วิกฤติน้ำกับการแก้ปัญหาของชาวอุบล

น้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่านับอนันต์ ไม่ว่าจะเป็นการอุปโภค บริโภค การผลิตกระแสไฟ การเกษตร และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันใช้อย่างประหยัด และรักษาให้น้ำมีคุณภาพอยู่เสมอ และจากวิกฤติที่เกิดขึ้นสำหรับจังหวัดอุบลราชธานี สามารถสรุปได้ดังนี้

  1. ปัญหาน้ำน้อย กล่าวคือในบางพื้นที่ไม่มีน้ำใช้ในการอุปโภค บริโภค ในช่วงฤดูแล้ง ตลอดทั้งน้ำที่ใช้ในการเกษตรไม่เพียงพอสำหรับการปลูกพืช
  2. ปัญหาน้ำมาก เนื่องจากจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในที่ลุ่ม และรองรับแม่น้ำสายสำคัญ เช่นแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญของอีสาน อีกทั้งแม่น้ำสาขาอีกมากมาย ประกอบกับ ทางน้ำที่เคยไหลเกิดภาวะตื้นเขิน ทางน้ำถูกปิดกั้นจึงทำให้น้ำไหลได้ไม่สะดวก พอถึงฤดูฝนจึงทำให้เกิดน้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะอำเภอวารินชำราบ และอำเภอเมืองอุบลราชธานี ซึ่งท่วมเกือบทุกปีเพียงแต่จะมาก ท่วมน้อย  และระยะเวลายาวเพียงใด
  3. ปัญหาน้ำเสีย เนื่องจากมีโรงงานอุสาหกรรมหลายโรงงานที่ปล่อยน้ำเสียลงสู่แม่น้ำลำคลอง ตลอดทั้งน้ำเสียที่ปล่อยจากเขตเมืองลงสู่แม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำชี แม่น้ำมูล ตลอดทั้งแม่น้ำสาขาต่างๆ จึงทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ ซึ่งไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้เท่าที่ควร

           ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องช่วยกันแก้ไขวิกฤติดังกล่าวโดยที่นักวิชาการที่เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ วิศวกร ผู้นำชุมชน เกษตรกร ตลอดทั้งผู้ใช้น้ำ ที่จะต้องมีตัวแทนมาปรึกษาหารือกัน โดยให้ทางจังหวัดซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดอาจจะมอบหมายให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นแม่งานในการที่จะประสานความร่วมมือในการแก้ไขวิกฤติร่วมกันเพื่อกำหนดเป็นแผนกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาตลอดทั้งเสนอเป็นแผนงานให้กับรัฐบาลต่อไป

หากพี่น้องเราชาวอุบลราชธานีไม่ช่วยกันแก้ปัญหาของชาวอุบลเองแล้วใครเล่าจะมาแก้ไขปัญหาให้เราล่ะครับ.