คุณหนูมีคุณพ่อเป็นชาวฮ่องกง คุณแม่เป็นคนไทย กำลังจะไปเปิดร้านขายหยกที่กรุงเทพฯ แถวสีลม
วันที่ 23 ตุลาคม 2553 เป็นวันแห่งการเดินทางทั้งวัน เพื่อกลับมาพักยังเมืองเหมียนหยาง
วันที่ 24 ตุลาคม 2553 หลวงพ่อโตเล่อซาน
ออกจากโรงแรม Prince Hotel เดินทางต่อไปยังเมืองเล่อซาน ก่อนเที่ยงได้แวะห้างขายยาสมุนไพรจีน โดยมีการนวดฝ่าเท้าพร้อมทั้งมีหมอจีนมาตรวจ มีคนซื้อหลายคน ผู้เขียนไม่ได้ให้หมอจีนตรวจ เพราะรู้ว่าตรวจแล้วอาจจะต้องซื้อ เพราะเกรงใจ
วันนี้อากาศไม่ค่อยดี มีฝกตกเป็นระยะ ๆ
แวะเข้าห้องน้ำระหว่างทาง ที่นี่ห้องน้ำสะอาดกว่าที่ผ่าน ๆ มา
ที่หน้าห้องน้ำมีสินค้าของชาวบ้านนำมาขายด้วย
วิวระหว่างทางอีกแห่งค่ะ
ช่วงบ่ายได้ลงเรือไปดูหลวงพ่อโตเล่อซาน สมุทรไกด์จีน บอกว่าใช้เวลาสร้างถึง 90 ปี พระพักตร์ของหลวงพ่อหันออกสู่แม่น้ำหมิงเจียง เป็นพระพุทธรูปนั่งที่สกัดเข้าไปในภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 71 เมตร ต้องนั่งเรือจึงจะเห็นทั้งองค์ ผู้เขียนอยากเข้าไปดูใกล้ ๆ เพราะมีบันไดให้ไต่ลงไปยังฐานของพระพุทธรูปด้วย แต่ปรากฎว่าได้ดูแต่เพียงทางเรือเท่านั้น
หลังจากนั้น ได้ไปร้านขายหยก มีเรื่องที่ทำให้ผู้เขียนประหลาดใจมาก มารู้ทีหลังว่าเป็นเรื่องของการทำธุรกิจ เรื่องเป็นอย่างนี้ค่ะ
เมื่อช่วงเดือน มีนาคม 53 ผู้เขียน ได้ไปเซี่ยงไฮ-หางโจว- โจวจวง ได้แวะไปร้านขายหยก ที่เมืองหางโจว เขาให้เข้าไปนั่งในห้อง พนักงานบอกว่า วันนี้ลูกสาวเจ้าของร้านซึ่งอยู่ที่ฮ่องกงกลับมาพอดี เธอมีแม่เป็นคนไทย ส่วนพ่อเป็นชาวฮ่องกง คงจะดีใจหากได้พบคนไทย แล้วพนักงานก็ไปเชิญคนที่เธอเรียกว่า “คุณหนู” มาพบกับพวกเรา เธอบอกว่าดีใจมากที่เจอคนไทย พ่อกำลังจะเปิดร้านขายหยกที่กรุงเทพฯ แถว ๆ สีลม ซึ่งหากซื้อที่เมืองไทยราคาจะแพงมาก แต่วันนี้หากซื้อที่นี่เธอจะลดให้เป็นพิเศษเพราะเป็นคนไทย แล้วเธอก็พาออกไปที่ตู้ขายหยก ทดสอบหยกให้ดูว่าของแท้เป็นอย่างไร จากนั้นได้เอาสร้อยคอและสร้อยข้อมือทำด้วยหยกขาวมาให้ดู พร้อมทั้งลดราคาให้เป็นพิเศษ ปรากฏว่าพนักงานก็ทักว่า "ทำไมลดมากขนาดนั้น ประเดี๋ยวคุณพ่อจะว่าเอา" คุณหนูก็บอกว่า "ไม่เป็นไรพิเศษสำหรับคนไทย"
