105.แม่กำปอง...รู้จักแล้วจะหลงรักเธอ (ตอน 2)


เล่าเรื่องการเดินทางสู่แม่กำปองไปแล้วในบันทึกที่ 1
คราวนี้จะเล่าถึงกิจกรรมและประสบการณ์ที่ได้รับจากแม่กำปอง
 
ทีมของเราพักที่แม่กำปองแบบโฮมสเตย์ 2 วัน 2 คืน
เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม และธรรมชาติของแม่กำปอง
รวมถึงการจัดการหมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวของชุมชนที่นี่
ต้องขอบคุณพ่อหลวงพรมมินทร์ ที่เป็นวิทยากรให้ตลอดทั้ง 2 วัน
รวมถึงลุง ป้า น้า อา และคนอื่นๆ ที่ร่วมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง
 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเราก็ลุกขึ้นแต่เช้าเพื่อไปตักบาตรทำบุญที่วัดแม่กำปอง
หรือวัดคันธาพฤกษา วัดเก่าแก่และเป็นวัดเดียวประจำชุมชน
เอาภาพและเรื่องราวการทำบุญของเรามาฝากค่ะ

 

ภาพนี้เป็นวิหารไม้หลังเก่า ที่งดงามและสอดคล้องกับธรรมชาติที่นี่
วิหารนี้ไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ชุมชนเก็บรักษาไว้เป็นสัญลักษณ์ของชุมชน

 

ภาพนี้เป็นวิหารหลังใหม่ ที่ใช้สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ทางศาสนา
ลักษณะของวิหารเป็นการก่ออิฐถือปูน จึงดูไม่อ่อนช้อยเหมือนหลังเก่า

 

สำหรับภาพนี้เป็นอุโบสถที่ตั้งอยู่หน้าน้ำตก ที่ไหลผ่านวัด อยู่ด้านล่าง
หลังอุโบสถจะมีกุฎิสำหรับพระสงฆ์ บรรยากาศสงบ สวยงาม และเยือกเย็น
เพราะตั้งอยู่ชิดน้ำตกแม่กำปองที่สวยงามและมีน้ำหลากตลอดปี

 

ทีมของเรากำลังทะยอยมาวัดเพื่อร่วมกันตักบาตรทำบุญแต่เช้า
โดยแม่แต่ละบ้านที่เราพัก จะตระเตรียมอาหารสำหรับใส่บาตรไว้ให้เราอย่างพร้อม
ทั้งอาหารคาว หวาน และดอกไม้ที่เก็บมาจากริมรั้ว
ความธรรมดาที่ง่ายงาม น่ารัก ซึ่งหาไม่ได้กับชีวิตในเมือง

 

ภาพนี้เป็นของทำบุญของบ้านเราที่เตรียมไปวัด พร้อมน้ำสำหรับกรวดน้ำ
ในพานดอกไม้ จะมีทั้งธูป และข้าวตอก สำหรับไปใส่บาตรตามประเพณีที่นี่

 

การใส่บาตรของที่นี่ เราจะนำเอาอาหาร และดอกไม้ใส่ลงในพานและบาตร
ที่มัคทายกวัด จัดเตรียมวางไว้หน้าพระพุทธรูป
เมื่อเรียบร้อยแล้ว พระสงฆ์จึงลงมารับบาตร พร้อมสวดให้พรและกรวดน้ำ
โดยเรามีมัคทายกเป็นผู้นำบทสวดและกล่าวอาราธนาต่างๆ ให้เรียบร้อย...ขอบคุณค่ะ

 

เก็บบรรยากาศรอบๆ วัดมาฝาก พื้นที่ของวัดใช้ประโยชน์สาธารณะหลายอย่าง
ทั้งกิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรม รับแขก และประชุมชาวบ้าน

 

เห็นภาพรถรุ่นเก่า ที่จอดข้างวิหาร ดูเข้ากันอย่างเหมาะเจาะ ลงตัว

 

ในภาพนี้ ชาวบ้านเรียกว่า "ตูบยา" เป็นหม้อต้มยาสมุนไพร ที่พระท่านต้มไว้
เพื่อบริการให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ตักดื่มได้ตามอัธยาศัย
โดยแก้วที่ใส่คือกระบอกไม้ไผ่ ดูเข้ากับบรรยากาศ และรสชาติของน้ำสมุนไพรดี

 

ปิดท้ายเรื่องราวของวัดแม่กำปอง ด้วยภาพหลังคาวิหารเก่าอีกครั้ง
ด้วยความประทับใจ ไม่รู้ลืม เพราะไม่เคยเห็นที่ใดสวยจับใจได้เท่านี้
 
