ลูกชาวนา

        วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตมาเล่าสู่กันฟังเล่น ๆ คลายเครียดนะ  ชีวิติเกิดมาเป็นลูกชาวนา  ครอบครัวมีฐานะยากจน  มีพี่น้อง 6  คน  เป็นชาย 4  คน หญิง 2  คน และมีอายุห่างกันปีเดียว  ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องทำงานหนักพ่อเลี้ยงดูลูก จำได้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะมีอาชีพหลักคือ  ทำนา  และคุณพ่อก็จะมีอาชีพเสริมโดยรับเหมาก่อสร้างบ้าน เป็นหัวหน้าคนงาน และทำหน้าที่เสมือนครูสอนช่างไม้ให้กับลูกน้องที่มาช่วยทำงานจนสามารถออกไปประกอบอาชีพเป็นหัวหน้างานได้ทุกคนที่มาทำงานกับคุณพ่อ  ด้วยฐานที่ยากจนจึงทำให้ไม่สามารถส่งลูกเรียนได้สูง ๆ ทุกคนจึงทำให้ได้เรียนเฉพาะลูกคนโตเพียงคนเดียว คือ  ดิฉันเอง  ชีวิตเมื่อวัยเด็กลำบากมาก ต้องไปเลี้ยงควายตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนชั้น ป.1 เลย   ด้วยสภาพอากาศแห้งแล้งไม่ได้ทำนาติดต่อกันหลายปี ทำให้ไม่มีข้าวกิน  แต่คุณแม่ก็ได้เลี้ยงไหมเป็นอาชีพเสริมอีก  ลูก ๆ ทุกคนต้องช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานจนเป็นตัวอย่างของคนในชุมชน และในวัยเด็กไม่มีโอกาสได้ไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆหลังเลิกเรียนเลย  ลูก ๆ แต่ละคนมีหน้าที่ทุกคน  เช่น  ช่วยทำงานบ้าน  เก็บใบหม่อน  เลี้ยงไหม  ทอผ้าไหมช่วยคุณแม่  ตักน้ำ  เก็บฟืน  ปลูกผัก  รดน้ำผัก  เก็บผักไปขาย  นำควายเข้าคอกตอนเย็น  ปฏิบัติเช่นนี้เป็นประจำ จนชีวิตนี้รู้ว่าอยู่กับงานไม่โอกาสได้ไปท่องเทียวเลย แต่ด้วยเป็นคนมีนิสัยใฝ่เรียนรู้ขยันเรียนในชั่วโมงเรียนไม่ขาดเรียน  และร่วมกิจกรรมทุกอย่างจนเป็นที่รักของครูบาอาจารย์และเพื่อน ๆ  ชอบเล่นกีฬาไปแข่งขันชนะเลิศในระดับกีฬาโซนในสมัยนั้น ความใฝ่ฝันไม่ทราบว่าตนเองอยากจะเป็นอะไร  รู้แต่เพียงว่าคุณพ่ออยากให้เป็นครู พอเรียนจบชั้น  ม.ศ.3 อยากไปเรียนสายอาชีพที่โรงเรียนอาชีวขอนแก่นแต่คุณพ่อให้เรียนต่อ  ม.ศ. 4-5 เพื่อจะให้ไปสอบเรียนต่อสายครู  และในที่สุดก็ได้ไปเรียนครู ในระหว่างที่เรียนคุณพ่อได้เสียชีวิตตอนเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 เทอมแรก  จึงได้เรียนจบ  ป.กศ.สูง จึงมาสอบบรรจุได้เป็นครู  เมื่อ ปี 2534   สำหรับวันนี้ขอพักไว้ก่อนเพราะต้องออกไปเยี่ยมบ้านนักเรียนก่อนนะค่ะ  ขอบคุณค่ะ