วันนั้นขายหยกขาวได้หลายเส้น แถมกำไลหยกอีก ผู้เขียนเองก็ยังนึกชมพ่อของคุณหนูเลยว่าสอนลูกดีจัง หัดทำธุรกิจตั้งแต่ยังเรียนไม่จบปริญญาตรี
มาว้นนี้ที่ร้านขายหยก ผู้เขียนเจอเหตุการณ์ที่เหมือนกับที่หางโจว ครั้งแรกก็นึกว่าเป็นคุณหนูคนเดียวกับที่เคยเจอ แต่ไม่ใช่ค่ะ เป็นคนละคนกัน แถมลูกเล่นทุกอย่างก็เหมือนกัน คราวนี้ถึงบางอ้อแล้วว่า โดนใช้กลเม็ดในการค้าขายมาหลอกกันแล้ว
ผู้เขียนลองถามไกด์ไทยว่าเคยเจอคุณหนูแบบนี้ที่อื่นรึเปล่า ไกด์ไม่รู้เพราะเพียงแต่มาส่งลูกทัวร์เข้าร้านส่วนตัวเองรออยู่ข้างนอก
สินค้าที่ขาย ราคาเท่ากับที่ขายกับคนชาติอื่น ๆ (พี่ ในทัวร์ได้ถามจากนักท่องเที่ยวชาติอื่น ขณะเจอกันในห้องน้ำ แล้วเห็นสวมสร้อยข้อมือหยกขาว จึงถามราคา) แต่ทุกคนบอกว่า เสียความรู้สึก ไม่น่าทำอย่างนี้
...ไม่ทราบมีใครเคยเจออย่างนี้บางไหมค่ะ ...
ขอจบด้วยรายการอาหารดีกว่า อาหารส่วนใหญ่จะสั่งมาจนกินไม่หมด ไกด์บอกว่าเหลือดีกว่าไม่พอ อาหารจานขวาบนเป็นข้าวเหนียวห่อซี่โครงหมู อร่อยค่ะ จานซ้ายล่าง เป็นปลาราด (ทับด้วย) พริก ส่วนรูปขวาล่าง เป็นอาหารจานเด่น ปลาจะมีทุกมื้อ แต่มื้อนี้มาในรูปที่แปลกกว่าครั้งอื่น ๆ เหมือนปลาจะบินได้ เลยต้องถ่ายมาให้ดูกันค่ะ
ตอนที่หนึ่ง ศูนย์วิจัยหมีแพนด้า อุทยานหวงหลง
ตอนที่สอง จิ่วไจ้โกว
ตอนที่สี่ ยอดเขาจินติ่ง-วัดเป้ากว๋อ-โชวเปลี่ยนหน้ากาก
สวัสดีค่ะ

ไปเมืองจีน อย่างน้อยพบสามเรื่องที่ต้องเสียเงิน หนึ่งตรวจโรค ตรวจทุกคนพบไม่สบายทุกคน ต้องซื้อสมุนไพร สอง..ไปดื่มชา มีสาธิต ดูไปชิมไป ซื้อกันหลายคน สาม..ไปร้านหยก เข้าตำราเดียวกับที่เล่ามา ความโลภทำให้เสียเงินมาก ได้แต่เล่าสู่กันฟังจะได้ไม่ถูกหลอกง่ายเพราะคนไทยชอบช๊อปปิ้งมากกว่าทัศนศึกษา ต้องฝึกเด็กๆ กันใหม่ให้เหมือนเด็กญี่ปุ่น กำหลี ที่ทัศนศึกษากันจริงจังมากกว่าใช้เงิน
ชอบหลวงพ่อโตเล่อซานคะ เป็นงานที่สร้างสรรค์ พยายาม สุดยอด
UNSEEN คะ