ไปบาหลี ๓ วัน ผมได้รับความสะเทือนใจทั้งตอนอยู่ในที่ประชุม AAAH และตอนนั่งเครื่องบินกลับบ้าน เป็นความสะเทือนใจเกี่ยวกับผลประโยชน์ขัดกันระหว่างทุน กับความสุขของมนุษย์
สภาพสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หลายเรื่องหลายกิจกรรมที่ซับซ้อน ดูผิวเผินเราก็ไม่เดือดร้อนอะไร แต่ถ้าเจาะให้ลึกเข้าไป เราจะเห็นว่าหลายกิจกรรมเป็นไปเพื่อเป้าหมายผลประโยชน์ของกำไรจากการลงทุน มากกว่าเพื่อผลประโยชน์ หรือความสุข ของคนส่วนใหญ่
ในที่ประชุม AAAH ผมได้รับทราบว่าในหลายประเทศ ได้เกิดสภาพที่มีการเปิดโรงเรียนแพทย์เอกชนมากมาย เช่นอินเดีย บราซิล เก็บค่าเล่าเรียนแพงในลักษณะจัดการศึกษาเพื่อมุ่งผลกำไร แพทย์ที่ผลิตออกมามุ่งแต่จะหาเงินเพื่อถอนทุน มีผลให้ระบบสุขภาพยิ่งขาดความเป็นธรรม (equity) ซึ่งเรื่องแบบนี้หากไม่เอาใจใส่พิจารณาอย่างลึกซึ้ง จะมองไม่เห็นปัญหา ว่าระบบทุนนิยมกำลังคืบคลานเข้ามาครอบงำระบบสุขภาพ ทำให้ความเป็นธรรมด้านสุขภาพ ซึ่งย่อหย่อนอยู่แล้ว มีปัญหามากยิ่งขึ้น
ผมได้เข้าใจว่า ในประเทศที่ภาครัฐไม่เอาใจใส่สนับสนุนการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพอย่างจริงจัง ภาคธุรกิจจะเห็นโอกาส และเข้ามาแสวงหากำไร มีผลให้ยากต่อการพัฒนาความเป็นธรรมในระบบสุขภาพ
เรื่องนี้โชคดีที่ประเทศไทยเรายังไม่ตกเป็นเหยื่อ แต่ก็มีคนเตือนว่าอย่าประมาท
เย็นวันที่ ๖ ต.ค. ๕๓ ระหว่างนั่งเครื่องบินการบินไทยกลับกรุงเทพ ได้อ่านบทความเรื่อง Fear and Favor ใน Bangkok Post ฉบับวันที่ ๖ ต.ค. ๕๓ เขียนโดยนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล Paul Krugman เปิดโปงโครงข่ายผลประโยชน์ของสื่อมวลชน คือ Fox News ของ Rupert Merdoch ของนักการเมืองพรรครีพับลิกัน ที่ดูเหมือน Fox News เอื้อประโยชน์ให้แก่ สส. พรรครีพับลิกัน ที่หวังสมัครเป็น ปธน. ในปี ค.ศ. ๒๐๑๒ แต่ Paul Krugman บอกว่าจริงๆ แล้ว Fox News ต่างหากที่ได้ประโยชน์จาก สส. พรรครีพับลิกัน เรื่องมันยอกย้อนซ่อนเงื่อนจนเราๆ ไม่เข้าใจ มีคนฉลาดๆ มาชี้ ก็ยังเข้าใจไม่ทะลุ แต่ก็พอจะมองเห็นเลาๆ ว่าเงินลงทุนที่หวังผลกำไรมันไม่เข้าใครออกใคร มันไม่เข้าใจเรื่องคุณธรรมจริยธรรมหรือผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ มันสนใจอย่างเดียวคือผลกำไร จากการเอื้อประโยชน์ที่ยอกย้อน
ถ้า Paul Krugman ไม่มีหลักฐานมั่นคงแน่นหนา คงจะโดนฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหายมากมาย จึงน่าจะเชื่อได้ว่าที่เขาเขียนเป็นความจริง ทำให้เราได้เรียนรู้เท่าทันเรื่องผลประโยชน์ของทุนนิยมแบบไร้คุณธรรมจริยธรรม
วิจารณ์ พานิช
๖ ต.ค. ๕๓
บนเครื่องบินการบินไทย กลับกรุงเทพ
ขอบคุณอาจารย์ที่นำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง
ไม่อยากนึกภาพ เมื่อระบบสุขภาพกลายเป็นเครื่องมือของทุนนิยม อนิจจา...ที่พึ่งสุดท้ายของคนยาก!
ดีใจที่ประเทศของเรายังดูห่างไกล แม้ช่องว่างทางเศรษฐกิจในภาพกว้างจะดูห่างออกไปเรื่อยๆ แต่ผมศรัทธาว่าระบบการสาธารณสุขฐานรากของบ้านเรายังไม่ทำให้ "เรา" ห่างไกลกัน นั่นหมายถึงความเท่าเทียมทางสุขภาพบนฐานความพอเพียงตามคุณลักษณะเฉพาะแต่ละสังคม ชุมชน ที่ระบบทุนนิยมยังมิอาจแทรกแซงได้
คงมีอีกหลายเรื่องราว ในหลายๆวงการที่ผมประสบมาแล้วทำให้ขาดศรัทธา แต่ก็ยังไม่ปักใจว่าเป็นผลมาจากระบบทุนนิยมที่ไร้คุณธรรมเสียอย่างเดียว และคงได้แต่รอให้ผู้มีความรู้และเป็นผู้กล้าในบ้านเมือง นำหลักฐานมาตีแผ่ เพื่อให้เท่าทันต่อไป
ทุนนิยม = หายนะธรรม
ปัญญานิยม = วัฒนธรรม
สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลง คนนึกถึงตัวตนของตัวเองมากขึ้น ลืมนึกถึงสิ่งรอบข้าง
มุ่งจะรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง จนลืมเอาใจเราไปใส่ใจเขา