บ่าวแวงมะเขือเปาะ
ข้อ 1 การชุมนุมของ “ม็อบเสื้อแดง” แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยมีการพัฒนาหรือไม่เพราะเหตุใด
                ตอบ  ความเห็นส่วนตัวแล้วคิดว่ายังไม่ได้พัฒนาอะไร  เพราะได้ตั้งความเห็นไว้ว่าถ้าหากมีการพัฒนาจริงจะไม่ใช่แค่ตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้นอย่างเดียว  ความสุขของประชาชนต้องเพิ่มขึ้นด้วย  และกลุ่มการเมืองตัวเห็นประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เช่น  ญี่ปุ่น  การบริหารปกครองของเขาจะคล้ายกับเรามาก หรือเหมือนกันเลยก็ว่าได้  คนญี่ปุ่น บรรพบุรุษเขารักศักดิ์ศรีกันมาก  แต่เมื่อรู้ว่าตนพ่ายแพ้ก็จะยอมรับในความพ่ายแพ้นั้นด้วยความเต็มใจและพร้อมจะปรับปรุง  คือจะบอกว่า  เขาเห็นผลเสียแล้วที่จะเกดขึ้นกับประเทศประชาชนของเขาๆ (จากข่าวการพ่ายแพ้การเลือกตั้งของประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมาไม่นาน)  เขาก็จะไม่ดันทุรังต่อไป  นี่คือการพัฒนาในความคิดของผม  และถึงจะแข่งขันกันก็ยังมีความสามัคคีที่ดีอยู่มาก   
                ส่วนทางพี่ไทย  ก็ยังมีส่วนดีอยู่บ้างคือการตื่นตัว  เพราะเหตุการณ์ในอดีตมีแต่นักศึกษา  ปัจจุบันความรู้กระจายกันไปในส่วนท้องถิ่นทำให้ประชาชนสามารถรับรู้ข่าวสารข้อมูลได้หลายทาง  จึงทำให้เกิดการตื่นตัวในด้านการเมืองอย่างมากเลยทีเดียว  (ถ้าหากข่าวสารข้อมูลที่ส่งให้ประชนผู้บริโภค  ไม่ออกมาจากฝ่ายเดียว)  จึงอยากตอบว่าไม่พัฒนา   แต่ก็ไม่ได้ล้าหังคงอยู่กับที่ เหมือนสภาวะสุญญากาศ 
                แต่ก็ยังหวังว่าพี่ไทยจะกลับมาขึ้นสังเวียนได้อย่างเต็มร้อยในสังคมอาเซียน ถึงสังคมโลก เพราะต้องไปเอาดินแดนกับกับไอ้เหมนคืนมา
ข้อ 2 การปฏิรูปการเมืองไทยที่ผ่านมาประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะเหตุใด ควรมีการปฏิรูปการเมืองไทยต่อไปอย่างไร
          ตอบ  ถ้าถามในเรื่องเทคโนโลยีในระบบราชการไทยผมว่าเยี่ยมแล้วพี่เขาทำได้ดี  แต่อาจารย์ถามว่าประสบผลสำเร็จไหม  เอิ๊กๆๆ  คิดว่าไม่นะ  ที่คิดออกคือบุคคลากรมากเกิน  จนอยากจะพูดว่า  เกี่ยงงานกันทิ้งหน้าที่ให้กัน  นายไตรรงค์  สุวรรณคีรี จึงได้เสนอนายกให้ลดจำนวนข้าราชการลงไป  30 % ประสปการณ์แล้วเหมือนเขาเป็นเจ้านายคนใช้บริการ (ในบางที่และบางหน่วยงาน) บางที่ก็แสนจะพูดเพราะ อนะ
          การปฎิรูประบบราชการในคติและความวาดหวังว่าควรเป็นของประชาชน  ระบบราชการควรมีความคล่องตัวในเรื่องเครื่องมีอุกรณ์  เวลาการทำงานที่ชัดเจน  ให้ความต้อนรับประชาชนเป็นอย่างดี  ประหนึ่งว่าเมื่อประชาชนคนหนึ่งเดินเข้ามาก็รู้สึกว่าเหมือนสวรรค์ส่งเทวดาลงมา  แล้วเจ้าหน้าที่ก็เบิกบานใจ  ยอ้มแย้มแจ่มใส  อะไรอย่างนั้นคับ
          ท้งนี้ผู้ออกนโยบายต่างๆ  ควรจริงจังกับนโยบายนั้น  เอาใจใส่ให้มากขึ้นเปลี่ยนทัศนคติในการทำงานใหม่  และสนับสนุนนโยบายที่ดีสู่สังคม  ผลิตบุคคลากรที่ดี  และสนับสนุนบุคคลากรให้มีเขาเหล่านั้นมีกำลังใจที่ดีในการทำงานบริการเพื่อประชาชน  เพราะเมื่อบุคคลากรมีความสุข  ประชาชนก็ยิ้มได้ 
         
