ช่องว่างสร้างโลก
สวัสดีครับ ท่านผู้ชอบเติมคำในช่องว่าง ผมเองรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนอะไรหลายอย่าง ในองค์ ประกอบชีวิต อันนี้อย่านึกลึกไปถึงบางส่วนของร่ายกาย แต่ถ้าจะเติมให้ผม กรุณาเติม “ กึ๋น “ให้ผมละกัน
วันนี้การเติมคำในช่องว่างสำคัญยังไง ทุกวันนี้เราต้องการแต่คำตอบ ชีวิตถูกให้ทําตามโดยใช้ความสะดวกเป็นตัวล่อ เด็กๆถูกล่อให้คิดว่าการใช้มือถือ คือ อำนาจอันยิ่งใหญ่ที่ต้องมี แล้วใส่การเสพติดผ่านความเหงา เช่น ใส่กล้องเข้าไปนิด ติดinternetเข้าไปหน่อย ค่อยๆคุยกับแฟนก็ได้ อ๊ะ!!ค่าโทรถูกนิ ว่าแล้ว วันทั้งวันก็ใช้โทรศัพท์ตลอดวัน จะไม่จนได้ไงครับพี่น้องคร๊าบ! พูดง่ายๆ เขาใช้การขายความสะดวกเพื่อไม่ให้เราต้องคิด จึงไม่แปลก สังคมจึงไม่ชอบตั้งคำถาม ใครตั้งคำถามดูเป็นคนแปลกแยก เจ้าปัญหา ทั้งที่โลกเจริญได้เพราะคำถาม ลูกฉลาด ก็แม่นั่นแหล!ที่ใช้ความรักตั้งคำถาม อะไรเอ่ย? 4 ตีนเดินมาหลังคามุงกระเบื้อง? คนโบราณใช้อุบายความรัก “สร้างโลกฉลาดให้ลูก” วันนี้เราต้องใช้คำถามที่ยากขึ้นด้วยปัญหาซับซ้อนขึ้น และต้องเติมคำในช่องว่างที่กว้างขึ้น สังเกตว่า ด้วยโจทย์ที่ซับซ้อน คนไทยเจอปัญหาหนักที่ยากจะแก้
กระทรวงสาธารณสุขเผย แค่6เดือนของปี53 คนไทยฆ่าตัวตายมากขึ้น เฉลี่ยเกือบ4 ต่อแสนคนในขณะที่ปี 52ทั้งปี 5 ต่อแสน แล้ววิธีฆ่าตัวตายก็ซับซ้อนมากขึ้น ตายด้วย การรมแก็สมั่ง,ช็อตด้วยไฟฟ้าใช้ระเบิด และตัดหัว เมื่อก่อนเคยมีไหม ใครจะเติมคำในช่องว่างมั๊ย นักเรียนอาชีวะเคยตีกันจนพ่อแม่กลุ้ม ย่าเครียด วันนี้ลดอายุมาเป็นรุ่นมัธยมศึกษา เฮ๊ย++เขาไม่เรียนกันแล้วเหรอ ใครจะเติมคำในช่องว่างครับมันอึ้งครับพี่น้อง ยังเครียดไม่พอ ระดับโลกประเทศอเมริกาตกหลุมเศรษฐกิจวันนี้ยังหาบันไดไม่เจอ ญี่ปุ่นก็เดินวนอยู่ในตุ่ม คนญี่ปุ่นหาเงินไม่พอใช้ ฆ่าตัวตายเป็นว่าเล่น มาปีนี้ประเทศไทยก็เจอของหนัก โรคการเมืองทำทรุด แต่โชคดีที่เอเซียฟีเวอร์ ทำให้เงินไหลเข้า แต่เอ๊ะ!! ไหงไหลน่ากลัวจังครับ เงินเข้ามาวิ่ง4 X 100 ในตลาดหุ้น ตั้งแต่ต้นปี ค่าเงินไทยแข็งโป๊กไป7% คาดว่าปลายปี ค่าเงินจะไปนอนก่ายหน้าผากอยู่ประมาณ30บาท หมายความว่าเราส่งสินค้าออกไปขายแทบไม่ได้ตังค์ ขณะเดียวกันพวกเก็งกำไรที่เข้ามาตลาดหุ้น ยิ่งข่าวการปรับดอกเบี้ยขึ้นไปอีก โอ้โห!กำไรมันยิ่งเยอะนะพี่ เงินก็เฟ้อเพราะค่ามันน้อยทำให้ต้นทุนสินค้าสูง ตอนนี้ไปเหลือบมอง ต้นทุนหมวดอาหาร ทำท่าว่าจะเอาไม่อยู่ ปีหน้าดัชนี “มาม่า”หรือ ราคามาม่า ติดมุ้งแน่ ว่ากันว่า ถ้าราคามาม่าพุ่ง อย่างอื่นก็คงเกาเหลากันยกใหญ่ มีอาการไม่กินเส้นเป็นทิวแถว
