เมื่อนักเรียนบ้านนอก(ต้อง)เข้าไปสอบ gat-pat ในเมือง
ภาคเรียนนี้(กำลังจะสิ้นสุดภาคเรียนที่ 1) มุ่งเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการสอบปลายภาค นักเรียนกำลังหัวปักหัวปำกับการบ้าน รายงาน ชิ้นงานที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงการเตรียมตัวสอบปลายภาค(สำหรับนักเรียนบางคน) ไปพร้อมๆกัน แน่นอนค่ะว่า...นักเรียนอีกหลายคนก็ไม่เคยรู้สึกรู้สากับการสอบ สอบก็สอบ ได้ก็ดี ตกก็ตก แต่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจกว่านี้ยังมีอีก ประมาณวันที่ 8-12 ตุลาคม หลังสอบปลายภาคเสร็จไม่กี่วัน นักเรียน ม.6 จำนวนหนึ่งต้องไปสอบสิ่งที่เรียกว่า gat-pat ที่ตัวอำเภอเมือง ที่ห่างจากอำเภอที่เราอยู่ประมาณ 80 กิโลเมตร
บางคนเข้าเมืองเป็นครั้งแรก ความกังวลสูงมากๆ บางคนเคยเข้าไปนานๆที ก็ไม่สามารถกังวลน้อยลงไปกว่านี้ได้ ที่หนักกว่านั้นบางคนสอบ 2 สนามสอบ แต่สนามสอบอยู่คนละฟากของตัวเมือง ยิ่งแล้วไปกันใหญ่ กังวลอีกเป็น 2 เท่า...นี่เป็นเรื่องของสถานที่เท่านั้นนะคะ ถามว่าทำไมถึงรู้ว่านักเรียนมีความกังวลมากหรือน้อย อ้าว...ก็พวกเขาบอกอ่ะดิ
ส่วนข้อสอบ...คนที่เคยไปสอบมาแล้วบอกว่า"คนออกข้อสอบเค้าเก่งค่ะ อัจฉริยะมากๆที่สามารถคิดค้นการทำข้อสอบแนวนี้ออกมา" โดยเฉพาะไอ้เจ้าสิ่งที่เรียกว่า gat ที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการวิเคราะห์หรือเชื่อมโยง ส่วนที่ 2 เป็นภาษาอังกฤษ เราได้นำข้อสอบเก่ามาดูร่วมกัน นักเรียนคนที่สอบ gat ได้คะแนนมากที่สุด(ของโรงเรียน) พยายามอธิบายวิธีการทำข้อสอบให้ครูฟังอยู่หลายคำ แต่...ครูแนะแนวมึนตึ้บเลยค่ะ (ฉลาดน้อยหรือเปล่าคะครู)
เอาเป็นว่า ปีที่ผ่านมานักเรียนหญิงที่อยากเรียนพยาบาลหลายคนต้องอกหักกันไป เพราะ ว.พยาบาลบรมราชชนนี กำหนดคะแนน pat2 (วิทยาศาสตร์) ต้องไม่ต่ำกว่า 120/300 คะแนน ฮือ...ฮือ...แง...แง นักเรียนของเราได้คะแนนเกินร้อยอยู่ไม่กี่คน แถมยังไม่ถึง 120 ด้วย นอกนั้นน่ะหรือ ต่ำกว่าร้อยคะแนนรวดเลยค่ะ
เอ่อ...ถ้าหากนะคะ ถ้าหากว่าสนามสอบ gat-pat อยู่ตามสนามสอบอำเภอเหมือนสอบ o-net ได้ นักเรียนคงจะมีคะแนนดีขึ้นซัก 2-3 คะแนนกระมังคะ ในเมื่อ สทศ.ก็เป็นเจ้าภาพการสอบทั้งสองประเภทอยู่แล้วนี่นา น่าจะลองรับไปพิจารณาเนาะ
เดี๋ยวหลังการสอบครั้งที่ 3/2553 ตุลานี้แหละ ต้องคอยลุ้นผลคะแนนของเด็กๆอีกครั้ง ไม่รู้ว่าจะมี "ค่าน้ำหนัก" พอนำไปคัดโควตาสถาบันต่างๆหรือเปล่า
นี่แหละ gat-pat ยาขมที่นักเรียนจำเป็นต้องกลืน เพื่อรักษาโรคอยากเข้ามหาวิทยาลัย ถ้าไม่รักษาก็...ตายสิคะ สู้นะ>>>เด็กๆ
สวัสดีค่ะ
หวานเป็นลมขมเป็นยา
สวัสดีค่ะคุณครูคิม (คนอิสระ) ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะ จะสู้เพื่อฝันของเด็กๆต่อไปค่ะ
สวัสดีค่ะคุณเบดูอิน (จำได้ว่าชนเผ่านี้ก็รักอิสระเหมือนกันใช่ไหมคะ) ขอบคุณสำหรับคำสั้นๆแต่ "จี๊ด"เข้าไปในใจนะคะ "ขมเป็นยา" เราจะรักษากันต่อไป