หลักการบริหารงานบุคคลกับการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ทุกคนเคร่งเครียดกับการทำงานมานาน อาจจะเผลอลืมแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลไปแล้ว ซึ่งแนวคิดนี้ คนยุคใหม่อาจจะ คิดว่าเป็นแนวคิดเก่า คร่ำครึ ไม่ทันสมัย แต่อาจจะลืมคิดไปว่าแนวคิดการบริหารงานบุคคลนี้ สามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย และจะไม่มีคำว่าล้าสมัยแน่นอน เนื่องจากเป็นการศึกษามาตั้งแต่โบราณกาล และอาจจะผสมกลมกลืนกับแนวคิดการบริหารงานยุคปัจจุบัน คือการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) ได้ จึงขอเปรียบเทียบแนวความคิดเดิม ๆ ในการบริหารงานกับแนวความคิด หรือ หลักการ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ใหม่ ๆ สด ๆ ร้อน ๆ ซึ่งอาจจะช่วย Re- engineering ความคิด ความรู้สึก เก่า ๆ และUpdate ความรู้สึกใหม่ ๆ ที่ดี ๆ ให้เข้ามาในความทรงจำของทุกคนเพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการดังนี้ <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>
</tbody></table>แสดงให้เห็นแล้วทั้ง 2 ยุค เปรียบเทียบกันเอาเองแล้วกัน และขอแถมท้าย องค์ประกอบสำคัญของการบริหารงานอีกประการหนึ่ง ซึ่งผู้ที่เป็นผู้บริหารจะลืมเสียมิได้ คือสิ่งจูงใจกับสิ่งที่สร้างความพอใจ โบราณว่าไว้ว่า มนุษย์จะมีพฤติกรรมไปในรูปแบบใด หรืออย่างใด ขึ้นอยู่กับการจูงใจ สิ่งล่อใจ และสิ่งเร้า จึงเกิดบทความ “ ภาวะผู้นำกับการจูงใจ” ขึ้น ซึ่ง Ordwap Tead ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า “Leadership is the activity of influencing people to cooperate toward same goal which they came to find desirable” แปลว่า ความเป็นผู้นำคือการใช้อิทธิพลจูงใจคนให้ร่วมมือปฏิบัติการเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเขาเหล่านั้นเองเห็นว่าเป็นสิ่งอันพึงปรารถนาจะเห็นได้ว่าการจูงใจคนนั้นเป็นกระบวนการสำคัญประการหนึ่งของการบริหารงานบุคคลในการที่จะทำให้การทำงานของบุคคลมีประสิทธิภาพสูงขึ้นและ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้นำทั้งหลายคงมี การจูงใจแบบ ปฎิฐาน (Positive Motivation) อยู่ในตัวเอง มากกว่า การจูงใจแบบนิเสธ (Negative motivation) อยู่แล้ว เสาวลักษณ์ สังข์ทอง (ที่มา หลักการบริหารงานบุคคล โดยอุทัย หิรัญโต)