3.ผู้นำสถานศึกษากับการสร้างโรงเรียนแห่งการเรียนรู้

3.ผู้นำสถานศึกษากับการสร้างโรงเรียนแห่งการเรียนรู้

 

บทบาทหน้าที่ของผู้นำ ในการผลักดันให้สถานศึกษาสู่ความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้  ใน  3  ด้านที่สำคัญ  ได้แก่  ด้านการกำหนดทิศทาง  ด้านการพัฒนาบุคลากร  และด้านการพัฒนาองค์กรของโรงเรียน

1.  บทบาทผู้นำสถานศึกษาด้านการกำหนดทิศทางของโรงเรียน  (Setting school directions)

          

  • การกำหนดและจัดทำวิสัยทัศน์  (Identifying  and  articulating  a  vision) 

ผู้นำสถานศึกษาต้องช่วยทำให้โรงเรียน ได้รับความร่วมมือจากบุคลากรต่างๆ  ให้มาร่วมคิดและจัดทำวิสัยทัศน์ที่ระบุถึงแนวคิดที่ดีที่สุด ของการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนแห่งการเรียนรู้  โดยผู้นำต้องสร้างแรงบันดาลใจผู้อื่นให้กระหายที่จะช่วยกันให้ถึงเป้าหมายนั้น

  • สร้างความเข้าใจที่ตรงกันต่อการพัฒนาสู่ความเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ 

โดยผู้นำร่วมกับครูผู้สอนและผู้เกี่ยวข้องในการแปลวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ให้เป็นพันธกิจ  และแผนปฏิบัติต่างๆ 

ผู้นำต้องสร้างความคาดหวังต่อการปฏิบัติงานในระดับสูง (Crating high  performance  expectations) 

โดยผู้นำจะตั้งความคาดหวังของตนต่อคุณภาพของผลงานที่ครูปฏิบัติ และผลการเรียนรู้ที่นักเรียนได้รับอยู่ในระดับสูง  ผู้นำสถานศึกษาต้องสนับสนุนการใช้ผลงานวิจัยและการทำวิจัยชั้นเรียนของครูเพื่อการแสวงหาเทคนิควิธีสอนใหม่ๆ  เพื่อการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนให้สูงขึ้น 

  • ชักจูงและส่งเสริมให้ครูผู้สอนยอมรับในเป้าหมายของกลุ่ม (Fostering the  acceptance  of  group  goals)

เนื่องจากความร่วมมือร่วมใจซึ่งกันและกันเป็นคุณลักษณะสำคัญของโรงเรียนแห่งการเรียนรู้  ดังนั้นผู้นำสถานศึกษาจึงมีหน้าที่ต้องส่งเสริมให้ครูผู้สอนและบุคลากรต่างๆ  ทำงานร่วมกันในรูปแบบทีมงานทั้งด้านจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมอื่นๆ  ทั่วทั้งโรงเรียน  (Team – based  school) 

  • ใส่ใจติดตามดูแลการปฏิบัติภารกิจในการจัดการเรียนรู้และงานสนับสนุนอื่นๆ  (Monitoring  organizational  performance)

ผู้นำโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ มีหน้าที่ต้องคอยติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานด้านต่างๆ  ของโรงเรียนโดยใช้ดัชนีตัวบ่งชี้ (KPI) และข้อมูลสารสนเทศอย่างหลากหลายมาเป็นเกณฑ์การประเมินร่วมกับครูผู้สอน  โดยยึดหลักประเมินเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงให้งานดีขึ้น 

2.  บทบาทผู้นำสถานศึกษาด้านพัฒนาบุคลากร  (Developing people)

          ทรัพยากรบุคคลถือเป็นสินทรัพย์ที่ทรงคุณค่าขององค์การ  ครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลสำเร็จของการเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้  ดังนั้นบุคคลเหล่านี้จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะ  ความรู้ความสามารถ และการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการจัดการเรียนรู้วิธีใหม่แก่ผู้เรียน 

  • ส่งเสริมกิจกรรมการพัฒนาความเป็นมืออาชีพของครูระหว่างการปฏิบัติงาน   เช่น  การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการด้านพัฒนาทักษะการสอน  การจัดตั้งคลินิกเพื่อความเป็นเลิศทางการเรียนการสอน  การมีกิจกรรม การนิเทศแบบกัลยาณมิตร  หรือแบบเพื่อนช่วยเหลือเพื่อน 
  • ผู้นำสถานศึกษาต้องรู้จักสอนผู้อื่นด้วยพฤติกรรมแบบอย่าง  (Role  modeling)  ของตน  กล่าวคือ  ถ้าต้องการให้ครูผู้สอนและผู้เรียนมีนิสัยการใฝ่รู้  ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ 
  • ส่งเสริมและเข้าร่วมกับครูผู้สอนเพื่อสร้างความเป็น  ชุมชนแห่งวิชาชีพ  ให้เกิดขึ้นในโรงเรียน นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้นักเรียนทุกคนเข้าเป็นสมาชิกของกิจกรรมชมรมต่างๆ  ที่โรงเรียนควรมีให้นักเรียนได้เลือกตามความถนัดอย่างหลากหลาย 
  • ส่งเสริมและกระตุ้นการใช้ปัญญา  (Intellcetual  stimulation)    ผู้นำสถานศึกษาควรกระตุ้นให้ครูผู้สอน หมั่นตรวจสอบถึงวิธีทำงานที่เคยใช้อยู่เป็นประจำนั้นด้วยตนเองหรือกับเพื่อนร่วมงาน 
  • การให้ความสนับสนุนผู้ร่วมงานแต่ละรายบุคคล  (Providing  individualized  support)  ในการเปลี่ยนแปลงสถานศึกษาให้เป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้นั้น  ส่งผลกระทบหลายประการต่อผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานนั้นอย่างหลีกเลี่ยงมิได้  บางคนอาจต่อต้านเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง อยู่ในภาวะจำยอมต้องรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนั้น  ผู้นำควรให้การสนับสนุนผู้ร่วมงานทุกคนเป็นรายบุคคล

 

3.  บทบาทผู้นำสถานศึกษาด้านการพัฒนาองค์การ  (Developing the organization)

          ผู้นำสถานศึกษาต้องสามารถทำให้โรงเรียนได้ทำหน้าที่เป็นชุมชนแห่งวิชาชีพด้านการเรียนรู้  เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติภารกิจทางวิชาชีพของสมาชิกที่เกี่ยวข้องทั้งครูผู้สอนและนักเรียน  ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ    ผู้นำสถานศึกษาจึงมีบทบาทในประเด็นต่อไปนี้

  • เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านวัฒนธรรมของโรงเรียน (Strengthening school  culture)  

ผู้นำสามารถพัฒนาวัฒนธรรมของโรงเรียนที่ฝังรากลึกด้วยค่านิยม  ปทัสถาน  ความเชื่อ  และทัศนคติร่วมกันของสมาชิกทุกคนในองค์การที่นำไปสู่ความเอื้ออาทร  (Caring)  และความไว้วางใจ (Trust) ต่อกัน

  • ทำการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างองค์การของโรงเรียน (Modifying organization  structure) 

ผู้นำสถานศึกษามีหน้าที่ต้องตรวจสอบดูแลและปรับปรุงโครงสร้างองค์การ เพื่อให้มีความยืดหยุ่น  คล่องตัวและสอดคล้องกับคุณลักษณะของการเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ 

  • สร้างกระบวนการให้เกิดความร่วมมือร่วมใจ  (Building  collaboratiove  process)  ผู้นำสถานศึกษาต้องส่งเสริมให้การปฏิบัติภารกิจของโรงเรียนเป็นไปในลักษณะที่ให้โอกาสแก่ครูอาจารย์  ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อตัวครู หรือต่อการปฏิบัติงานด้านวิชาชีพของครู 
  • การบริหารจัดการสภาพแวดล้อม  (Managing  the  environment)

ผู้นำสถานศึกษาจำเป็นต้องทำงานร่วมกับตัวแทนกลุ่มต่างๆ  ที่เป็นสภาพแวดล้อมของโรงเรียน  ซึ่งได้แก่  ผู้ปกครอง  สมาชิกของชุมชน  นักการเมือง  ภาคธุรกิจเอกชน  ตลอดจนหน่วยงานภาคราชการทั้งหลายที่แวดล้อมโรงเรียน  เพื่อให้คนเหล่านี้เข้าใจ และมีภาพลักษณ์ที่เป็นบวกต่อวิสัยทัศน์ และเป้าหมายของโรงเรียน 

 

การนำไปใช้

ผู้นำสามารถนำไปใช้เป็นตัวกำหนดทิศทาง เพื่อพัฒนาองค์กร  บุคลากรครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลสำเร็จของการเป็นโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ ดังนั้นบุคคล เหล่านี้จึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะ  ความรู้ความสามารถ และการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการจัดการเรียนรู้วิธีใหม่ๆ  ตลอดจนโครงสร้างขององค์กรเพื่อให้สอดคล้อง และมีลักษณะเป็นโรงเรียนที่มีภาพลักษณ์ที่เป็นบวกต่อวิสัยทัศน์และเป้าหมายของโรงเรียนแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง