การดำเนินการขออนุญาตเดินทางไปฝึกอบรมต่างประเทศในครั้งนี้ เล่นทำเอาผมมึนมากๆ อาจเป็นอย่างที่ผู้ใหญ่ท่านว่า "สำคัญที่เม็ดแรก" ผมหมายถึงที่กล่าวว่าเริ่มต้นกลัดกระดุมเม็ดแรกเป็นสิ่งสำคัญ หากกลัดผิดก็จะผิดไปตามๆ จะให้ถูกก็คือถอดทั้งหมดแล้วไปเริ่มต้นกลัดใหม่ ผมขออนุญาตท่านปศุสัตว์จังหวัดไปสอบ แต่เมื่อสอบได้ก็ยังไม่ได้แจ้งให้ท่านทราบ ด้วยเข้าใจว่า เมื่อหนังสือมาถึงท่านก็จะทราบเอง แต่เรื่องไม่เป็นอย่างนั้นครับ คือ การขออนุญาตไปราชการต่างประเทศ จะต้องส่งเรื่องไปยัง อธิบดีกรมปศุสัตว์ ไม่ใช่ส่งมายัง ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี อย่างที่ผมเข้าใจในตอนต้น เรื่องมันจึงเกิดเป็น เนื้อหาในบันทึกๆนี้ครับ
ในอันที่จริง การไปสอบคัดเลือกอะไรทำนองนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกของผมหรอกครับ แต่มันเป็นครั้งแรกในการเป็นข้าราชการที่ไปสอบคัดเลือก จึงทำให้หลายๆอย่างอาจจะไม่ค่อยถูกต้อง แต่ก็โชคดีของผมที่มีที่ปรึกษาที่ดี อีกอย่างท่านปศุสัตว์จังหวัดเองท่านก็มีประสบการณ์เคยเดินทางไปร่วม โครงการนี้มาแล้ว
ผมเริ่มสมัครโดยการขออนุญาต จากท่านปศุสัตว์อำเภอ เพื่อขออนุญาตท่านปศสัตว์จังหวัด พร้อมทั้ง ลงนามในหนังสือรับรองการทำงาน และรวบรวมเอกสารจัดส่งถึง สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.)
โครงการฝึกอบรมผู้นำเยาวชน ณ ประเทศญี่ปุ่น เป็นโครงการตามนโยบายรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น ในรูปของความร่วมมือด้านเทคนิค ภายใต้โครงการความร่วมมือกับรัฐบาลประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศญี่ปุ่นโดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น(JICA) รับผิดชอบประสานการดำเนินงานในนามของรัฐบาลญี่ปุ่น และ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย สท. รับผิดชอบการดำเนินงานในส่วนของประเทศไทย โดย ณ ปัจจุบันนี้ผมได้ผ่านการคัดเลือกแล้ว ในสาขาการพัฒนาชนบท มีกำหนดการเดินทาง ระหว่างวันที่ 14 -31 มกราคม 2554 นี้ครับ (รายละเอียดโครงการ)
ปัญหาก็คือ ตอนที่ประกาศผล ผมไม่ได้แจ้งให้ท่านทราบ เนื่องจากเข้าใจว่าเมื่อหนังสือที่ส่งมาถึงท่านก็จะทราบเอง อีกอย่างหนึ่งคือ ณ ตอนนั้น ยังเข้าใจว่าการขออนุญาตไปราชการต่างประเทศ นั้น จะดำเนินการหลังจากที่จังหวัดทราบเรื่องแล้ว ส่งเรื่องขึ้นไปยัง กรมฯแต่มันไม่เป็นอย่างนั้นครับ เพราะมันจะต้องมีการฝึกอบรมเตรียมความพร้อม หรือ predeparture ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 22-24 ตุลาคม 2553 ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กทม.
แต่ระหว่าง สองสามวัน ก่อนที่จะเริ่มอบรม ผมก็ต้องสาละวนอยู่กับการประสานงานต่างๆเกี่ยวข้องกับหนังสือ เพื่อขออนุญาต อีกอย่างงานที่อำเภอก็ยุ่งๆ เพราะพึ่งจะจัดงานประกวดแพะระดับอำเภอเสร็จไปต้องเคลียเอกสารต่างๆ ก็ทำให้คลุกคลักพอสมควร
วันก่อนที่รายงานตัว และดำเนินการเกี่ยวกับเอกสาร เมื่อ 8 กย. 53 ที่ สท. ผมได้แจ้งให้ส่งหนังสือขออนุญาตให้ไปฝฝึกอบรม มายังผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี(และอีกหลายๆคนก็ทำอย่างนี้) แต่ก็แปลกที่ยังไม่มีผู้ใดพบปัญหาอย่างผม จากที่ผ่านมาเมื่อพบกันล่าสุดตอนไปอบรมระหว่าง 22-24 ที่ รร.ปรินซ์ฯ ก็ไม่ยักจะมีใครมีปัญหา แต่เมื่อกล่าวถึงกรณีการขอออกหนังสือเดินทางต่างประเทศ เกือบทุกคนก็บอกว่าเป็นเรื่องงยาก เอาหนังสือเดินทางธรรมดาดีกว่า... คำถามก็คือ 1.ข้าราชการไปฝึกอบรมต่างประเทศ ถือว่าไปราชการ ใช่ไหม? 2.การไปราชการต่างประเทศ โดยแหล่งทุนอื่น จะต้องแจ้ง อธิบดี หรือไม่
ประเด็นเหล่านี้ สำคัญอย่างมาก แต่ในกลุ่มของผมหลายๆคนก็ยังทำไม่ถูก ซึ่งไม่ค่อยแน่ใจว่าจะมีปัญหาตามมาหรือเปล่า
สำหรับกรณีของผมตอนนี้ เรื่องคืนกลับ ไปอยู่ที่ กองการเจ้าหน้าที่ กรมปศุสัตว์(กกจ.) แล้ว (ที่ว่าอย่างนี้เพราะในตอนแรก ผมให้ ทาง สท.ส่งเรื่องไป ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ เมื่อวิเทศอ่านแล้วบอกว่าต้องส่งไปให้ สพท. ซึ่งมีประสบการณ์ แล้วทาง สพท. ก็โทร.มาถามเรื่องกับผม ซึ่งก็ได้ชี้แจงไป และได้เรียนปรึกษากับ ปศุสัตว์จังหวัด ซึ่งท่านบอกว่าจะต้องเข้าไปที่ กกจ. ถึงจะถูก)
แต่เมื่อเรื่อง ถึง กกจ.ก็ได้ประสานไปยัง สนง.ปศุสัตว์จังหวัด ซึ่งพี่สมศรี(ธุรการ) ก็โทรมาขอรายละเอียด แต่ขณะนั้นผมก็เดินทางมา กทม.แล้ว จึงได้แต่ส่งเอกสารที่เป็นไฟล์ไปให้เพื่อทำเรื่องส่งกลับไปยัง กรมฯอีกทีหนึ่ง
นี่ก็ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่กรมฯ จะติดต่อมา เพราะเท่าที่ทราบจาก พี่พรรณี จาก สพท.ที่ติดต่อมาวันก่อนว่า กว่าจะเสร็จเรื่อง จะต้องมีการทำประกัน และการทำสัญญาต่างๆกับ นิติการ กรมปศุสัตว์ ด้วย และต่อจากนั้น ทาง ฝ่ายวิเทศฯจึงจะออกหนังสือ เรียน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้เพื่อใช้สำหรับนำ เพื่อไปทำหนังสือเดินทางราชการ