การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain based Learning: BBL)
สองวันก่อน ได้คุยกับผู้บริหารโรงเรียนท่านหนึ่ง ได้ไปดูงานโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้การเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain based Learning: BBL) น่าสนใจครับ จึงขอนำมาคุยต่อ
ความจริงเรื่อง BBL ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ มีมานานแล้ว และเท่าที่ทราบ ก็จะเห็นมีการอบรมกันทุกปี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่เห็นโรงเรียนที่นำไปใช้กันจริงจังอย่างได้ผล
มีโรงเรียนที่ไปดูงานมานี่แหละครับ ได้ผลเป็นรูปธรรม จึงขอนำมาสรุปเป็นข้อๆ
เรื่องแรก เรื่องการจัดการเรียนการสอน
1. สมองของเด็กที่พร้อมที่เรียน มีช่วง Prime time ช่วงนี้ จะมีเวลาประมาณ 20 นาที พร้อมที่จะเรียนรู้ หลังจากนั้นจะ Down time ช่วงนี้ สอนอย่าง ก็ไม่รับ
แนวการจัดกิจกรรม ช่วง 20 นาที Prime time ถ้าครูไปบ่น ไปดุ ไปด่า ตำหนิ ตี จะไปทำลายการเรียนรู้ของสมองครับ ฉะนั้น ช่วงแรกของชั่วโมงเรียน อย่าเพิ่งไปบ่น ไปตำหนิ ครับ
และ อย่าไปสอนมาก แค่ 20 นาทีก็พอ แล้วให้ทำแบบฝึกหัด หลังจากนั้น Down time เด็กไม่รับแล้ว
เป็นที่มาของ ครูบางคนสอนมาก แต่เด็กรับได้น้อย ครูบางคนสอนน้อย แต่เด็ก รับได้มาก
2. ในคาบหนึ่ง สอน 40 นาที อีก 10 นาที ให้เด็กเล่น เพื่อให้สมองได้พักผ่อน
3. วิชาที่จะพัฒนาสมอง คือ พละ และ ศิลปะ ให้เด็กได้เคลื่อนไหวมากๆ ได้ทำกิจกรรมศิลปะ วิชาพวกนี้ จะช่วยพัฒนาสมอง
4. การเคลื่อนไหวโดยให้ห้อยโหน กระโดด (ที่ไม่เป็นอันตราย) ผ่านอุปกรณ์ง่ายๆ เป็นการพัฒนาสมองเรื่องการคิดวิเคราะห์
5. จะไม่เน้นคอมพิวเตอร์มาก แค่จะเน้นสื่อที่เป็นธรรมชาติ ให้สัมผัสธรรมชาติ สื่อกระดาษ
6. เรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน อาจจะเห็นผลไม่ชัดเจน แต่ที่ชัดเจน คือ เด็กมีความสุข กล้าคิด กล้าแสดงออก จะส่งผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ในระยะต่อไป
เรื่องการบริหาร
1. ผู้บริหาร มีภาวะผู้นำในเรื่องนี้ มีความเชื่อ ความศรัทธา และ เข้าใจในเรือง BBL อย่างรู้แจ้งเห็นจริง
2. ครั้งแรก ครูต่อต้าน แต่ผู้บริหารใช้ภาวะผู้นำ ในการขับเคลื่อน
3. ผู้บริหารต้องให้ครูทั้งโรงเรียน "เชื่อ" จึงจะสำเร็จ
4. ผู้บริหารศึกษาหาความรู้เรื่อง BBL อย่างต่อเนื่อง ครูมีปัญหา สามารถแก้ปัญหาให้ครูได้ทุกเรื่อง
โรงเรียนนี้ ผู้บริหารที่ไปดูงานมาก บอกชอบ และ เป็นของจริง ขณะที่ผมไปคุยกับศึกษานิเทศก์มา ก็ยอมรับครับว่าดีและเป็นของจริง
