แตนเบียนเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพู

หลังการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของการใช้แตนเบียนเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังสีชมพูของกรมวิชาการเกษตรแล้ว การปล่อยเพื่อให้ควบคุมในสภาพไร่ในธรรมชาติทำได้ 19 กรกฎาคม 2553 ชุดแรกจำนวนมากก็เริ่มปล่อยไปแล้วทั่วพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง  โดยเครือข่ายของมูลนิธิสถาบันวิจัยมันสำปะหลัง และก็คาดว่าปีนี้เราจะมีเครื่องมือช่วยเกษตรกรให้รอดพ้นจากความเสียหายที่เคยเจอในปีที่ผ่านมาได้ จากประสบการณ์การศึกษาแมลงชนิดนี้ การทำให้พืชสมบูรณ์ยังมีความจำเป็น เกษตรกรต้องลดการใช้สารเคมีลง หรือไม่ใช้เลย เนื่องจากการใช้สารเคมีจะทำให้แมลงหลายชนิดถูกทำลาย หลังจากหมดฤิทธฺ์ยาแล้วแมลงมากชนิดจะมีมากเกินไป เรียกว่าสมดุลเปลี่ยน การควบคุมในธรรมชาติถูกทำลาย เกษตรกรก็จะเจอปัญหาใหม่ ๆ ที่แก้ไขยุ่งยากไปเรื่อย ๆ ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน แมลงหลายชนิดที่พบเกษตรกรไม่จำเป็นต้องใช้ยาเลย เช่นไรแดง เจอฝนเข้าก็ลดปริมาณจนไม่เสียหาย รวมทั้งเพลี้ยแป้งสีชมพูด้วย ก็ปริมาณลดลง การปล่อยแตนเบียนในช่วงนี้จะเป็นจังหวะที่น่าจะเหมาะสมเพราะประชากรไม่มาก แตนเบียนต้องใช้เวลาในการพัฒนาประชากรให้เพิ่มจำนวนมากพอปรมาณ 2 เดือน แต่การปล่อยควรปล่อยให้กระจายทั่ว ๆ และมีอาหาร(เพลี้ยแป้งสีชมพู)ด้วย และที่สำคัญแตนเบียนควบคุมด้วยการเบียน เกษตรกรต้องยอมรับว่าแปลงมันสำปะหลังต้องมีเพลี้ยแป้งอยู่ในแปลงบ้าง เพราะเพลี้ยแป้งที่ถูกเบียนจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่อให้ไข่ที่ถูกวางออกเป็นตัวเจริญเติบโตออกมาจากตัวเพลี้ยแป้ง ก่อนเข้าช่วงแล้งเกษตรควรใส่ปุ๋ยบำรุงต้นมันสำปะหลัง เพราะปีที่ผ่านมาพบหลายพื้นที่แปลงที่มันสำปะหลังสมบรูณ์เพลี้ยแป้งจะไม่เข้าทำลาย