"ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" เป็นการเปรียบเทียบของคนสมัยก่อนโน้น สมัยที่เรายังไม่เกิด แต่ในปัจจุบันก็อาจเปลี่ยนไปบ้างจากม้าก็คงเป็นรถ เพราะทุกวันนี้ จะไปไหนมาไหนก็ต้องใช้รถกันทั้งนั้น ไม่ใช้แล้วม้ามันช้า...ลี้ยงไว้ให้ลูกดูเล่นดีกว่าเนอะ อย่าเอามาใช้เลยสงสารมัน ดิฉันคนหนึ่งที่ต้องใช้รถในการเดินทางไปทำงานทุกวัน ขับไปเองระยะทางไป กลับ 70 กิโลเมตร บ้างวันก็นเหนื่อยเหมือนกันบ้างวันก็สบาย ๆ ดิฉันต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการขับรถ เพราะเส้นทางที่ไปทำงานก็จะผ่านหมู่บ้าน ซึ่งจะมีสัตว์เลี้ยงออกมาเดินบนถนนทั้งขาไป ขากลับ จากการทำงาน เพราะเป็นเวลาช่วงเดี่ยวกัน เรากลับบ้านเขาก็กลับบ้าน เราไปทำงานเขาก็ออกหากินหญ้า ดิฉันต้องคอยระวัง คอยหลบให้มันเดินข้ามถนน บ้างครั้งบ้างวันที่รีบๆก็หงุดหงิดเหมือนกัน แต่ก็ได้แต่อดทนและรอ ซึ่งก็เป็นการดีนะที่ทำให้เราใจเย็นลงและได้ฝึกตัวเองไปด้วย ว่าจะต้องแบ่งปัน จะต้องรอคอย และจะต้องอดทน ดิฉันเจอปัญหาเช่นนี้เกือบทุกวัน แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเดินทางไปทำงานซ่ะที่เดียว แต่ที่สำคัญปัญหาในการเดินทางก็คือ ความเร่งรีบ และความประมาท ซึ่งดิฉันได้ประสบกับตัวเอง วันนั่นฝนตกหนักมาก หลังจากเลิกเรียนดิฉันก็รีบกลับบ้าน ในขณะที่ดิฉันขับรถกลับบ้าน มีรถคันหนึ่งอยู่ข้างหน้าดิฉัน เขาเหยียบน้ำที่ขังอยู่บนถนนที่แอ่งลึกและระยะทางที่ยาว ดิฉันขับมาความเร็วเท่าไรไม่ทราบไม่เร็วมากเพราะฝนตกอยู่ปอย ๆ พอมาถึงที่น้ำขังอยู่ก็ได้เหยียบเบรค และรถก็ได้เสียหลักส่ายไปส่ายมาเกือบจะชนกับรถที่สวนทางมา แต่ดิฉันก็ได้หักหลบและสุดท้ายรถก็ลงถนน รถก็เสียหายพอประมาณแต่ตัวดิฉันไม่เป็นไร...วันนั้นดิฉันเสียใจมาก หากดิฉันไม่ประมาทหรือไม่เผลอเรอก็คงไม่เป็นเช่นนี้ หากมีลูก ๆ นั่งมาด้วยเราจะทำอย่างไร...อยากให้เพื่อนทุกคนที่ใช้รถในการเดินทาง ก็ให้ตรวจดูสภาพรถ ความพร้อม อายุการใช้งานของอะไหล่ต่าง ๆ และก็เปลี่ยนใหม่หรือซ่อมให้มันใช้งานได้ดีขึ้น ก็จะลดการเกิดเหตุการณ์ที่เราไม่คาดคิดได้.....และที่สำคัญอย่าเร่งรีบจนเกินไป...