ผมคงจะต้องหาโอกาสชวนสมัครพรรคพวกไปดูหน่อยครับ เป็นโรงเรียนแถวภาคเหนือ
แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่กำลังสนใจศึกษาพอดีเลยค่ะท่านรองฯ ไปดูงานเมื่อไหร่ที่ไหนชวนด้วยนะคะ เพราะทำเรื่องการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือที่โรงเรียนสำเร็จแล้วจึงอยากศึกษาBBLค่ะ
* BBL มีตำรา มีทฤษฎี มีการอบรมมาก แต่ขาดตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ครับ
* ได้ไปดูโรงเรียนที่ทำจริงๆ เห็นผลจริง ในทางรูปธรรม ทำให้เกิดความเชื่อ ความศรัทธา พอมองเห็นแนวทางครับ
* จันทร์ - อังคาร นี้ ทางศึกษานิเทศก์ เขาเชิญนักวิชาการมาพูดเรื่องนี้ที่ตราด ผมจะเข้าไปฟังครับ
* เรื่องการดูงาน ผมว่าจะไปประมาณเดือนพฤศจิกายน ครับ แล้วจะส่งข่าว จังหวัดแถวๆภาคเหนือครับ ไปดูงานอย่างเดียวจะเบื่อ คงไปเที่ยวด้วย
ขอบคุณครับ
เรื่องคลื่นสมองต่ำเนี่ย ผมเคยได้ยินจากโรงเรียนอมาตยกุล คุณครูเขาคุยกับเด็กด้วยเสียงเบาๆ เนิบๆ ช้าๆ
หันมามองห้องเรียนของเรา คุณครูตะเบ็งเสียงกันมาก แถมบางห้องยังใช้เครื่องขยายเสียงขนาดเล็ก
เรื่องคลื่นสมองต่ำนี่ ผมว่าเป็นเรื่องดีมากเลยนะครับ เข้ามาเสริม BBL ได้เป็นอย่างดี ผมคงจะต้องเข้าไปศึกษาเรื่องนี้ อีกรอบครับ
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
สวัสดีค่ะ
* เป็นเรื่องที่มีมานาน และครูที่ไปรับการอบรมมาใหม่ ๆ ก็จะนำมาทำ หากใจร้อนไม่รอดูผลความเปลี่ยนแปล อาจจะเป็นไปอย่างช้า ครูเขาก็ละทิ้งไป
(ครับ เห็นผลช้าหน่อยครับ ครูรอไม่ไหว อาจต้องทิ่ง หันไปใช้วิธีการเดิมๆ)
* ความสำคัญผู้บริหารควรเปิดโอกาสให้ครูแลกเปลี่ยนผลการสอน และเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องด้วยนะคะ
(ครับ ประเด็นนี้ ผมจะขยายผลในผู้บริหารครับ)
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
สวัสดีค่ะท่านรองฯ หายไปนานเลยไม่ได้เข้ามาทักทายสักที อ่านทุกความเห็นและเรื่องที่ท่านนำมาบอกต่อแล้วเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง ได้แนวคิดอะไรดีๆ เยอะมาก จะนำไปพัฒนาตัวเองค่ะ เอ่อ...ว่าแต่ว่าท่านรองฯระบุชื่อองค์กรใหม่ รู้สึกยังไม่ชินเลยค่ะ
เรียนท่านอาจารย์
ที่นับถือ
แวะมาอ่านเรื่องดีๆและมีสาระค่ะ ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ
ขอบคุณนะครับที่เข้ามาเยี่ยม
สำหรับชื่อองค์กรใหม่ ตัวย่อว่า สพป. ต้องเปลี่ยนตัวอักษรหลายเรื่องเลยครับ
ขอบคุณครับที่ช่วยนำไปเผยแพร่ต่อ เพราะยังไม่ค่อยมีใครนำไปใช้ครับ