แสดงว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่? ฉันหน้าสลดได้แต่ส่ายหน้างงๆ "อ้าว ไป ๖๕ เมื่อ ๒-๓ วันก่อนนึกว่าได้เจอกัน"
ฉันเพิ่งมารู้เรื่องนี้เมื่อ ๓-๔ปีที่ผ่านมานี้เอง จากการเข้าไปอ่านข้อเขียนในเว็บไซต์2519me.com ที่คนเขียนเป็นเพื่อนสนิทของส.ประสงค์และเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของฉันเองด้วย เป็นเรื่องที่ ถ้าไม่ใช่คนรู้จักและเจ้าของเรื่องที่อยู่ในเหตุการณ์ยืนยัน ฉันก็คงไม่อยากเชื่อ เพราะมันดูเหมือนนิยายน้ำเน่าในหนัง ที่คนเขียนบทจงใจปั้นแต่งขึ้นยังไงยังงั้น
“ส.ประสงค์ ขึ้นไปปรึกษางาน....ได้เพียง ๒ วัน ก็ต้องเดินทางกลับลงมาเพื่อทำงานบุกเบิกเขตงานใหม่ โดยสวนทางกับคณะของส.น้าพัน-น้านวล ที่จุดนัดพบซึ่งมีส.หลิวคนรักของเขารวมอยู่ด้วย เขาได้ยินเสียงพูดของเธออย่างชัดเจนและจำได้ดี แต่ก็ไม่สามารถแสดงตัวเข้าไปทักทายได้ เพราะกลัวเกิดการเสียลับ ส่วนในใจก็ไม่ต้องการให้คนรักเป็นห่วง จึงต้องรีบขึ้นรถ..แล้วจากไป” คืนนั้น รถคันนั้นไม่เพียงมาส่งคณะของเรา แต่ยังรับเอาส.ประสงค์ไปด้วย โดยที่ฉันในขณะนั้นยังแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่าอาจจะได้เจอกันบนฐานที่มั่น
คณะของเราถึงสำนักผ่านทางหลังจากที่ต้องเดินเท้าและค้างคืนในป่า ๒ คืน จึงได้พักที่นี่ ๑วัน ๒คืน จากนั้นเราต้องออกเดินทางแต่เช้าเพื่อให้ถึงหมู่บ้าน ๖ ตุลา ที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับผู้คนจากในเมืองที่หลั่งไหลเข้าป่าหลังจากเหตุการณ์ ๖ ตุลา ซึ่งตั้งอยู่บนภูชายแดนเขตติดต่อระหว่างไทยกับลาว
เวลานั้นประมาณ๔-๕โมงเย็น อีก ๗๐๐ เมตรก่อนถึงตัวหมู่บ้านพวกเราก็ได้ยินเสียงร้องเพลงปฏิวัติดังมาจากหมู่บ้านและมีใครคนหนึ่งวิ่งมาแต่ไกลเพื่อรับเราด้วยความดีใจ ฉันยังจำได้ติดตา เขาไม่ได้สวมชุดทหาร ทปท. แต่สวมเสื้อหม้อฮ่อม พอเขาเข้ามาใกล้จนเห็นว่าเขาเป็นใครฉันดีใจที่สุด เพราะเขาคือ ส.ธวัช ที่พ่อฉันส่งข้ามฝากมาพร้อมกับ ส.ประสงค์นั่นเอง “แสดงว่า ส.ประสงค์ก็ต้องอยู่ด้วย” ฉันทึกทักเอา อย่างเข้าข้างตัวเอง และด้วยหัวใจที่พองโตราวกับลูกโป่ง (จริง ๆ ก็ไม่ได้ทึกทักเอาเองเสียทีเดียวหรอก เพราะก่อนที่จะมา สหายที่ทำหน้าที่หน่วยเมล์ก็ส่งข่าวมาว่า ส.ประสงค์อยากให้หานาฬิกาไปให้เขาด้วย เพราะอยู่ในป่า/การทำงานที่ต้องนัดหมายนาฬิกาเป็นสิ่งจำเป็นมาก และนาฬิกาที่ฉันชื้อมาใหม่ ๆ ก็ยังอยู่ในกระเป๋าฉันอยู่เลยเพราะตอนที่จะต้องลงจากรถฉันส่งนาฬิกาให้คนขับรถที่ทำหน้าที่หน่วยเมล์เขาก็บอกว่าไม่มีคำสั่งให้ฝากไปกับเขาให้ฉันเก็บไว้ ก่อน)แต่แล้วคำถามของเขาก็ให้ลูกโป่งแฟบลงทันตา “หลิวเจอ ส.ประสงค์ไหม” แสดงว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ ? ฉันหน้าสลด ได้แต่ส่ายหน้างงๆ “อ้าวไป ๖๕ เมื่อ ๒-๓ วันก่อนนึกว่าได้เจอกัน” ส.ธวัชก็ท่าทางกึ่งงงกึ่งผิดหวัง ๖๕คือรหัสสำนักผ่านทางที่ฉันเพิ่งออกมา และที่นั่นฉันก็เพิ่งกรอกทะเบียนประวัติให้ทางพรรคฯไปว่ามีคนรักแล้วและเขาคือ ส.ประสงค์
หมายเหตุ - สำนัก คือคำที่ใช้เรียกที่ตั้งของหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนตัวเลขเป็นรหัส
-หน่วยเมล์ หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่ รับส่งจดหมาย คน สิ่งของเครื่องใช้ทุกอย่างรวมไปถึงอาวุธระหว่างเมือง -เขตป่าเขา-แนวหลัง(หลังพิงที่เป็นเขตพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้านที่ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์)
ประโยคนี้ อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงอารมณ์... ณ เวลานั้นเลยค่ะ การที่เราตั้งความหวังไว้ว่าจะได้พบกับใครบางคน แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง.. โอ๊ย!..เศร้าจัง...
ได้ความรู้ เรื่องรหัสลับด้วย... ขอบคุณมากค่ะ จะติดตามต่อไปค่ะ...
ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณครูใจดีค่ะ ที่ตามอ่าน
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเหนื่อยมากไม่มีแรงมาเขียนต่อเลยค่ะ ขอพักวันหนึ่งพรุ่งนี้มาอ่านต่อนะคะ
สวัสดีครับ
เป็นเหตุการณ์ ตื่นเต้น และน่าติดตามมาก ๆ ครับ
ทราบว่าครูหลิว ก็มีคุณทวดเป็นคนลับแล ถ้ามีโอกาสคงได้พบปะ กันบ้างนะครับ.
ขอบคณมากครับ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณสำหรับความเห็นที่เป็นกำลังใจ ลองตามอ่านดูนะคะ
ตั้งใจไว้อย่างนั้นนะคะ ว่าจะไปหาวัดที่คุณทวดเคยอยู่ นี่ยังเก็บรักษาภาพเขียนตอนเป็นพระของท่านเอาไว้อย่างดีเลยค่ะ