ผมได้แนวคิดนี้จากบทความ The web’s new wallsและ Briefing the future of the internet : A virtual counter-revolution ในนิตยสาร The Economist ฉบับวันที่ ๔ – ๑๐ ก.ย. ๕๓
เขาบอกว่ายุคแรกของ internet เป็นเวลา ๑๕ ปี เป็นยุคของการเชื่อมโยงเครือข่าย และกำลังจะเข้าสู่ยุคที่ ๒ ซึ่งเป็นยุคของการแตกเป็นเสี่ยงๆ (fragmentation) หรือยุคสร้างกำแพงกั้น ด้วยพลังของ ๓ ปัจจัย คือ (๑) รัฐบาล เพื่อปกป้องอำนาจรัฐ (๒) บริษัท เพื่อปกป้องผลประโยชน์ (๓) network operator ร่วมมือกับ content provider สร้างโอกาสหารายได้จากบริการ
เดิมคิดกันว่าการเป็นเครือข่ายที่เปิดกว้างเป็นพลัง ที่จะให้ฝ่ายต่างๆ เข้ามาใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง คิดว่าการเปิดกว้างเป็นพลัง แต่ในไม่ช้าก็มีผู้ใช้ยุทธศาสตร์ล้อมรั้ว เพื่อหาผลประโยชน์ ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ Apple ที่มีนโยบายควบคุมการสร้าง App (Application Software) สำหรับใช้กับผลิตภัณฑ์ของ Apple และ Facebook ซึ่งเป็น semi-open platform
สำหรับพวกเราที่เป็นผู้ใช้เส้นทางเชื่อมต่อเครือข่ายใน internet สิ่งที่เราต้องการคือ net neutrality หรืออาจเรียกว่า equity ของผู้ใช้ คือความเร็วของการเชื่อมต่อเร็วเท่าเทียมกันโดยไม่มีการทำให้บางเส้นทางการเชื่อมต่อสะดวก ความเร็วสูง บางเส้นทางมี “ยวดยาน” คับคั่ง ความเร็วต่ำ ซึ่งในความเป็นจริง บริษัทที่เข้าไปใช้ internet ต่างก็เข้าไปหาวิธีจัดการเพื่อให้ตนเองและลูกค้าของตนได้ความสะดวกและความเร็ว กลายเป็นการเข้าไปสร้างกลุ่มที่แยกตัวภายในเครือข่าย
การสร้างเครือข่าย internet ที่เป็น open platform ก็เพื่อผลประโยชน์ เมื่อเครือข่ายขยายกว้างขึ้น การล้อมรั้วเป็นกลุ่มๆ ก็เป็นลู่ทางหาผลประโยชน์ นอกจากนั้น การที่ปล่อยให้เป็นเครือข่ายเปิด ก็จะมีคนชั่วใช้หากินโดยการมอมเมาคนอื่นด้วยสิ่งที่เป็นอบายมุข เช่น หนังโป๊ หรือใช้ทำร้ายประเทศอื่น กลุ่มอื่น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุม open platform ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงไม่มี
วิจารณ์ พานิช
๒๕ ก.ย. ๕๓