บริบทแห่งการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับต่อการแข่งขันสู่สากล "รู้เขารู้เรารบร้อยครั้ง ก็ชนะร้อยครั้ง" ทุนมุษย์จึงเป็นรากฐานของการพัฒนาองค์กร สังคม ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ สอดคล้องต่อแผนยุทธ์ศาสตร์ของชาติ ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง คุณล่ะพร้อมแล้วหรือยัง ?
ทุนมนุษย์สร้างได้
เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ
การแข่งขันใน
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC
ในอีก 5 ปีข้างหน้า
ด้วยฐานรากการพัฒนาทุนมนุษย์
สู่สังคมที่ยั่งยืนด้วยความสุข
ได้รับแรงกระตุ้นให้ตระหนักถึงความพร้อมในการรองรับเพื่อเข้าสู่การแข่งขันในระดับสากลในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ค.ศ.2015 ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นภารกิจของชาติ ที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ ความตื่นตัวด้านการสร้างภาคีเครือข่ายในระดับนานาชาติ
คำถามมีว่าเราต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC
มีความสำคัญกับเราอย่างไร
ประโยชน์ที่เรา และประเทศไทย
จะได้รับในภูมิภาคนี้คืออะไร?
หลากหลายประเด็นคำถามจนเป็นข้อสงสัยให้ผมต้องการคำตอบ และหาคำอธิบายในหลากหลายประเด็นให้ตรงจุดเพื่อเสาะแสวงหาความรู้เป็นอย่างยิ่ง
ประเภทคนไม่หยุดนิ่ง
และไม่นิ่งนอน รอคอยเพียงอย่างเดียว
เราต้องแสวงหาเพิ่มพูนความรู้
เพื่อแบ่งปันให้กับผู้อื่น
เพื่อเผยแพร่สู่สังคมต่อไป
แนวคิดที่ได้รับ และเป็นแรงกระตุ้นต่อมความคิดของผมเป็นอย่างมากโดยได้รับความรู้ดีๆ จากผู้รอบรู้มากประสบการณ์ไม่เฉพาะบทบาทการเป็น
แพทย์ศัลยกรรมอย่างเดียวเท่านั้น
ความคิดที่งดงาม
และศิลป์การวาดภาพด้วยสีน้ำมัน
ยังไม่พอยังมากความรอบรู้ด้วย
ศาสตร์ และศิลป์แห่งการบริหาร
โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี
ได้รับมาจากท่าน
ศาสตราจารย์ นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล
คณบดีคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยศรีนคริทรวิโรฒ
และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.นิยม ละออปักษิณ
ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ
Prof. Dr. Chira Hongladarom Chairman • Secretary, Foundation for International Human Resource Development |
การเติมเต็มถอดบทเรียนนี้จะสมบูรณ์ไม่ได้หากขาดท่านผู้นี้ที่รอบรู้ในศาสตร์ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ ควรคู่กับการพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ และเจ้าของทฤษฎีทุนมนุษย์ชั้นครูของสังคมไทยท่าน
ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
เลขาธิการ
มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ
นายกสภามหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด
และปรมาจารย์ด้านการพัฒนาทุนมนุษย์
ในระดับประเทศ และนานาชาติ
ท่านได้ให้แนวความคิดในการพัฒนาทุนมนุษย์โดยมุ่งสร้างคนดีคนเก่ง ไปพร้อมกับการพัฒนาองค์กรเน้นการพัฒนาทางปัญญา พัฒนาด้านอารมณ์ และธำรงรักษาอารย วัฒนธรรมประเพณีที่งดงามไม่เฉพาะการพัฒนาในด้านฝีมือแรงงานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
(ซึ่งขณะที่ผมเขียนบทความนี้ท่านไปประชุมที่จากาต้า ประเทศอินโดนิเซีย เชื่อว่าท่านกลับมาคงจะมีเรื่องสนุกๆ มากความรู้มาเผยแพร่ต่อสังคม gotoknow เราต่อไปติดตามผลงานของท่านได้ที่
