กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลบึงสามพัน นำมาซึ่งความปิติสุขอย่างยิ่ง ระยะทางแห่งการเดินทางไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้าเหนื่อยล้าแต่อย่างใด หากแต่ยิ่งเกิดเป็นพลังใจพอกพูนขึ้นต่อความงดงามที่ปรากฏขึ้นใน "คนหน้างาน"

ความงาม...ของคนบึงสามพัน

คือ ประตูใจที่เปิดออกและพร้อมตอบรับสิ่งใหม่ๆ แม้ว่าเริ่มต้นอาจจะมีความหวาดกลัวเจือปน บางคนถึงขั้นอาจปฏิเสธและปิดกั้นตัวเองด้วยเหตุผลและข้ออ้างอันสวยหรู...แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่เปรียบเสมือนหน่วยกล้าตายของหน่วยงาน/องค์กร ที่พร้อมจะก้าวย่างสู่หนทางแห่งการเรียนรู้

R2R คือ...อะไร

ก็ยังคงเป็นความสงสัย และถือว่าเป็นความแปลกใหม่ของคนหน้างานอยู่ ถึงแม้ว่าทางสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขจะก้าวเดินล้ำไปสามปีก่อนหน้านี้แล้ว แต่ที่นี่ยังถือว่าเป็นก้าวย่างแห่งการเริ่มต้นเรียนรู้...

หากจะว่าไปแล้ว สำหรับข้าพเจ้ามองเพียงแค่ว่า เมล็ดพันธุ์ในเรื่องนี้ต่างมีอยู่แล้วในหัวใจของคนหน้างาน รอเพียงวันเวลาที่ผ่านการบ่มเพาะให้แตกหน่อออกมาเพื่อยืนต้น และออกดอกออกผลเท่านั้น ดังนั้นไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ความพร้อมต่อการเรียนรู้ก็พร้อมจะปรากฏขึ้นได้เสมอ...

สำหรับคำตอบของคำว่า "R2R" ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นผู้มาบอก หากแต่เป็นเพียงผู้มาสนับสนุนให้คนหน้างานที่นี่ค้นหาอย่างใคร่ครวญว่า แท้ที่จริงแล้ว R2R คืออะไรกันแน่...

ถือว่าได้ผลดีทีเดียวสำหรับกระบวนการเรียนรู้ที่เอื้อให้เกิดขึ้น

ข้าพเจ้าเริ่มต้นด้วย...การให้ดูวีดีทัศน์เรื่อง "จากวันนั้นสู่วันนี้"... แล้วก็ลองให้ทุกคนช่วยวิเคราะห์ว่า

"จุดเริ่มต้นของการทำ R2R นั้นคืออะไร...ทำไปแล้วผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างไร และคุณค่าที่มีปรากฏนั้นเป็นเช่นไร"...

สิ่งที่เราได้จากการร่วมกันคิดวิเคราะห์...

กลุ่มแรกมีความว่า

  • จุดเริ่มต้นของการทำ R2R เกิดมาจากความเห็นอกเห็นใจในผู้ป่วย
  • มีปัญหาเกิดขึ้นกับคนไข้ : ลดความเจ็บปวดในขณะทำการพยาบาล
  • ความสงสัยของเจ้าหน้าที่ที่เกิดจากการปฏิบัติงาน

ผลลัพธ์ที่ได้เกิดแนวคิดในการแก้ไขปัญหา เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ นำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและผู้ป่วยได้รับความสะดวกสบาย : ลดความเจ็บปวด

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นนั้นได้เกิดการเผยแพร่ไปยังกลุ่มอื่น หน่วยงานอื่น และเกิดเป็นกระบวนการคิดต่อยอด

คุณค่าที่มีนั้นทำให้เจ้าหน้าที่มีความกระตือรือร้น ที่จะพัฒนางาน พัฒนาตนเอง เกิดเป็นความสุขในการทำงาน สนุกกับการทำงาน

จากที่ได้สังเกตกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนั้น คนหน้างานแต่ละคนต่างคิดและมองหามุมมองเปรียบเทียบกัน...ว่าเอ๊ะ สิ่งนี้น่าจะคล้ายกับอะไร ดั่งเช่นกลุ่มที่สองที่ช่วยกันวิเคราะห์ได้ความว่า

R2R เริ่มมาจาก ปัญหาหน้างานที่ทำ และการแก้ไขปัญหาให้เป็นระบบ การสังเกตงานที่ทำ งานที่ดีอยู่แล้วมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ที่มีคุณค่าและประโยชน์ที่เกิดขึ้นคือ...

