ฉันและลูก ๆ อยู่ ณ ส่วนใดของประเทศไทย  เพราะไม่เคยชินกับเส้นทาง

         "นี่มันที่ไหนกันหล่ะเนี่ย"  ฉันรำพึงกับตัวเองมากกว่าการต้องการคำตอบจากใครสักคน

          "พัทลุง ครับพี่"  เสียงทหารหนุ่มข้าง ๆ บอกกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาฉันรู้สึกฉงนสนเทห์  เนื่องจากมิคาดคิดว่า ชายหนุ่มคนนี้จะพูดภาษาไทยได้ เพราะตลอดระยะทางที่ต้องร่วมเดินทางมาในรถทัวร์คันเดียวกัน ในห้องโดยสารห้องเดียวกันที่มีผู้โดยสารจำนวน 14 ที่นั่ง (รถทัวร์ชั้นล่าง) 11 ที่นั่งเป็นผู้โดยสารที่เดินทางมาจากหัวหิน เป็นทหารที่เพิ่งปลดประจำการทั้งหมด 

         อีก 3 ที่นั่ง  เป็นที่นั่งที่ฉันลงทุนโทรศัพท์สั่งจองเป็นพิเศษ โดยยอมจ่ายเงินในราคา กรุงเทพ-หาดใหญ่ ผู้โดยสารที่ร่วมห้องโดยสารเดียวกับฉัน ทุกคนเป็นมุสลิม จะเดินทางไปยะลา ฉันเข้าใจว่าภาษาที่เขาใช้สนทนากันน่าจะเป็นภาษายาวี ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดพอสมควร  ไม่กลัวแต่ก็ไม่สบายใจนัก น่าขำเพิ่งทราบว่าทหารหนุ่มเหล่านี้ล้วนแต่พูดภาษาไทยได้ ก็เกือบจะสิ้นสุดการเดินทางอยู่แล้ว

        เช้าตรู่ของวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม ฉันและลูก ๆ ก็เดินทางถึงหาดใหญ่ ครอบครัวของพี่สาวคนโต รอรับที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับภูมิภาคนี้

        เช้านั้นเราทุกคนอันมี  พี่สาวคนโต  หญิงป้อม(พี่สาวคนรอง) และฉัน ต่างเร่งรีบในการทำภารกิจ เตรียมสิ่งของที่ต้องใช้ในงานศพ  ขณะเดียวกัน "หมอจิ" น้องสาวคนสุดท้อง  ก็ติดต่อมาทุกระยะ  เพื่อให้รีบนำน้องต้นน้ำ และ น้องต้นกล้า เข้าพิธีบรรพชาตามความประสงค์ของลูกทั้งสองที่จะบวชให้คุณตา

         "บวชวันนี้เลย หรือครับแม่"  น้องต้นน้ำลูกชายคนโตถามด้วยความสงสัย

         "ใช่แล้วลูก  ลูกจะขัดข้องมั้ย  แม่ไม่บังคับนะ ขอให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ"

         "แล้วจะสึกได้วันไหนครับ"  ลูกยังคงถามต่อ ด้วยใจกังวลเพราะต้องลาโรงเรียนหลายวัน

         "แม่คิดว่าน่าจะหลังจากเผาศพคุณตา อาจจะเป็นวันนั้นเลยหรือไม่แน่ อาจจะเป็นวันรุ่งขึ้น"  ฉันอธิบายให้ลูกฟัง ด้วยความไม่มั่นใจนัก

         "เพื่อนของลูก เค้าก็บวชตอนปู่เขาตาย  เขาบวชแค่คืนเดียวเองนะแม่" บวชก่อนเผาหนึ่งวัน  พอเผาเสร็จ  ก็สึกเลย"  น้องต้นกล้าออกความเห็นบ้าง

         "ประเพณีแต่ละท้องที่ไม่เหมือนกันหรอกลูก"  ฉันพยายามอธิบายให้ลูกฟัง ซึ่งลูกก็เข้าใจอย่างดี และยังคงความประสงค์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง

          ในที่สุดน้องต้นน้ำและน้องต้นกล้าก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร  ให้ฉันได้รู้สึกปลื้มใจที่ได้เห็นชายผ้าเหลืองของลูก