www.gotoknow.org/blog/chira มีเรื่องที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก กูรูด้านการพัฒนาทุนมนุษย์พันธุ์แท้ของสังคมไทย)


..อ่านแล้วอยากจะเชื่อ..ว่าทุนมนุษย์..นั้นสร้างได้..หากว่าเรามี..ความพร้อมในทุกด้านที่เรียกว่าศักยภาพ..มนุษย์..รึยัง..พัฒนาไปแค่ไหนอย่างไรกับการเตรียมพร้อมที่จะแข่งขันหรือแบ่งปัน..(ต่อระดับการเปลี่ยนแปลงแข่งขัน..สากล..)..และสิ่งที่เรามี..แค่รอยยิ้มเจื่อนๆที่พยายามจะเหลือไว้ให้หลงเป็นระดับชาติหรือความรู้ที่แค่เอามาประติดปะต่อ..ทำเองคิดเองไม่ค่อยจะเป็น..ขอรับกระผมผสมเออออห่อหมก..ขายได้ประเดี๋ยวเดียว...เดี๋ยวก็เจ้ง...(ยายธีก็ได้แต่เป็นห่วงตามประสาคนแก่แลชาวบ้านธรรมดาๆ..ที่รู้แต่ว่า..สุกรนั้นไซร้คือหมาน้อยธรรมดาๆ..เจ้าค่ะ)
สวัสดีครับคุณยายธี ครับ
ต้องขอขอบพระคุณมากนะครับที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมกัน ผมเสริมแนวคิดของยายนะครับ ว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมกัน
ทำอย่างจริงจัง ตั้งแต่ฐานรากคือกระบวนการศึกษา สังคม สิ่งแวดล้อม อย่างน้อยก็มีผมกับยายธีนะครับ ที่เห็นตรงกัน ผมประสงค์อยากเห็นสังคมของเราเป็นสังคมที่แบ่งปัน ช่วยเหลือ และทัดเทียมด้วยความพอเพียง ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวง อยู่อย่างมีความสุขในโลกใบนี้ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และทันต่อแสทางสังคมโลก แต่ก็ไม่ควรไปลอกเลียบแบบเขามาทั้งหมดต้องเป็นแบบไทยๆ เรา ผมยังมีความเชื่อบางอย่างนะครับ ว่าสังคมไทยเราสามารถหาความอบอุ่น ได้ไม่ยาก หากเราทำอย่างจริงจัง และสร้างความสุขให้กับตัวเอง คนรอบข้าง กับสังคม น่าจะส่งผลดีให้กับประเทศชาติในระยะยาวครับ ขอขอบคุณข้อคิดดีๆ ของยายธีอีกครั้งนะครับ
อ.ภูชิสส์ ศรีเจริญ
..สวัสดีค่ะ..ท่านอาจารย์..ภูชิสส์..(ความเชื่อบางอย่าง..ว่าสังคมไทยเราสามารถหาความอบอุ่นได้..ไม่ยาก...หากเราทำอย่างจริงจัง..สร้างความสุข(และความอบอุ่น)..กับตัวเองและคนรอบข้าง..(คือ)..สังคม...เป็นผลดี...ต่อ...ประเทศชาติ(ต่อส่วนรวม)ในระยะยาว..อย่างแน่นอน..(ในสังคมพุทธ..นิยม..กล่าวถึง..สังคมศรีอารยะ..แห่งพุทธกาลนั้นคงต้องใช้เวลา.อีกยาวนานหลายกัลป์...กับคำว่าศักยภาพที่มีเทียบเท่ากัน...ในหมู่มวลสรรพสัตว์แห่งโลกเรานี้....ที่มีพื้นฐานเดียวกันทั้งหมดทั้งสิ้น...คือเป็นผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุข..เกิดแก่เจ็บตาย..)..ยายธีเชื่อว่าเมื่อ..หนึ่งบวกหนึ่งเป็นสอง..และสองบวกสอง..คงเป็นสี่...เราคงจะได้ตัวเลขที่คงที่ๆศูนย์หรือเปล่าไม่ทราบนะ..แน่แท้นะเจ้าคะ...(อยากทราบความเห็นของท่านอาจารย์ต่อเจ้าค่ะ)..และต้องขอขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ให้ความสนใจต่อความคิดเห็นของคนธรรมดาๆเฉกเช่นยายธีเจ้าค่ะ...
สวัสดีครับคุณยายธี ครับ...
ผมเพิ่งมีโอกาสคิดเรื่องหนึ่งเลยรีบนำไปเขียนในบทเรียนใหม่ ทันที่ก็ได้แนวคิดจากคุณยายธีนี่ละครับ ในเรื่อง คบเด็กสร้างชาติ โตขึ้นไปจะไม่โกง เป็นโครงการดีๆ เพื่อสร้างเยาวชน ให้เป็นทุนมนุษย์ที่สำคัญของสังคม คุณยายธีลองเข้ามาอ่านนะครับ และช่วยเติมเต็มสิ่งที่ผมขาดด้วย ผมแอบเข้าไปเยี่ยมบ้านคุณยายธี ด้วยนะครับ มีบทความดีๆ เป็นจำนวนมากเลยครับ ผมชอบอ่านหลายเรื่องที่ยายธีเขียนนะครับ เป็นปรัชญา ที่ดีมาก น่ายกย่องมากเลยครับ ...ผมขอเอาแนวคิดดีๆไปสอน และบรรยายให้กับสังคมที่ผมมีโอกาสไปเผยแพร่นะครับ ...ต้องขอขอบพระคุณล่วงหน้านะครับ
อ.ภูชิสส์