การขัดแย้งชิงแผ่นดิน

ภายหลังได้อาณาจักรไตยลื้อแห่งเมืองแสนหวีฟ้าหรือเมืองอาราวีเชียงรุ่ง  มาเป็นรัฐบรรณาการหรือประเทศราชแล้ว  เจ้ามหาจักรพรรดิกู่ปะเลข่านก็ส่งราชทูต  ไปข่มขู่ให้เจ้าแผ่นดินไตยญวนเมืองโยนกเชียงแสน  เชียงราย  ไตยลาว  เมืองล้านช้างเวียงจันทร์  ไทยสยาม  เมืองสุโขทัย และต่อถึงเมืองจำปา เมืองเขมรยอมรับเป็นมิตรไมตรีแบบรัฐบรรณาการต่อเจ้ามหาจักรพรรดิมองโกแห่งเมืองไป่กิ่ง  แต่สมเด็จเจ้าพระยาเม็งราย  ผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดินไตยญวนแห่งเมืองโยนกปฏิเสธการเป็นมิตรไมตรีแบบรัฐบรรณาการ และรีบขับไล่ราชทูตมองโกออกจากวังออกจากอาณาจักรเขตเมืองโยนก  มาในปี ค.ศ.1292  เจ้ามหาจักรพรรดิกู่ปะเลข่าน ให้เจ้ามหาอุปราชจ่าต่ายหลี่กับเจ้าฟ้าว้องยีฉูตี่ม่าเมืองแสเป็นแม่ทัพใหญ่    และยกกองกำลังทหารมองโกสามแสนคนจากมณฑลเสฉวน  หดูหนาน  กุยโจ  ยูนาน  ลงมารบตีอาณาจักรไตยโยนก  แบ่งเป็น 7
กองทัพใหญ่  เข้าล้อมเมืองนครเชียงแสน  เชียงรายไว้อย่างแน่นหนาและมอบหน้าที่ให้เจ้าแผ่นดินไตยจวงเมืองกวางสี  เจ้าแผ่นดินไตยลื้อเมืองอาระวีเชียงรุ่ง  เจ้าแผ่นดินแกว (เวียดนาม)  เมืองทวนคิน  ช่วยจัดส่งเสบียงอาหาร  ยามนั้นเมืองเขมรัฐเชียงตุง มีเจ้าน้ำถ้อม  เจ้าน้ำน่านสองพ่อลูกเป็นเจ้าหลวงเมือง  และทางเมืองยองรัฐบุรี (เมืองเชียงช้าง)  มีเจ้าจอมศรีเป็นเจ้าฟ้าหลวง  หรือเจ้าหลวงเมืองนำกองทหารรบต่อต้านข้าศึกห้อมองโกไม่ไหว  จึงถอยกองทัพสละทิ้งเมืองเสียและลงไปร่วมกับกองทัพเมืองโยนกที่เชียงแสน