ถัดไปชวนชมกิจกรรมอื่นๆ ในหมู่บ้านต่อค่ะ
 

บรรยากาศยามเช้าของบ้านแม่กำปอง ที่คละคลุ้งด้วยควันไฟยามเช้า
บ่งบอกว่าชีวิตยามเช้าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพราะชาวบ้านที่นี่ยังใช้ฟืนก่อเตาไฟอยู่
แต่หลายๆ เช้า ควันไฟ ก็กลมกลืนกับหมอกยามเช้าที่ปกคลุมหมู่บ้าน
แยกกันไม่ออกเลย

 

ภาพกองฟืนที่มีอยู่ตามบ้านแต่ละหลัง เพื่อเก็บจากป่าเพื่อไว้หุงข้าวต้มแกง
รวมถึงต้มใบเมี่ยงด้วย

 

อีกหนึ่งภาพยามเช้าที่สวยงามด้วยไม้ดอกที่ประดับอยู่ทั่วไปในบ้านแม่กำปอง
จนต้องขออีกหนึ่งบันทึกต่างหาก สำหรับดอกไม้จากแม่กำปอง (บันทึกที่ 3)

 

แม่เฒ่า วัย 80 ปีปลาย (แม่เฒ่าบอก) ออกมาเด็ดยอดผักที่ริมรั้วยามเช้า
แม่เฒ่าบอกว่าจะเอาไปผัดไข่กินเป็นอาหารเช้า
คนกรุงเทพฯ อิจฉากันถ้วนหน้า เพราะรั้วของเรากินไม่ได้ค่ะ

 

ผ่านบ้านแม่อำพร  ทีมของเราอีกชุดเริ่มกินข้าวเช้าก่อนออกไปลุย
แม่อำพรทำน้ำพริกอร่อยให้กินทุกมื้อ ทำให้ไม่มีใครยอมลุกออกจากโตกข้าวได้ง่ายๆ
 
วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวแม่กำปอง คือ การเก็บและทำเมี่ยง
การมาเยือนครั้งนี้ของเราจึงดั้นด้นเข้าป่าเพื่อตามไปดูชาวบ้านเก็บเมี่ยง
แม้วันนั้นฝนจะตกหนัก แต่ในที่สุดเราก็ไปถึงจุดที่ชาวบ้านเก็บเมี่ยงท่ามกลางฝน
ซึ่งอยู่ในป่าลึก กว่าเราจะเดินมาถึงก็เหนื่อยเอาการ ใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง
แต่ชาวบ้านขึ้นมาเก็บเมี่ยงกันเป็นประจำ เดินกันจนเคยชิน

 

เมี่ยง เป็นพืชตระกูลเดียวกับใบชานั่นล่ะ
หากเก็บตอนเป็นยอดและใบอ่อน ก็จะนำไปอบเพื่อทำใบชา สำหรับต้มน้ำดื่ม
แต่ชาวบ้านที่นี่จะเก็บตอนเป็นใบโตแล้ว ซึ่งมี 2 ประเภท
ถ้าเป็นใบยังไม่แก่ จะเก็บเพื่อนำไปต้มและหมักทำเป็น เมี่ยง
ถ้าเป็นใบแก่ จะเก็บเพื่อนำไปตากแดดให้แห้งและยัดใส่หมอนใบชาหรือหมอนใบเมี่ยง
เป็นหมอนเพื่อสุขภาพ ทำให้นอนหลับ และช่วยดูดซับกลิ่นและความชื้น
 
เมี่ยงที่เก็บแล้วจะนำเอาไปต้มที่หมู่บ้าน

 

ภาพนี้เป็นหม้อต้มเมี่ยงแบบดั้งเดิม ที่มีขนาดใหญ่
เพราะในอดีตคนเก็บเมี่ยงเยอะ และต้องต้มทีละมากๆ

 

ส่วนภาพนี้เป็นหม้อต้มเมี่ยงที่นิยมในปัจจุบัน ขนาดเล็กลง
เพราะคนเก็บเมี่ยงน้อยลง จำนวนต้มจึงน้อยลง
 

เมี่ยงที่ต้มแล้ว จะถูกนำไปหมักในบ่อหมักเมี่ยงที่เรียงรายอยู่รอบๆ บ้าน
สมัยก่อน เมี่ยงถือเป็นพืชเศรษฐกิจของหมู่บ้านแถบนี้
หากใครมีบ่อหมักเมี่ยงเยอะก็ถือว่ารวย เพราะหากต้องการเงินเมื่อใดก็เอาเมี่ยงไปขาย
หากไม่ต้องการใช้เงินก็หมักทิ้งไว้ก่อนได้

