หลังการอาบน้ำหลายคนชักชวนกันลงไปเที่ยวที่คาสิโนใกล้ ๆ เพื่อศึกษาข้อมูล และเป็นการเสี่ยงโชคเพราะไหน ๆ ก็มาแล้วควรศึกษาให้ครบทุกอย่าง ส่วนผมขอบายครับ

เยือนถิ่น “อินสบรูค”-2

โสภณ  เปียสนิท 

...............................................

 

           หลังการอาบน้ำหลายคนชักชวนกันลงไปเที่ยวที่คาสิโนใกล้ ๆ เพื่อศึกษาข้อมูล และเป็นการเสี่ยงโชคเพราะไหน ๆ ก็มาแล้วควรศึกษาให้ครบทุกอย่าง ส่วนผมขอบายครับ เพราะรู้สึกง่วง และอยากพักผ่อนมากกว่า อีกอย่างการเล่นการพนันไม่เคยทำให้ผมมีความสุขมาก่อนเลย

           หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จต่างเร่งรีบเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทาง ผมเตรียมกระเป๋าสะพายใส่เครื่องเขียน เสื้อกันหนาว กล้องถ่ายรูป พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยวความรู้ประสบการณ์ทั้งในรูปแบบและเป็นภาพ มีบางคนแนะนำว่าครั้งหน้าควรจะบันทึกด้วยวีดีโอ แวบแรกของความรู้สึกผมเห็นดีด้วย แต่เมื่อไตร่ตรองอย่างพินิจพิจารณา คิดได้ว่า การบันทึกเรื่องราวด้วยการจดลงสมุดบันทึกจะได้อารมณ์และความรู้สึกนุ่มนวลแนบเนียนตามจินตนาการอันงดงามมากกว่า

             เดินออกมารอขบวนเพื่อนร่วมทางด้านนอกโรงแรมฮิลทัน ผมตื่นเต้นกับบรรยากาศยามเช้าอันสวยงาม เมื่องอินสบรูคด้านหน้าโรงแรมเหมือนอยู่กลางหุบเขา มองด้านหลังแสงแดดยามสองโมงเช้าส่องกระทบภูเขาสูงสวยงาม ด้านหน้าทิศตะวันออก มองเห็นแสงแดดจับยอดเหลี่ยมเขาสวยงามไม่แพ้ด้านทิศตะวันตก

           เราถ่ายรูปแถวลานกว้างหน้าโรงแรมนี้หลายครั้งหลายหนด้วยความประทับใจ เมื่อพร้อมกันแล้วจึงเริ่มเคลื่อนขบวนสู่เป้าหมาย วิหาร (บ้าน) หลังคาทองคำที่พระเจ้าแม็กซิมิเลี่ยนที่ 1 สร้างไว้บรรจุพระศพหญิงอันเป็นที่รัก น่าชื่นชมที่ชาวเมืองช่วยกันรักษาสภาพความเก่าแก่ไว้อย่างตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคาร ถนนหนทาง และจุดเน้นที่ต้องรักษาไว้คือ “วิหารหลังคาทองคำ” ซึ่งมีรูปทรงเหมือนหลังคากันสาดบ้านในเมืองเราทั่ว ๆ ไป ขนาดกว้างยาวไม่เกินสองตารางวาเท่านั้น

          มัคคุเทศก์พาเราสู่พิพิธภัณฑ์รูปปั้นเก่าแก่ “ฮ็อฟเคียส” ซึ่งเป็นที่บรรจุรูปปั้นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของประเทศนี้หลายคน แต่ดูเหมือนว่าโชคไม่อำนวยประตูยังไม่เปิด จะเข้าเยี่ยมชมได้ต้องรออีก 30 นาที เป็นอันว่าต้องปล่อยให้ลูกทัวร์เดินเยี่ยมชมตามอัธยาศัย โดยนัดหมายกันว่าจะกลับมาพบกันตรงหน้าวิหารหลังคาทองคำเวลา 9.15 น.

          หลายคนชอบใจที่ประตูพิพิธภัณฑ์ปิด เพราะจะมีเวลาเลือกซื้อของที่ระลึกมากขึ้น ผมเดินตามกลุ่มไปสู่ชวาร็อฟสกี้ ร้านขายคริสทัลเครื่องแก้วมีชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทย ลูกค้ารายใหญ่ ใหญ่ขนาดที่ทางร้านต้องเตรียมผู้ขายคนไทยหลายคนไว้คอยต้อนรับ

          ผมตั้งใจไว้แล้วว่าอย่างไรก็จะไม่ซื้อของประเภทหินสวยงามชนิดนี้เด็ดขาด เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนก็หาประโยชน์ของหินชนิดนี้ไม่เจอ อาจเหมาะสำหรับคนรวยมีเงินเหลือมากพอ สำหรับผมแล้วคงเหมือน “ลิงได้แก้ว” แค่นั้น แต่ตั้งใจจะดูให้ทั่วร้านเพื่อศึกษาหาความรู้ให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านการตกแต่งร้าน คนขาย การต้อนรับ เป็นต้น

         ตลอดย่านที่เดินผ่านเป็นอาคารเก่าโบราณ พื้นถนนเป็นหินเก่า หอนาฬิกาสูงตระหง่านหน้าวิหารยืนเด่นเป็นสง่าน่าชม จากวิหารหลังคาทองคำถึงร้านชวาร็อฟกี้ระยะทางราวสองร้อยเมตรเป็นร้านค้าทั้งหมด หลายคนซื้อเสื้อผ้า หลายคนซื้อของกระจุกกระจิก ผมเองซื้อภาพสถานที่ท่องเที่ยวของเมือง เพื่อเตือนความทรงจำ

          ร้านชวาร็อฟสกี้ซุกแทรกอยู่ในหมู่ร้านค้าอื่น ๆ แต่โดดเด่นที่การตกแต่งร้านสะดุดตา ตู้โชว์กระจกใสไฟส่องสว่างกระทบหินคริสทัลแวบวับจับตา เด่นที่สุดน่าจะเป็นคริสทัลรูปร่างอีกัวน่าขนาดฟุตเศษ รวมราคาแล้วราวสองแสนบาทเองครับ

          แม่ค้าคนไทยแต่งกายชุดสูทสวยงามยืนยิ้มต้อนรับเชิญชวนพวกเราให้เทกระเป๋าไว้ที่นี่ ต่างแยกย้ายกันชมทั้งสองชั้นด้วยความสนใจ ผมเดินชมเครื่องแก้วเกือบทุกชิ้นด้วยความชื่นชม ก่อนออกจากร้านต่างเตรียมความพร้อมด้วยการเข้าห้องน้ำชั้นใต้ดิน สะดุดตามากครับ ที่โถปัสสวะมีแมลงวัน (เหมือนมีชีวิต) เกาะนิ่งอยู่ตัวหนึ่ง คงเตรียมไว้สำหรับให้ผู้ใช้บริการทดสอบความแม่น เห็นแล้วนึกถึงโถปัสสาวะของไทยบางแห่งที่เขียนไว้ว่า “ขยับเข้าใกล้อีกนิดอย่าคิดว่าแม่น”