แล้วคุณกระผมคิดว่าเอาไง? ท่านผู้อ่านคงจะถามยังงั้น ผมขอแก้ผ้าเอาตัวรอด ดังนี้ครับผม มองจากชีวิตผมกับงานที่ผมเกี่ยวข้องกับสื่อ ทุกวันนี้เรามีสื่อเยอะ เครื่องมือแยะ แต่มีความรู้ที่จะขายอะไรได้มั่ง? เงินมีจำกัดต้องบริหารเงินให้พอ ระยะยาวต้องมีความชัดเจน จะเอาเป้าหมายใด ต้องบอกได้ว่าอนาคตสื่อจะเป็นไง? เพราะประเทศเราหนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆผมมองเห็นการขึ้นภาษีที่หนักหนา ในอนาคต อีก 2 ปี ภาษีมูลค่าเพิ่มขยับเป็น10%แน่ ขณะเดียวกันFTAจะเข้ามา ทั้งระบบเสรี ทั้งด้านการแพทย์ อาชีพที่เราต้องแข่งขัน การค้าขายจะถึงสามแยกที่คนไทยต้องเข้าตลาดที่เปลี่ยนแปลงทั้งโลก ผมจึงคิดว่าสื่ออย่างบ้านเรา ต้องเล็กๆแต่ชัดเจน พร้อมการจัดการ ให้มีการเปิดสังคมไปสู่การร่วมมือ สร้างตลาดที่จังหวัดสงขลาเรามีทุนดีอยู่แล้ว ปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มSongkhla Media Forumตั้งเวทีสมัชชาสุขภาพทางอากาศทาง FM.88 MHz และ คลื่นความคิด FM.101 MHz หาดใหญ่ กลุ่มวิทยุชุมชนส่วนหนึ่งจะมีการสร้างรูปธรรมร่วมกัน ที่จะมีเวทีสมัชชาทางอากาศ โดยการถ่ายทอดพร้อมกันทั้งสถานีวิทยุเสียงจะนะ 91.5MHz, วิทยุควนเนียง 91.0MHz, วิทยุชวาทองจะนะ 92.25MHz, คลื่นความคิด หาดใหญ่ 101 MHz, วิทยุท่าข้าม 101.5 MHz, วิทยุชุมชนสงขลา106 MHz, วิทยุพุทธเรดิโอ106 MHz รวมถึงวิทยุในเครือข่ายพัฒนาสังคม ผู้ร่วมเวทีมีการนำเสนอว่า จะใช้วิธีการจัดรายการ โดยสัญจรไปเรียนรู้ร่วมกัน และรับอาสาแบ่งกันเป็นเจ้าภาพ และชวนทุนดีๆในพื้นที่ออกแบบร่วมกัน กับมุม“สื่อดีไม่มีเจ้าของ ร่วมสมอง สองมือเรา “ มีการเสนอว่า จะร่วมผลักดันนโยบายดีๆ เพื่อเป็นเครื่องมือให้ชุมชนไปสู่เป้าหมาย
นอกจากนี้ ในวันที่11-17 เดือน ตุลาคม 2553 จะมีงานสมัชชาที่ศูนย์ประชุมนานาชาติซึ่งเป็นเวทีเปิดแสดงความคิดทั้งประชาชน,เอกชน,วิชาการ,ภาครัฐและประชาสังคม โดยจะเป็นการลำลองการจัดการให้เหมือนรูปแบบของการจัดสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
ซึ่งงานนี้ จะมีการเปิดเวทีส่วนหนึ่งให้สื่อเพื่อแสดงความคิดเห็นต่องานของสื่อเพื่อสังคม
และถ้าหากเป็นข้อคิดเห็นที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์มีทางออกที่น่าสนใจและสามารถขับเคลื่อนได้อย่างแน่นอน ก็อาจจะได้นำเสนอเป็น นโยบายไปสู่ระดับชาติได้ นี่ละ!! ที่เค้าพูดกันว่า “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงเดือนดาว” …ว่าเข้านั่น.