  • ผู้รับบริการมีความสุขกายและใจ
  • ผู้ให้บริการมีความสุข
  • มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกระบวนการทำงาน
  • เกิดการพัฒนาตนเอง องค์กรอย่างต่อเนื่อง

และในกลุ่มสาวสวย (เป็นคำแซว) ที่เดินไปทีไรมีแต่ความสดใสเบิกบาน ได้เขียนเป็นภาพ Mental Model ที่สะท้อนการคิดวิเคราะห์ (เสียดายว่าไม่ได้ถ่ายภาพไว้) ได้นำเสนอว่า...

จุดเริ่มต้นของ R2R เกิดมาจากเมื่อพบปัญหาจากการทำงานประจำ จากการที่พยาบาลหรือผู้ปฏิบัติงาน เข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ป่วย เช่น ความเจ็บปวด (กาย จิต สังคม และจิตวิญญาณ) ไม่สุขสบาย ==> เป็นปัญหา ==> ทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาเหล่านั้นได้  อาจมาจากการหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เช่น งานวิจัยอื่นๆ หนังสือ อินเตอร์เนต ซึ่งเมื่อทราบสาเหตุของปัญหาแล้วก็ร่วมกันคิดค้น แนวทาง หาวิธีการ ==> ทดลองปฏิบัติเก็บข้อมูล ผลลัพธ์จากการปฏิบัติ ว่ามีข้อดีหรือข้อเสียหรือไม่ ==> ปรับปรุงในจุดที่ยังเป็นปัญหา แล้วนำไปประยุกต์ใช้ บันทึกข้อมูล เผยแพร่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างหน่วยงาน

ซึ่งผลลัพธ์และประโยชน์ที่เกิดขึ้น...

  • เกิดการพัฒนางานในหน่วยงาน
  • ผู้ป่วยได้รับประโยชน์จากงานที่พัฒนา
  • เกิดการให้บริการที่มีคุณภาพ ผู้ป่วยและญาติเกิดความพึงพอใจ
  • เกิดความร่วมมือ ร่วมใจกัน ทำงานเป็นเครือข่าย และสหวิชาชีพ
  • ช่วยลดช่องว่างทั้งในบุคคลในหน่วยงาน และบุคลากรกับผู้ป่วย
  • เกิดผลงานที่สามารถนำไปต่อยอดไปปรับใช้ได้กับบุคคลหรือหน่วยงานอื่นๆ ได้
  • เกิดความภูมิใจในวิชาชีพ มีกำลังใจในการปฏิบัติงานและพัฒนางานต่อไปได้
  • เกิดการพัฒนาความคิดของบุคลากรทางการแพทย์
  • เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของบุคลากรในหน่วยงาน บางครั้งอาจไม่มีในตำรา
  • เกิดความเข้าใจในความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น
  • สามารถที่จะนำงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดทำเป็นงานประจำได้

และในกลุ่มสุดท้าย...ได้มองถึงความเข้าใจใน R2R ในทัศนะที่ว่า

R2R เริ่มต้นจากกระบวนการพยาบาลที่ไม่สะดวก สงสัย ไม่สบายใจ ความเจ็บปวด ความทุกข์ของผู้ป่วย

นำไปสู่

  • เกิดกระบวนการทำงานเป็นทีม
  • เกิดแนวทางการเรียนรู้การทำงานแบบใหม่ (นวัตกรรมใหม่)
  • คนทำงานและผู้ป่วยมีความสุข
  • คนทำงานเกิดความภาคภูมิใจ
  • มีความกระตือรือร้นอยากพัฒนางานไปอย่างไม่หยุดยั้ง
  • เกิดเครือข่ายการเรียนรู้
  • เปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
  • มีการเผยแพร่ผลงานออกไปในวงกว้าง
  • เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย
  • เกิดความสนุกกับการทำงาน ไม่เครียด ไม่น่าเบื่อ
  • เกิดการพัฒนางานที่ทำอยู่

โดยสรุปแล้ว R2R เป็นกระบวนการพัฒนางานประจำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ป่วย เกิดความสุข ผู้ปฏิบัติงานเกิดความภาคภูมิใจ

การจัดกระบวนการเรียนรู้เช่นนี้...ทำให้ข้าพเจ้าค่อนข้างทำกระบวนการส่งเสริมและสนับสนุนที่นำไปสู่การพัฒนาหัวข้อการวิจัยได้ง่าย ... เพราะเป็นการทำความเข้าใจด้วยตัวผู้เรียนเองที่ไม่ใช่เป็นการบอกความรู้ หากแต่กระตุ้นให้เกิดเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจด้วยตนเอง...