บทความภาวะผู้นำ3

การพัฒนาบุคลากร

การพัฒนาบุคลากร

ภาวะผู้นํากับประสิทธิผลขององค์การ : ศึกษากรณีสหกรณ์การเกษตรในประเทศไทย

Leadership and Organizational Effectiveness Among Thai Agriculture Cooperative Organization

2534

ศิริน้อย นิภานันท์

 

บทคัดย่อ

 

การศึกษาเรื่อง “ภาวะผู้นํากับประสิทธิผลขององค์การ : ศึกษากรณีสหกรณ์การเกษตรใน ประเทศไทย ” มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาแบบภาวะผู้นํากับสถานการณ์ที่เอื้อต่อผู้นําและปัจจัย อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิผลขององค์การ โดยการนําคอนทินเจ็นซี่โมเดลของ Fiedler มาใช้ ศึกษา ภาวะผู้นํา และสถานการณ์ของกลุ่มหรือองค์การในปริบทของสังคมไทย กลุ่มตัวอย่างที่ ใช้ในการศึกษาเป็นผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรในกลุ่มหรือองค์การในปริบทของสังคมไทย กลุ่ม ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาเป็นผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรในกลุ่มประสิทธิผลสูง 63 คน และใน กลุ่มประสิทธิผลต่ำ 42 คน คะแนนประสิทธิผลของสหกรณ์ที่ใช้ศึกษาได้มาจากากรประเมินผล ของหน่วยงานกลาง ซึ่งผลการศึกษา มีดังนี้

1.ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตร ทั้งในกลุ่มประสิทธิผลสูงและต่ำ เป็นผู้นําแบบมุ่งความสัมพันธ์มากกว่า เป็นผู้นําแบบมุ่งงาน

2.ปัจจัยจากตัวผู้นําขององค์การ (หรือตัวแปรจากกรอบแนวคิดตามทฤษฎี ซึ่งได้แก่แบบภาวะผู้นํา และสถานการณ์ที่เอื้อต่อผู้นํา) ไม่มีผลต่อประสิทธิผลขององค์การ แต่ปัจจัยคุณลักษณะขององค์การและปัจจัยภูมิหลังของผู้นําในองค์การบางประการ มีผลต่อประสิทธิผลขององค์การ ได้แก่ ขนาดของสหกรณ์ ตําแหน่งที่แท้จริงของผู้จัดการสหกรณ์ ระดับการศึกษาของผู้จัดการสหกรณ์ และระดับรายได้ของผู้จัดการสหกรณ์

3. ในการทดสอบสมมติฐาน โดยการนําตัวแบบที่ได้จากการศึกษามาเปรียบเทียบกับคอนทินเจ็นซี่โมเดลของ Fiedler นั้น ปรากฏว่าข้อมูลที่ไดมาปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งสอบข้อ ซึ่งทําให้สามารถสรุปได้ว่า
1. ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรที่แบบภาวะผู้นําแบบมุ่งงาน จะก่อให้เกิดประสิทธิผลขององค์การไม่สูงกว่าผู้จัดการสหกรณ์ที่มีแบบภาวะผู้นําแบบมุ่งความสัมพันธ์ ทั้งในสถานการณ์ที่เอื้อต่อผู้นํามากและในสถานการณ์ที่เอื้อต่อผู้นําน้อย
2. ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรที่มีแบบภาวะผู้นําแบบมุ่งความสัมพันธ์ จะก่อให้เกิดประสิทธิผลขององค์การไม่สูงกว่าผู้จัดการสหกรณ์ที่มีแบบภาวะผู้นําแบบมุ่งงานในสถานการณ์ที่เอื้อต่อผู้นําปานกลาง

ผลจากการศึกษาสะท้อนให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจบางประการ คือ ข้อมูลที่ได้จากากรศึกษาครั้ง นี้สามารถนําไปประยุกต์ใช้ในการกําหนดนโยบายได้ว่า ผู้ที่จะมีตําแหน่งเป็นผู้นําขององค์การ ควรจะมีลักษณะเฉพาะอย่างไร หรืออาจนําไปใช้เป็นแนวทางในการฝึกอบรม เพื่อการปรับปรุง พัฒนาผู้นําของกลุ่มหรือองค์การ

 

Abstract

 

The objective of the present study under the title of “Leadership and Organizational Effectiveness Among Thai Agriculture Cooperative Organizations” was to examine leadership style, situational Control, and other organizational effectiveness factors. Fiedler’s “Contingency Model Theory” was used to study Leadership style and group or organizational situation in the context of Thai society. The data were collected from 63 cooperative managers in high effectiveness group. The effectiveness score have been previously evaluated by a central Unit, The findings indicate that :

1. Manager in both high and low effectiveness groups tend to be more relationship-motivated leaders rather than task-motivated ones.

2. Such leadership behaviors as leadership style and outside Factors as situational control have no impact on organization’s Effectiveness. But the Organization size and such leader’s background Factors ad manager’s real position and his educational and salary Levels were found to be associated with organizational effectiveness

3. The stated hypotheses were not supported by the collected Data. The hypothesis testing which compares the study results with The Fiedler’s Contingency model leads to the following conclusion :
3.1 Task-motivated cooperative managers are less likely To perform best in situation in which they had “high control” and “low control”
3.2 Relationship-motivated coppetative managers are less Likely to perform best in moderated control situation.

The findings of this study may be useful for understanding and identifying leaders, particularly for managerial jobs. They could also be of some use to such practices as promotion policy formulation and leadership training programs.