 

ภาพของเมี่ยงที่หมักไว้ในบ่อ
เมี่ยงที่หมักแล้วจะนำออกขายเมื่อผ่านไปได้ตั้งแต่ 2-3 เดือนขึ้นไป
หากอายุหมักไม่นาน ก็ยังมีความเหนียวอยู่ จะนำไปใช้ทำอาหารหรือของเคี้ยวเล่นได้
ทั้งที่เป็นเคี้ยวเปล่าๆ หรือสอดใส้ต่างๆ เข้าไป
แต่ถ้าหมักนาน ใบเมี่ยงก็จะเปื่อย เหมาะกับการนำไปต้ม แกง หรือปรุงอาหารอื่นๆ
 
สังคมสมัยใหม่ คนกินเมี่ยงน้อยลง เด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ค่อยกินเมี่ยงแล้ว
เมี่ยงจึงลดความนิยมลง คนเก็บเมี่ยงก็น้อยลง เพราะเด็กๆ ไม่สืบทอดอาชีพแล้ว
เมี่ยงจึงลดบทบาทการเป็นพืชเศรษฐกิจลงไปเยอะ
บางครั้งต้นเมี่ยงก็ถูกทิ้งไว้ในป่าจนต้นโตกลายเป็นไม้ใหญ่ ทำให้ป่าทึบขึ้น

 

ไม้เศรษฐกิจที่เข้ามาแทน เมี่ยง ก็คือ กาแฟ พันธุ์อราบิกา
ที่โครงการหลวงนำมาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูก และแม่กำปองเป็นหนึ่งในพื้นที่
ปลูกกาแฟอราบิกาในโครงการหลวงตีนตก

 

ภาพต้นกาแฟที่ขึ้นอยู่ในป่าติดชุมชน ที่ชาวบ้านเก็บผลผลิตเพื่อขายให้โครงการหลวง
 

 ช่วงที่เราเดินป่า ยังเห็นการปลูกต้นกาแฟเพิ่มขึ้นอีกในพื้นที่ป่า
โดยไม่ต้องตัดไม้ แต่ปลูกแซมไปกับพื้นที่ว่างๆ ในป่า และชาวบ้านสามารถบอกได้ว่า
พื้นที่ตรงไหน หรือต้นกาแฟต้นไหนเป็นของใคร ได้อย่างไม่ต้องติดป้ายชื่อเลย

 

นี่เป็นผลผลิตหนึ่งจากกาแฟที่ปลูกที่นี่ และใช้ชื่อหมู่บ้านเป็นตราสินค้า
มีทั้งแบบเม็ด และแบบบดเป็นผง

 

ร้านกาแฟแม่กำปอง เป็นร้านค้าของพ่อหลวง ที่ชงกาแฟกำปองได้อย่างอร่อย
ราคาย่อมเยาว์ และได้รสชาติกาแฟแท้ ขม กลมกล่ม ได้ใจ
กาแฟที่นี่ไม่มีรสเปรี้ยวเจือเลยสักนิด กินแล้วตาสว่างเลย
ความรู้ที่ได้รับคือ กาแฟที่ปลูกในพื้นที่สูงจากน้ำทะเลมากกว่า 700 เมตร
จะให้รสชาติที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และที่แม่กำปองสูงกว่า 1000 เมตร ยิ่งอร่อยใหญ่เลย
 
และภาพด้านล่าง เป็นอืกหนึ่งร้านกาแฟในแม่กำปอง
แต่แยกตัวออกมาจากกลุ่มบ้านของชาวบ้าน อยู่ระหว่างทางถนนที่อ้อมหมู่บ้าน
ผ่านไปอุทยานแจ้ซ้อน ลำปาง  
ชื่อร้านชมนก ชมไม้ บรรยากาศดี วิวสวย และเป็นโฮมสเตย์ด้วย
แต่เป็นกิจการของคนข้างนอกที่เข้ามาซื้อที่และปลูกบ้านที่นี่ และจ้างคนดูแล
ราคาที่พักแพงกว่าของชาวบ้านและของพ่อหลวงเล็กน้อย รวมถึงค่ากาแฟด้วย
เก็บวิวของร้านชมนก ชมไม้มาฝากค่ะ

 

 

 

