ลิเกฮูลูคืออย่างไร

ลิเกฮูลู เป็นการละเล่นพื้นบ้านแถบจังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่ ได้รับความนิยมมากของชาวไทยมุสลิม มักจะใช้แสดงในงานมาแกปูโละ งานสุหนัด
งาน เมาลิด งานฮารีรายอแล้ว คำว่า "ลิเก" หรือ "ดิเกร์" เป็นศัพท์เปอร์เซีย
มี ความหมาย ๒ ประการ คือ
    ๑. เพลงสวดสรรเสริญพระเจ้า ซึ่งเรียกการสวดดังกล่าวนี้ว่า "ดิเกร์เมาลิด"
    ๒. กลอนเพลงโต้ตอบ นิยมเล่นกันเป็นกลุ่มคณะ เรียกว่า "ลิเกฮูลู"
บ้างก็ว่าได้รับแบบอย่าง มาจากคนพื้นเมืองเผ่าซาไก เรียกว่า มโนห์ราคนซาไก
บ้างก็ว่าเอาแบบอย่าง การเล่นลำตัดของไทยผสมเข้าไปด้วย

นี่คือความหมายที่มาจากฟากนัก วิชาการ
ทว่า ในความเชื่อของชาวบ้านอย่าง เจะปอ สะแม หัวหน้าคณะลิเกแหลมทราย
อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ที่โด่งดังมาจากภาพยนตร์โฆษณาชุด 'สำนึกรักบ้านเกิด'
กลับต่างออกไป โดยเจะปอให้ความหมายว่า

 "ฮูลู หมายถึง คนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ เช่น อยู่เชิงเขา อยู่ห่างทะเล นี่คือฮูลู
เพราะฉะนั้นลิเกฮูลูจึงเป็น การละเล่นของคนที่อยู่ห่างไกล แต่ในมาเลย์เรียกลิเกปารัต
ซึ่งปารัตแปล ว่า ทิศตะวันตก คือคนมาเลย์รับศิลปะนี้ไปจากปัตตานี
ที่อยู่ทางทิศตะวัน ตกของเขา
ที่มาเลย์เลยเรียกว่า ลิเกปารัต แต่รูปแบบไม่ต่างกันเลย"

หัว หน้าคณะคนเดิมเล่าว่า การแสดงลิเกฮูลู มีต้นเค้ามาจากการละเล่นของชาวบ้าน
ที่ เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานในแต่ละวัน และมีกิจกรรมร่วมกันคือการร้องเพลงในตอนเย็น
อุปกรณ์ให้จังหวะคือภาชนะ ที่หาได้ใกล้มือ จำพวก หม้อ กระทะ คนหนึ่งร้อง คนหนึ่งเคาะ
อีกหลายๆ คนช่วยกันประสานเสียง ต่อมาก็พัฒนาให้มีเครื่องดนตรี ที่ใช้กันทั่วไปคือ
แซ็ก ฆ้อง ขลุ่ย และรำมะนา

สำหรับรูปแบบการละเล่น จะคล้ายกับการแสดงลำตัดหรือเพลงฉ่อยในภาคกลาง
กล่าวคือ การตั้งวงของแต่ละคณะ จะมีสมาชิกที่เป็นลูกคู่ประมาณ 10 คนขึ้นไป
ผู้ ร้องเพลงและผู้ขับร้องมีประจำคณะอย่างน้อย 2-3 คน และถ้าผู้ชมคนใดสนใจอยากร่วมแสดง
หรือเสนอความคิดเห็น ก็สามารถขึ้นไปสมทบบนเวทีได้

ส่วนเครื่องแต่งกายจะนิยมใช้เสื้อผ้า สีสันสดใส เดิมมีผ้าโพกหัว สวมเสื้อคอกลม
และนุ่งโสร่งแบบมุสลิม
มี บางครั้งที่อาจจะเหน็บขวานมาแสดง ทั้งนี้เพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้
แต่ใน ปัจจุบันการแต่งกายเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม โดยมากจะแต่งกายเหมือนกันทั้งคณะ

เอกลักษณ์ ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการแสดงลิเกฮูลูก็คือ
การขับร้องพร้อมแสดง ท่วงท่าประกอบ

"ท่าร่ายรำจะบ่งบอกถึงธรรมชาติ และการห่วงหาอาทรต่อกัน เช่น การทำมือเป็นลูกคลื่น
ท่ากวักมือเพื่อชัก ชวนพี่น้องที่ไปอยู่ในมาเลเซียให้กลับมายังบ้านเกิด ท่าปลาแหวกว่าย
ท่า ชักอวน คือจะประกอบกับการตบมือเป็นจังหวะให้เกิดความสนุกสนาน"
หัวหน้า คณะลิเกแหลมทรายเล่า พร้อมอธิบายต่อว่า

เวลาทำการแสดงจะต้องเริ่ม ด้วยการโหมโรงดนตรีเพื่อปลุกเร้าหรือเรียกผู้ชม
เมื่อพร้อมแล้วก็ทำการ แสดง โดยว่าเพลงกลอนไปตามเนื้อหา
หากใครมีข้อโต้แย้งก็ให้แสดงความคิด เห็น เป็นการปะทะคารมกันคล้ายโต้วาที
ซึ่งความสนุกสนานจะแฝงอยู่ตรงนี้

"เนื้อหา ที่เอามาร้องโต้กันจะเกี่ยวกับวิถีชีวิต หรืออาชีพ เช่น ฝ่ายหนึ่งบอกว่าเก็บเกี่ยวปีนี้ได้ผลดี
เพราะมีน้ำใช้ตลอดปี อีกฝ่ายก็อาจจะร้องว่า ทำนาไม่ได้ เพราะที่นาอยู่ห่างไกล ไม่มีน้ำใช้
ราย ได้เลยไม่งอกเงย อะไรทำนองนั้น เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน" เจะปอ บอก

 

ดีเกฮูลูเป็นศิลปะการแสดงในสมัยก่อนคนเก่าคนแก่ กำเนิดของดีเกฮูลูเกิดขึ้นที่บ้านกายูบอเกาะ(บ้านจือนาแร) หมู่บ้านกายูบอเกาะ ปัจจุบันอยู่ที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
          ดีเกฮูลูมีการโหมโรงเครื่องรำมะนา (เรียกว่า ตาโบ๊ะ) และเพลงปันตง ดีเกฮูลูรวมเพลงอะไรก็ได้ที่ทำให้เกิดความสนุกสนาน จบเพลงแล้วมีกาโระ(การโต้ตอบ) เป็นเรื่อง ๆ จบด้วย วาบูแล คำว่า "วา" แปลว่า ว่าว "บูแล" แปลว่า วงเดือน รวมกันแล้วแปลว่า ว่าววงเดือน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของดีเกฮูลู คำว่า "ดีเก" คนไทยทั่ว ๆ ไปเรียกว่า ลิเก  คำวา "ฮูลู" แปลว่า ใต้ เพราะฉะนั้น ดีเกฮูลูจึงแปลว่า ลิเกของภาคใต้ ถ้าเพลงที่ร้องจบด้วยคำว่า "วาบูแล" เป็นอันว่าจบเพลง

          เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบในการเล่นดีเกฮูลู มีทั้งหมด 8 ชิ้น คือ

  ภาษาไทย ภาษามลายู จำนวน
1 รำมะนาใหญ่ บานอร์อีบู 1 ลูก
2 รำมะนาเล็ก บานอร์อาเนาะ 1 ลูก
3 ฆ้อง โฆ่ง 1 ใบ
4 ฉิ่ง อาเนาะอาแย 1 คู่
5 ฉาบ กายูตือโป๊ะ 1 คู่
6 โม่ง ม่อง 1 วง
7 ขลุ่ย ปูลิง 1 เลา
8 ลูกแซด เวาะลอมา 1 คู่

          ดีเกฮูลู ในสมัยก่อนเจ้าเมืองรามัน เจ้าเมืองปัตตานี เรียกว่า 7 หัวเมือง ใช้ดีเกฮูลูสำหรับทำพิธีในงานใหญ่ ๆ ส่วนในปัจจุบันใช้ในงานต่าง ๆ

                                      ข้อมูลโดย : นายยูโซ๊ะ อุมาร์ (ยูโซ๊ะ บ่อทอง ปัตตานี)

เชิญคลิคชมภาพวีดีโอตัวอย่างจากโฆษณาสำนึกรักบ้านเกิด

http://www.rakbankerd.com/live/sn7.html

"...บ้านใครใครก็รัก บ้านใครใครก็หวง เต่าเล ปะการัง กุ้งกั้ง เราก็ห่วง
โอะ โอ้ โอะ โอ กือเละมารี กลับมา มาช่วยเป็นหูเป็นตา ดูแลทะเลบ้านเรา..."

ข้อมูลจาก www.pattanitoday.com
www.rakbankerd.com
www.moradokthai.com
และ ภาพประกอบจาก www.tourthai.com

และ http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=2057.msg46860#msg46860