"เมื่อปัญญามีจะได้ของดีราคาถูก"
          วันนี้ได้โอกาสเข้าไปเยี่ยมเครือข่ายที่เคยทำงานร่วมกันคือ  คุณสุพรม  แวงกุดเรือง  ที่บ้านหนองดุม  อ.สตึก  ซึ่งร่วมงานกันมาหลายปี  คุณสุพรม  เป็นคนที่ใฝ่รู้และเรียนตลอดเวลา  เป็นคนหนึ่งในหลาย ๆ  คนในเครือขายที่พยายามอธิบายวิธีการพึ่งตนเองด้วยการปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง...  เจอหน้ากันก็ดีใจมากเพราะไม่ได้เจอกันนาน  ผมยังไม่ได้ถามอะไรคุณสุพรม  ก็รีบเล่าให้ผมฟังในสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของเขาที่น่าจะเป็นคำอธิบาย  ส่วนหนึ่งของการที่จะพึ่งตัวเอง  สิ่งนั้นคือ  เครื่องอัดเมล็ดปุ๋ยแบบบูรณาการ  คุณสุพรมพยายามแก้ปัญหาเรื่องปุ๋ยเคมี  โดยอยากให้ชาวบ้านหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ทำจากวัสดุที่ชาวบ้านมีอยู่แล้วเช่นปุ๋ยคอก + ดิน + แกลบดำ  ซึ่งบางทีก็จะมีการใส่ยูเรียไปบ้างเพื่อเชื่อมต่อตามความเชื่อของชาวบ้านที่ต้องการ”เห็นผลเร็ว”  (จริง ๆ  แล้วไม่จำเป็นเลย)  ซึ่งประเด็นหนึ่งที่คุณสุพรม  และเครือข่ายเองพยายามแก้ปัญหาคือ“ความสะดวกในการใช้”  จึงนั่นจึงเป็นที่มาของการคิดประดิษฐ์เครื่องอัดเม็ด  จริง ๆ  แล้วเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยมีการทำมาแล้วหลายรูปแบบ  แต่ปัญหาของเกษตรกร / กลุ่มเกษตรคือ “แพง”   ดังตารางเปรียบเทียบ

ข้อมูลการเปรียบเทียบคุณค่าและมูลค่าของเครื่องอัดปุ๋ยเม็ดตามท้องตลาดกับเครื่องของคุณสุพรม

   รายการ	          เครื่องทั่วไป	         เครื่องใหม่(คุณสุพรม)    ราคา / เครื่อง                80000-100000   18000-20000 อัตราการผลิต / 30 นาที        50  กิโลกรัม              150  กิโลกรัม การปรับทิศทางของจาน           มีข้อจำกัด                  ปรับได้ 360 องศา อยู่วัสดุที่ใช้                           ใสช้วัสดุที่มีราคาแพง    ดัดแปลงวัสดุที่มีอยู่
                                                                      ในท้องถิ่น

จากตารางเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่ามีความต่างกันในด้านต้นทุนมากโดยเฉพาะการประยุกต์ใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นเช่น แทนที่จะใช้แท่นหมุน ไฮดรอลิก จึงมีราคาแพง ก็ใช้ เครื่องผสมปูนซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างไม่นิยมใช้เพราะมีปูนผสมสำเร็จมาแทน เครื่องฉีดน้ำปกติ 7 – 8 พันบาท ก็ใช้เครื่องพ่นยาราคา 100 – 150 บาท ประหยัดทั้งทุนและได้มิติของความร่วมมือกัน เรียกว่าได้ทำงานและเพื่อน ส่วนอัตราการผสม ปุ๋ย แล้วแต่ว่าจะต้องการความเข้มข้นของปุ๋ยเท่าไหร่ แต่สูตรที่เป็นมาตรฐานคือ ปุ๋ยคอกแห้ง 1 ส่วน ดินบดละเอียด 1 ส่วน แกลบดำ 1 ส่วนเล้วนำมาผสมให้เข้ากันกัน….ผมฟังเขาพูดนานพอสมควร เพราะไม่อยากขัดจังหวะ เห็นพลังในตัวเขามีมากพอ ๆ กับพลังความรู้ที่อยู่ในสมองเขา…พอพูดเสร็จรีบพาผมไปดูที่บ้านเลย (ดังภาพ) ซึ่งผลงานชิ้นนี้ของคุณสุพรม เกิดมาจากตัวของเขาเอง ที่มีความเชื่อและความมุ่งมั่นในเรื่องการพึ่งตนเอง กอปรกับเป็นคนชั่งสังเกต ช่าง คิด และวิเคราะห์ สังเคราะห์ตั้งสมมติฐานแล้วลงมือปฏิบัติเลย ซึ่งเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างองค์ความรู้(ฉบับชาวบ้าน) ผมเชื่อว่า ถ้าชุมชนหรือองค์กร ที่มีกระบวนการคิด กระบวนการเรียนรู้ตลอดเวลา จัดการองค์ความรู้ที่มี ใช้เป็นประโยชน์กับการแก้ปัญหาของชุมชนและองค์กร การที่เราอยากเห็น สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ พึ่งตัวเองต่อไป