           ในช่วงเวลาที่คิดว่าทุกอย่างยุ่งยาก  กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่แสนจะง่ายดาย ฉันไม่ต้องกังวลเรื่องลูก  ไม่ว่าจะเป็นด้านเสื้อผ้า  การแต่งกาย อาหารการกินของลูก เมื่อตัดสินมอบลูกทั้งสองเข้าสู่ใต้ร่มกาสาวพัตร์แล้ว ก็ไม่ต้องไปกังวลอะไรอีก  เป็นหน้าที่ของพระพี่เลี้ยงที่คอยดูแลให้ลูก ๆ ปฏิบัติศาสนกิจให้ถูกต้อง

            ความปลื้มปิติมิได้บังเกิดเฉพาะคนเป็นแม่อย่างฉัน  ฉันและลูก ๆ สามารถสัมผัสได้ซึ่งความปิติของคนเป็นพ่อ ถึงแม้จะไม่ค่อยได้เลี้ยงดูลูก  แต่เมื่อเห็นชายผ้าเหลืองลูกก็ไม่สามารถเก็บความปลื้มปิติได้มิดชิด จนต้องยอมนอนศาลาวัดกับสามเณรลูกทั้งสอง ที่หน้าโลงศพนั่นเอง

            ฉันเห็นสามเณรทั้งสองมีความสุขมากที่ได้ใกล้ชิดคุณพ่อ  ถ่ายรูปกับคุณพ่อ แม้จะบ่นว่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปทั้งครอบครัว พ่อ แม่ ลูก  เพราะแม่มัวยุ่งอยู่กับภารกิจการต้อนรับแขก  และภารกิจอื่น ๆ อีกมากมาย

            วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน  หลังจากเผาศพคุณพ่อแล้ว  ฉันถามลูก ๆ ว่า จะสึกเลยมั้ย  ถ้าจะสึกเลยก็สามารถทำได้  แต่ลูกทั้งสองกลับบอกว่า 

            "ไม่เป็นไรครับ  ขออยู่เป็นเพื่อนคุณตาอีกสักคืน ค่อยสึกพรุ่งนี้เช้า"

            "แต่คืนนี้ ที่วัดไม่มีใครแล้วนะลูก  กลางคืนจะเงียบวังเวง ลูกกลัวมั้ย" ฉันอดเป็นห่วงลูกไม่ได้

            "ไม่กลัวหรอกครับ  ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว"

 

              เมื่อลูก ๆ ยืนยันเช่นนั้น ฉันก็ต้องตามใจลูก  ให้ลูกได้นอนที่ศาลาวัดอีก 1 คืน  แม้ว่า พระเจ้าอาวาสจะชวนสามเณรให้ขึ้นไปนอนบนกุฏิของท่าน  แต่สามเณรก็ไม่ยอม 

               เสียงโทรศัพท์ปลุกให้ฉันตื่นตอน 05.00 น. ของวันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน เสียงของสามเณรต้นน้ำ  บอกให้แม่รีบไปที่วัด  เพราะพระเจ้าอาวาสบอกว่าให้สึกตั้งแต่เช้าตรู่

               "แม่ครับ เมื่อคืนมีหลวงพี่มาทำหลอกผีด้วยครับ"  น้องต้นน้ำเริ่มเล่าให้ฟังขณะนั่งในรถเพื่อจะกลับไปบ้านคุณยาย

               "พอหลวงพี่มาหลอก  ไฟฟ้าก็ดับพรึ่บ  หลวงพี่เลยวิ่งหนีซะเอง น่าตลก" เด็กเล่าไปหัวเราะไปอย่างสนุกสนาน

                "เมื่อคืนก่อนลูกจะนอน  ลูกไหว้คุณตา  บอกคุณตาว่า คืนนี้ขอให้ลูกนอนหลับใหสนิท  ถ้ามีอะไรมารบกวนก็ขอให้คุณตา ช่วยปิดหูปิดตาไม่ให้รับรู้ใด ๆ"

                 "เราเลยนอนหลับสบายเลยครับ"

                 "เอ้า  แล้วไฟฟ้าติดตอนไหนหล่ะลูก" ฉันถามลูกเพราะยังสงสัย

                 "พอหลวงพี่หนีไป ไฟฟ้าก็ติดตามปกติครับ"

                 "เออ.....น่าคิดนะเนี่ย"