รู้สึกชื่นชมความสะอาด ความเก่าแก่ ความสวยงาม มีข้อขัดข้องเล็กน้อยคือ “ขี้ม้า” เรี่ยราดตามตรอกซอกซอยเหล่านี้
เรื่องเล่ากลางโรม-3
โสภณ เปียสนิท
................................................
มุมตรงข้ามบาทหลวงองค์นี้มีนั่งร้านต่อสูงยาวถึงขอบหลังคาโค้ง แสดงให้รู้ว่าอยู่ระหว่างการซ่อมแซมบูรณะปฏิสังขร มองหาช่างซึ่งอาจกำลังซ่อมแซมวิหารแห่งนี้อยู่ แต่ไม่พบใคร รอบบริเวณมีแต่นักท่องเที่ยวเดินคลาคล่ำสับสน บางคนชมจนพอใจแล้วเดินออกไปชมด้านนอก หลายคนเพิ่งเดินเข้ามา หลายคนหยุดยืนอยู่ตรงขอบประตู เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับความมืดภายใน
เยี่ยมชมโบสถ์หลังนี้เรียบร้อยแล้ว ชวนพี่บันลือเดินกลับมาร่วมกลุ่มที่นัดหมายคือบริเวณน้ำพุเทรวี (Drevi fountain) ระหว่างการเดินทางไปและกลับตามตรอกซอกซอยกลางเมืองใหญ่ พื้นหินมันวับดำปี้หลายแห่ง รู้สึกชื่นชมความสะอาด ความเก่าแก่ ความสวยงาม มีข้อขัดข้องเล็กน้อยคือ “ขี้ม้า” เรี่ยราดตามตรอกซอกซอยเหล่านี้ เพราะมีรถม้าสำหรับบริการนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ระบบการทำความสะอาดสิ่งปฏิกูลยังไม่ค่อยดีนัก
กลับถึงน้ำพุเทวีพบว่ายังมีเพื่อนร่วมทางจำนวนน้อยที่เดินทางกลับมาตัวกันที่นี่ ผมหันหลังโยนเหรียญห้าบาทลงไปในน้ำพุคิดในใจว่า “ขอให้ได้กลับมาเยือนอิตาลีอีกครั้ง” ตามความเชื่อเก่าแก่ที่ถ่ายทอดกันมานานว่าหากใครทำดังนี้แล้วจะได้กลับมาเยือนอิตาลีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อย้ำเจตนารมณ์ว่าต้องการกลับมาอีกครั้ง
พบอาจารย์ทิวา วิทยาเขตศาลายาระหว่างการเดินวนไปวนมาใกล้ ๆ น้ำพุ จึงชวนกันไปเดินหาห้องน้ำ คาดว่าคงมีอยู่ที่ห้างเหมือนบ้านเรา เดินจนเหนื่อย จึงได้พบห้างใหญ่มีผู้คนมากมายหลายเชื้อชาติเดินจับจ่ายใช้สอยเหมือนบ้านเรา แต่ไม่เห็นห้องน้ำ จะถามเขาก็กลัวเสียฟอร์ม ปล่อยให้อาจารย์ทิวาเดินน้ำหน้าไปเรื่อย ในที่สุดก็พบจนได้ แต่กว่าจะพบก็เกือบลืมห้องน้ำไปเสียแล้ว
ระหว่างเดินกลับ แวะร้านค้าขายน้ำดื่มเล็ก ๆ เจ้าของเป็นชาวศรีลังกา มีสินค้าอิตาเลี่ยนมากมาย แต่ไม่ลืมความเป็นแขก เพราะในร้านมีเนื้อมะพร้าวแก่หั่นเป็นชิ้น ๆ วางขายหน้าร้าน แช่น้ำแข็งจนเย็นเจี๊ยบน่ารับประทาน ยืนชวนเจ้าของร้านสนทนาเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ แขกไม่ทิ้งความเป็นแขกครับ ชอบคุยชอบวิวาทะ ส่วนผมก็ได้ความรู้จากการสนทนาไม่น้อย สุดท้ายก่อนจากมาจึงซื้อน้ำดื่มมาหนึ่งขวดเอาใจเจ้าของร้าน