อีกกิจกรรมหนึ่งที่เราจะพบเห็นได้ในแม่กำปอง คือ Adventrue หรือ Flighting
 

เป็นการลงทุนของชาวต่างชาติ ที่เข้ามาเช่าสถานที่เอกชนท้ายหมู่บ้านเพื่อทำ
กิจกรรมท่องเที่ยวแบบท้าทาย โหนสลิงค์ ผ่านหุบเขาและต้นไม้
โดยให้ผลตอบแทนกับหมู่บ้านประมาณหลักแสนบาทต่อปี
และนำนักท่องเที่ยวผ่านเข้ามาท่องเที่ยว และกินอาหาร ในหมู่บ้าน
ทำให้แม่กำปองในปัจจุบันมีฝรั่งเดินไปมามากขึ้นกว่าเมื่อ 3-4 ปีก่อนที่เคยมาเยือน
 

ชาวบ้านบางส่วนก็จะมีงานทำจากกิจกรรมนี้ โดยเป็นผู้ช่วยทีมงานที่นำนักท่องเที่ยว
มาจากในเมืองเชียงใหม่ และเตรียมตัวเพื่อไปห้อยโหน
และบางส่วนก็ได้ประโยชน์จากการขายของ ขายอาหาร และบริการนวด
ให้กับนักท่องเที่ยวแบบผจญภัย ซึ่งส่วนใหญ่มาผจญภัยเสร็จ ก็จะกลับออกไป
พร้อมกับทัวร์ที่นำมาลง มักจะไม่ค้างคืนในหมู่บ้าน แต่จะกลับไปค้างในเมืองเชียงใหม่
 

แต่แม่กำปองก็จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช่นักผจญภัย
เป็นกลุ่มนิยมธรรมชาติ จะติดต่อเข้ามาเพื่อพักแบบโฮมสเตย์ตามบ้านชาวบ้าน
เช่นเดียวกับกลุ่มเรา ซึ่งกลุ่มชาวต่างชาติรักธรรมชาติกลุ่มนี้จะเป็นแขกประจำ
และเป็นกลุ่มสร้างรายได้หลักให้กับแม่กำปองในฐานะหมู่บ้านโฮมสเตย์
 
การเข้ามาของกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบผจญภัย ทำให้ฉันหวั่นใจลึกๆ
ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับแม่กำปอง ว่า
แม่กำปอง จะรักษาความเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวแบบธรรมชาติและวัฒนธรรมเดิม
ได้นานเพียงใด
 
อ้อ! ขอแสดงความดีใจกับชาวแม่กำปองและพ่อหลวง ที่กำลังจะไปรับรางวัล
หมู่บ้านโฮมสเตย์ด้านวัฒนธรรม ระดับโลกเชียวในเดือนกันยายน ที่จะถึงนี้
 
คราวหน้าเอาดอกไม้สวยๆ จากแม่กำปองมาฝากจ้า
pis.ratana บันทึก
สิงหาคม 2553
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 387266เขียนเมื่อ 22 สิงหาคม 2010 20:59 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:25 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (7)

สวัสดีครับ..

เขาเรียกว่า "มนต์เมืองเหนือ" เห็นภาพแล้วประทับใจครับ..

ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะ คุณเลิศฤทธิ์

หลงใหลมนต์เมืองเหนือ อย่างที่ว่างจริงๆ ค่ะ

แค่เห็นภาพยัง น่าดึงดูดใจ จนอยากจะไปสัมผัสสถานที่จริงเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ ฝันดีนะคะ ไว้จะไปชมบันทึกในตอนต่อๆ ไปอีกค่ะ

สวัสดีค่ะ

 

งดงามทั้งเรื่องราวและภาพ... ชอบต่างแต่บันทึกก่อนแล้ว

บันทึกนี้ได้ตึกย้ำตามงดงามของธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชุมชนด้วย

ขอบคุณมากๆ ค่ะ

ระลึกถึงเสมอค่ะ

 

 

สวัสดีค่ะ

มาส่งยิ้มไว้ให้เจ้าของบ้านด้วยความระลึกถึง

ขอให้มีความสุข และสนุกกับการทำงานนะคะ

คิดถึงเสมอค่ะ

 

 

สวัสดีค่ะ คุณปู

เห็นว่าเดินทางไกล เป็นอย่างไรบ้าง

ขอบคุณค่ะที่แวะมาทักทาย หวังว่าบันทึกของแม่กำปองจะทำให้หายเหนื่อยได้บ้าง

แล้วจะเอาดอกไม้มาฝากค่ะ

สวัสดีค่ะ ครูใจดีทั้งสองรอบ

แวะมาส่งกำลังใจตั้งสองรอบ...วันนี้เลยอิ่มใจทั้งวันเลยค่ะ

คราวหน้าจะพาครูใจดี ไปชมดอกไม้ที่บ้านแม่กำปองนะคะ

ฝันดีค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี