จากการเข้าไปศึกษาในเกม Farmville ทำให้ผมสามารถพัฒนาความรู้ในเชิงเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างเข้าใจมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

หลังจากผมได้รับการชักชวนให้มาใช้พื้นที่ใน Face book เพื่อการสร้างพันธมิตรในกลุ่มใหม่หลังจากกลุ่มเพื่อนใน G2K เริ่มน้อยลงไป ทำให้มีคนมาแลกเปลี่ยนน้อยลง

ที่ผมหวังว่าการเข้าไปใน Face book

  • จะทำให้ผมสร้างความเชื่อมโยงทางเครือข่าย
  • ที่สามารถพบพันธมิตรเดิม และ
  • อาจมีพันธมิตรใหม่ๆมากขึ้น

พอผมเข้าไปครั้งแรก ก็เผชิญปัญหา “ขยะ” ของระบบ ที่ผมเคยพบใน G2K ที่ผมหาทางแก้ไขได้แล้ว

แต่ใน Face book นั้น ผมไม่ทราบวิธีการหลีกเลี่ยง ทำให้อึดอัดมาก

เลยไล่ลบลิงค์ที่มาของขยะเหล่านั้น แบบไม่เข้าใจระบบ ที่ทำให้บังเอิญไปลบส่วนที่เป็นประโยชน์บางมุมออกไปด้วย

ความอึดอัดกับ “กองขยะ” ใน Face book ที่ผมไม่ทราบวิธีเลี่ยงนั้น

ทำให้ผมพยายามหาทางเลี่ยงตามความรู้สึกของตัวเอง โดยก้าวเลี่ยงพ้น “กองขยะ”

ล้ำไปในโปรแกรมย่อยของ Face Book คือ Farmville ที่

  • สามารถเลือกเพื่อนที่จะคบได้
    • ที่ใน Face book ผมทำไม่ได้ หรือผมทำไม่เป็นที่จะเลี่ยงกองขยะที่มาจาก “เพื่อนของเพื่อน”
    • เลือกที่จะคบกับบางคนในบางมุมได้
      • ที่ใน Face book ทำไม่ได้
      • หรือ ทำไม่เป็นมากกว่า

การก้าวเลยเข้าไปในเกม “ปลูกผัก” ได้ประมาณเดือนกว่าๆ ทำให้ผมก็ค่อยๆเรียนรู้ระบบของเวบ และกติกาของเกมมาโดยลำดับ จนวันนี้ผมก้าวมาครึ่งทางของเกม อยู่ในระดับความสำเร็จในขั้นที่ ๕๐ และมีเพื่อน ๘๖ คน

Large_halfwayplot

หน้าตาแปลงผักของผมใน Farmville 

วันที่ ๑ พ.ย. ๒๕๕๓

 

ทำให้ผมเริ่มมีความมั่นใจที่จะนำเสนอสรุปบทเรียนที่น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน

ทั้งท่านที่เล่นและไม่เล่นเกม แต่อยากรู้ว่า

  • เกมมีอะไร
  • เล่นไปทำไม
  • เล่นแล้วได้อะไรเสียอะไร

เพื่อที่จะทำให้การใช้ทรัพยากรของเรามีคุณค่า และคุ้มค่ากับการลงทุนของทุกฝ่าย

จากการเข้าไปศึกษาในเกม Farmville ทำให้ผมสามารถพัฒนาความรู้ในเชิงเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างเข้าใจมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

เพราะ

การเริ่มเล่นนั้น ผู้เล่นแต่ละคนที่เข้ามาใหม่จะมีทรัพยากรน้อยมาก

แบบคนจนก็ว่าได้

  • ไม่มีทุนอื่นใด นอกจากจอบเล่มดียว
  • ไม่มีเงินกู้ มีแต่ต้องสะสมทุนเองตามลำดับ เป็นขั้นๆ
  • มีที่ทำกินเพียงแปลงเล็กๆกับที่ดินแปลงเล็กๆ ที่ว่างๆ ไม่มีรั้ว
  • ไม่มีปุ๋ย ไม่มีอาหารสัตว์ ต้องรอบริจาคจากเพื่อน หรือไปทำงานแลกมา
  • ไม่มีสัตว์
  • ไม่มีต้นไม้
  • ไม่มีบ้าน
  • ไม่มีเครื่องมือการทำการเกษตรใดๆ
  • มีเงินทุนให้เล็กน้อย แค่ไว้ซื้อเมล็ดพันธุ์พืชแบบ "ถูกๆ" ที่เมื่อปลูกแล้วขายได้ถูกๆ
  • ไม่มีความรู้
  • ไม่มีความเข้าใจระบบทรัพยากร
  • ไม่มีสังคม
  • ไม่มีแรงงาน มีแต่แรงงานของตนเอง (แบบไม่มีครอบครัว)
  • ไม่มีกลุ่ม ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครอยากเป็นเพื่อน
  • ไม่มีคนคอยช่วยหรือดูแลแปลง ทำให้มีปัญหาในการทำการเกษตรบ่อยๆ
  • ไม่มีความเข้าใจในระบบการบริหารจัดการ
  • และถูกเอาเปรียบ จำกัดสิทธิ์การทำการเกษตรสารพัดชนิด

ที่แทบไม่แตกต่างจากคนจนในภาคการเกษตรของไทยในปัจจุบัน

นอกเหนือไปจากปัญหาความเร็วของอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ที่ใช้

ที่ผมเปรียบเสมือนระดับความสามารถของสมอง การเรียนรู้ และปริมาณแหล่งข้อมูลที่มีของคนในชีวิตจริง

ที่ทำให้แข่งขันกับเพื่อนและผู้เล่นอื่นๆไม่ได้ ที่จะกลายเป็นฐานทรัพยากรให้คนอื่นใช้ แทนที่จะได้พึงพาอาศัยกันตามความตั้งใจที่กำหนดไว้เดิม

ปัญหาต่างๆ เป็นประเด็นที่ท้าทายมากสำหรับ “มือใหม่” ที่จะเข้ามา

ที่คนกลุ่มหนึ่งจะเข้ามา แล้วก็ถอยในระดับที่ ๑ ไม่เกิน ๕ ที่อาจยังมองไม่เห็นประโยชน์ หรือ ไม่ถูกจริตของตนเอง หรือ ไม่สามารถเรียนรู้ได้ตามเงื่อนไขของโปรแกรม (ที่ล้อการพัฒนาการของสังคมปัจจุบัน)

มือใหม่ที่ใจสู้ จะค่อยๆไต่ระดับของการแก้ปัญหา และการเรียนรู้โดยลำดับ

ที่ในตอนแรกๆจะยากมาก เพราะขาดทุกอย่าง ทั้งทรัพยากรและความรู้

 แต่ก็มักไต่ระดับได้ง่าย แบบให้กำลังใจมือใหม่กันสุดๆ

และเริ่มยากมากขึ้นโดยลำดับ

ที่ต้องอาศัยทั้ง

  • ความคิด
  • ความรู้
  • ความตั้งใจ
  • การช่วยเหลือพึ่งพากันในสังคม
  • การจัดการทรัพยากรในฟาร์มให้สมดุล และสอดคล้องกับระบบการทำงานทั้งของตนเอง และเพื่อน
  • การจัดการเวลาในการทำงานที่เหมาะสมกับความสามารถของตนเอง
  • การมีเพื่อนที่มีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันจะพัฒนาไปได้เร็ว
  • ความรู้ และการพัฒนาขีดความสามารถของตนเองในทุกด้าน ทั้งพัฒนาพื้นที่ สิทธิการทำการเกษตร ผลประโยชน์ที่พึงมีพึงได้ในแต่ละกิจกรรม

จะทำให้ปัญหา ขีดจำกัดต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นลดลงโดยลำดับ

  • เริ่มจากการสะสมทุนจากการเก็บเล็กผสมน้อย
  • หาเพื่อน ที่ต้องอาศัยทุนเก่าทางสังคม ที่รู้จักกันเป็นส่วนตัว หรือไม่ทำตัวเองให้น่าคบ ก็จะทำให้มีคนอยากคบ ที่จะทำให้เข้าสังคมได้ จนมีเพื่อนมากอย่างรวดเร็ว
    • แต่เพื่อนก็ต้องเลือกคบ เพื่อประหยัดเวลาและความก้าวหน้าของตนเอง
    • ไปช่วยงานเพื่อนบ่อยๆ ก็จะได้ค่าจ้างที่แน่นอน บางอย่างก็ตอบแทนทางอ้อม และมีรางวัลพิเศษในบางครั้ง ที่จะทำให้เราไม่ได้มากนัก ขึ้นอยู่กับงานที่ทำ และโชคของตนเองตามโปรแกรมที่เขาตั้งไว้
    • การไปช่วยเพื่อน ทำให้เรามีเพื่อนแบบแนะนำกันไปเรื่อยๆ ทั้งโดยบุคคลและระบบทางการสุ่มของโปรแกรม ที่คาดว่าจะดูจากความขยันของแต่ละคน
    • เพื่อนที่เล่นเกมมาก่อน ระดับสูงมักมีของมาก ที่สามารถแบ่งปันให้คนอื่นได้ แต่ผู้รับก็ต้องมีขีดความสามารถในการรับ มีฐานทรัพยากรรองรับโดยลำดับ
    • การทำงานแบบกลุ่มสหกรณ์จะได้รับรางวัลมากกว่าการทำงานเดี่ยว และสามารถทำงานใหญ่ได้ ที่มีผลตอบแทนหลากหลายและสูง
    • การเข้าเยี่ยมช่วยงานเพื่อนแต่ละครั้ง จะทำให้รู้ว่าเพื่อนกำลังทำอะไร พัฒนาอะไร ต้องการอะไร มีปัญหาอะไร ที่ทำให้เราได้ช่วยเหลือเพื่อนตามความต้องการของเพื่อน ที่โปรแกรมจะวิเคราะห์ช่วยเราไว้แล้ว แต่เราก็สามารถประเมินเอง และทำเองได้
    • ทำให้รู้จักนิสัยใจคอของเพื่อนแต่ละคน ว่าชอบแบบไหน ที่สะท้อนออกมาได้ดีมาก ทั้งจากการเล่นเกม และการจัดฟาร์มของตนเอง แบบว่า “ถ้าไม่มีข้อจำกัดทางทรัพยากรและสังคม (แต่มีข้อจำกัดทางโปรแกรม) ท่านอยากจะทำอะไร” เห็นได้ชัดจริงๆ สามารถเลือกคบคนได้ในระดับที่ดีทีเดียว โดยเฉพาะในกลุ่มที่เข้ามาเล่นเกม
    • การทำงานกลุ่มจะสะท้อนนิสัยจริงของแต่ละคน ที่ชอบนำ ชอบตาม และระดับความรับผิดชอบต่อตนเอง และกลุ่ม การเสียสละเพื่อให้กลุ่มทำงานสำเร็จ และการเอาเปรียบกันในกลุ่ม มีให้เห็นชัดเจน เหมือนในสังคมจริง
    • การให้ความสนใจ ให้เวลา มีระบบอินเตอร์เน็ตเร็ว เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เร็ว สามารถพัฒนาตัวเองได้เร็ว ที่สามารถเอาเปรียบผู้อื่น หรือช่วยเหลือผู้อื่นได้มาก ทั้งสองทาง

โดยเฉลี่ยจากการเล่นเกม เขาจะตั้งโปรแกรมความยากง่ายให้สามารถก้าวหน้าได้ประมาณวันละ ๑ ระดับ

คนที่ขยันและเรียนรู้เร็ว อาจได้ถึง ๒-๓ ระดับในวันเดียว ที่จะมองเห็นได้จากการทำคะแนนแซงกลุ่มเพื่อนไปเรื่อยๆ ในแถบเครื่องมือด้านล่าง

และเมื่อก้าวผ่านใคร ในเรื่องอะไร ก้จะมีการเตือนเพื่อนและให้รางวัลปลอบใจกันทุกครั้ง ที่ทำให้น่าสนใจมาก

ผมเข้ามาในเกมนี้ ก็เกือบสองเดือน ที่ได้สะสมทุน ลงทุนซื้อ ลงทุนพัฒนา จนสามารถใช้งานได้ดีพอสมควร

ก็ได้

  • คะแนนที่กำหนดชั้นที่ระดับ ๕๐ (เฉลี่ยวันละ ๑ ระดับ)
  • ได้ช่วยเหลือเพื่อนทุกวัน และบริจาคทุนให้กับประเทศที่ประสพภัยที่ไฮติ ได้เงินจริงหลายแสนดอลลาร์
  • มีทุนเป็นตัวเงินเก็บไว้ลงทุนเกือบสองล้านเหรียญ ที่กำลังจะซื้อที่เพิ่มขยายที่ออกไปอีกครั้ง เมื่อมีเงินสำรองเกินสองล้านขึ้นไป
  • มีเครื่องมือทำการเกษตรครบทุกชนิด แม้กระทั่งเครื่องบินโปรยสารเร่งการเจริญ ให้ได้ผลผลิตทันเวลา
  • มีเพื่อน ๘๖ คน ที่มีระดับตั้งแต่ ๑๐ กว่าๆ จนถึง สูงสุดที่ ระดับ ๑๐๐
  • ที่ผมคิดว่าจะลองเรียนรู้ไปเรื่อยๆ และจะสรุปบทเรียนมาเป็นระยะๆ แทนเพื่อนคนอื่นๆ ที่อาจไม่ถนัดเขียนบรรยายแบบที่ผมทำ

ที่สำคัญ

ผมได้เรียนรู้แนวทางปฏิบัติของเกษตรกรยากจน แบบแทบไม่มีอะไร แต่ต้องตั้งใจเรียนรู้

เพื่อเข้าสู่ระบบ

  • ความสมบูรณ์ มั่งคั่ง
  • ชุมชนเป็นสุข
  • วิสาหกิจชุมชน
  • การพึ่งพาตนเอง และ
  • พึ่งพากันเอง
  • ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างใกล้เคียงมาก

จึงนำมาเล่าสู่กันฟังครับ