กลับถึงน้ำพุเทรวี ผองชนยังคงหนาแน่น หลายชาติหลากภาษา เดินบ้าง ถ่ายรูปบ้าง พูดคุยกันบ้าง ผมเดินเข้ารอบในมีขอบคันให้นั่งได้ บังเอิญนั่งใกล้กับชาวบราซิลสองแม่ลูก จึงขอความร่วมมือถ่ายรูปกันคนละภาพสองภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ขณะถ่ายรูปกันเพลิน ๆ ปรากฏว่ากล้องของเพื่อนบราซิลโชคร้ายโดดลงจากมือเจ้าของกระทบพื้นเสียงดังแปะ แม้ไม่แตกเห็นกับตา แต่เจ้าของทำหน้าแปลก ๆ ก่อนแยกจากกัน
เดินกลับมารอบนอกอีกครั้ง กำลังมีการถ่ายรูปบ่าวสาวจากไหนไม่ทราบ ผมทำไม่รู้ไม่ชี้ไปยืนข้าง ๆ ให้พรรคพวกถ่ายรูปให้หน่อย เพื่อว่าจะได้รูปเจ้าบ่าวเจ้าสาวพร้อมแขกผู้มาร่วมงาน แต่ผิดคาดครับ คนกดชัดเตอร์ไม่เข้าใจเอียงมุมกล้องหลบให้อย่างดี เลยอดได้ภาพสวย ๆ มาอวดคุณผู้อ่าน
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ
พ่อหนุ่มบราซิลเค้าลงทุนเสี่ยงทายน้ำพุเทรวี่ด้วยกล้องตัวโปรดเลยนะคะ ;) คงโชคดีหลังสะเดาเคราะห์ แบบได้กล้องตัวใหม่ ;)
เป็นปูต้องเสียดายแบบข้ามเดือนแน่ๆ ;) การเดินทางช่วย ให้ได้สัมผัสและเห็นมุมมองของผู้คนแต่ละท้องที่ ขอบคุณค่ะ
เรียนคุณปู
เรื่องกล้องตก มองแง่ดี คิดอย่างที่คุณว่า คงจะบรรเทาความเสียดายลงไปได้บ้าง
คนจีนบอกว่า "เดินทางหมื่นลี้ดีกว่าอ่านหนังสือหมื่นเล่ม" (ถ้ามีตังค์พอนะ)
ขออนุญาตยืนเต๊ะท่าถ่ายรูปหน่อย สังเกตบ้านในชนบทแบบสวิสหน่อยครับ ปิดทุกด้านต้านความหนาว อยู่บนเขาแบบเดียวดาย มีเพียงต้นสนเป็นเพื่อน ต้นไม้ชนิดอื่นมีน้อยมาก ว่าจะเอาต้นมะม่วงไปปลูกสักต้น เขาบอกว่า No way ไม่รอดครับ
ณ ร้านขายกระดิ่งคล้องคอวัวเหมือนบ้านเรามีเกราะไม้สำหรับคล้องคอวัวเช่นกัน
สวิสใช้กระดิ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไปด้วย ในฐานะที่เลี้ยงและใช้ประโยชน์จากวัวมาก
อนุเสาวรีย์วิกเตอร์ เอมมานูเอล ผู้ยิ่งใหญ่ ชั้นบนมีห้องน้ำอยู่แห่งเดียวครับ เข้าแถวยาวมาก เพื่อนผมทนภาวะการณ์เข้าแถวนานไม่ไหว พลาดท่าเสียที ทำพื้นเปียกมาแล้วครับ
คิดดูก็แปลกนะครับ คนอายุเพียง 40 กว่าปี (ไม่บอกว่าเท่าไร) ยืนอยู่หน้าสนามกีฬาอายุกว่า 2000 ปี แสดงว่า.......อายุคนสั้นนัก .....อายุสิ่งของยืนยาวนาน