ข้อ 3 จงอธิบายถึง คุณลักษณะที่สำคัญของ “องค์การในระบบราชการไทย”     
          ตอบ  แนวความคิดของแมกซ์ เวเบอร์ เป็นนักสังคมวิทยาชาวเยอรมันนี ซึ่งมีแนวความคิดว่า การที่การบริหารงานจะมีประสิทธิภาพขึ้นมาได้ จะต้องมีการจัดองค์การในลักษณะขององค์การแบบระบบราชการ ซึ่งไม่ได้หมายถึงองค์การภาครัฐอย่างอย่างเดียวแต่รวมถึงเอกชนด้วย แต่ต้อง มีลักษณะเฉพาะ ครบทั้ง 7 ข้อ คือ
                    1.ลำดับชั้นของการบังคับบัญชา ต้องกำหนดให้ชัดเจน จากสูงไปหาต่ำ หรือมใครเป็นหัวหน้าใครเป็นลูกน้อง
                    2.ความรับผิดชอบ เมื่อมีหน้าที่ก็ต้องมีความรับผิดชอบ ต้องมีการแบ่งความรับผิดชอบที่ชัดเจน
                    3.ความสมเหตุสมผล เป็นการกำหนดกฎ ระเบียบในการปฏิบัติงาน เช่น การเข้า การออก การหยุด
                    4.การมุ่งสู่ผลสำเร็จ คือ มีเป้าหมาย
                    5.เน้นการชำนาญเฉพาะด้าน
                    6.ระเบียบวินัย เป็นการกำหนดพฤติกรรมของคนในองค์การ
                    7.ความเป็นวิชาชีพ คือสามารถยึดเป็นอาชีพได้ตลอดชีวิต
ข้อ 4 แนวคิดในการปฏิรูปการเมืองไทยแตกต่างจากแนวคิดในการปฏิรูประบบราชการอย่างไร
            ตอบ
-          ระบบราชการ หมายถึง หน่วยงานที่มีรูปแบบซึ่งจัดเป็นกระทรวง ทบวง กรม กอง ฝ่ายฯลฯ เพื่อนำนโยบายของรัฐไปสู่การปฏิบัติ ระบบราชการจึงเป็นองค์การขนาดใหญ่ที่สลับซับซ้อน เป็นรูปแบบขององค์การทางสังคมที่มีคุณลักษณะโดยเฉพาะ

การพัฒนาการทางการเมือง มีองค์ประกอบ3 ประการ คือ ความเท่าเทียมกัน ,การมีสมรรถนะของระบบการเมือง และ การแบ่งโครงสร้างทางการเมืองให้มีความแตกต่างและมีความชำนาญเฉพาะด้าน
-          ระบบการเมือง เป็นระบบย่อยของระบบสังคม มีหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักในการนำสังคมไปสู่จุดมุ่งหมายของมัน โดยที่ความร่วมมือกันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการบรรลุมุ่งหมายจึงต้องมีวิธีการควบคุมการขัดแย้งและการชิงดีชิงเด่นต่อสู้ประหัตประหารกันระหว่างคนในสังคม ระบบการเมืองเป็นหลักในการจัดระเบียบการแข่งขันเพื่ออำนาจ เป็นเวทีแห่งการแข่งขัน ตลอดจนเป็นผู้วางตัวบุคคลเข้าสู่บทบาทเชิงอำนาจต่าง ๆ จึงเสมือนเป็นผู้ถือหางเสือให้สังคมมุ่งสู่จดมุ่งหมายของมัน ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจผลิตสินค้าและบริการเพื่อประโยชน์สุขต่าง ๆ ในวงกว้าง ระบบการเมืองระดมสินค้าและบริการเหล่านั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์สุขของสังคมส่วนรวม
(จากหนังสือระบบการเมือง : ความรู้เบื้องต้น ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล)
การปฏิรูปการระบบราชการกับการเมืองนั้น  จึงต้องมีความแตกต่างอย่างแน่นอน  เพราะหากจะเปลี่ยนระบบการเมืองอาจหมายถึงการวางเสาเข็มใหม่  ต้องมีปัจจัยหลากหลายด้านเข้ามาช่วย  เช่นการเงิน  ความน่าเชื่อถือความเชื่อมั่นความศรัทธาอย่างมาก  ผละส่งผลกระทบทั้งระบบการปกครอง  ระบบศาล  เป็นต้น  ส่วนการเปลี่ยนระบบราชการเป็นการสลับสับเปลี่ยนเพียงตำแหน่งหน้าที่  สรรหาบุคคลให้เหมาะสมกับหน้าที่
 
ช้อ 5 แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย ปัจจุบันอยู่ในระหว่างข้อใด
            ตอบ  อยู่ในข้อที่ 3  จากทั้งหมด  4
จุดประสงค์รของแผนคือ  มุ่งสู่การเป็นองค์การที่มีสมรรถนะสูง  บุคคลากรมีความพร้อมและมีความสามารถในการเรียนรู้  คดริเริ่มเปลี่ยนแปลง  และปรับตัววได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ
ข้อ 6 ประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย ตาม ก.พ.ร. ปี 2553 เป็นต้นไปมีกี่ปีเด็น
            ตอบ  มีอยู่  3  ประเด็น
ข้อ 7 การฉ้อราษฎร์บังหลวงจะมีผลกระทบต่อการพัฒนาการเมืองและการบริหารราชการไทยอย่างไร
        ตอบ  การฉ้อราษฎ์บังหลวงหรือการคอรัปชั่น 
การฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือการคอร์รัปชั่น ( Corruption )
   หมายถึง การกระทำที่ ขัดต่อความซื่อสัตย์ คุณธรรมความดีและศีลธรรม เป็นการกระทำที่ เบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานของสังคม ผิดทำนองคลองธรรม กฎเกณฑ์หรือกฎหมาย เนื่องจาก การรับสินบนหรืออามิสสิน หรือการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้อง เพื่อให้ได้มาซึ่ง ผลประโยชน์ส่วนตน สรุป ความหมายของการคอร์รัปชั่นได้ ๓ ประเด็น คือ ประเด็นแรก เป็น กระบวนการเสื่อมสลายทางกายภาพ การขาดคุณธรรม และการทำลายที่ส่งผลต่อองค์รวม ประเด็นที่สอง เป็นการเสื่อมสลายทางด้านศีลธรรม การลดหรือการเสื่อมถอยจากความบริสุทธิ์ และประเด็นสุดท้าย เป็นการทำลายคุณธรรมและความซื่อสัตย์ในการปฏิบัติหน้าที่สาธารณะ โดยการทุจริตหรือ ประพฤติมิชอบ

การฉ้อราษฎร์บังหลวง
   อาจมองได้เป็น ๒ มิติ คือ มิติแรก “การฉ้อราษฎร์ ” เป็นการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินจาก ประชาชนโดยการใช้อำนาจหน้าที่ของตนในการกระทำการ หรือละเว้นการกระทำ รวมทั้งยิน ยอมให้บุคคลอื่นกระทำการมิชอบเพื่อให้ตนเองได้รับผลประโยชน์ มิติที่สอง “ การบังหลวง ” เป็นการเบียดบัง ทรัพย์สินของรัฐที่จะใช้ดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะมาเป็นของตนใน ทางมิชอบ มีคนกล่าวว่าการฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือการคอร์รัปชั่น หากเปรียบเป็นเชื้อโรคก็เป็น เชื้อโรคที่ฉลาดและเก่งกาจ คือไม่ฆ่าพาหะก่อนที่ตัวเชื้อโรคจะแพร่พันธุ์จึงระบาดอยู่นานและ ไม่ค่อยสูญพันธุ์ ซึ่งต่างจากเชื้อโรคทั่วไปที่ฆ่าพาหะอย่างรวดเร็วทำให้ระบาดอยู่ไม่นานและ สูญพันธุ์ในที่สุด
            ผลกระทบจากการฉ้อราษฎ์บังหลวง
            สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการคอร์รัปชั่นนั้น รศ.ดร. สังศิต ฯ (ibid, หน้า 46 – 61) ได้สรุปไว้ดังนี้ แม็คมัลแลน (Mcmullan) มองว่า การคอร์รัปชั่นมีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และยังส่งผลถึงเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ 8 ประการ คือ 1) เกิดความไม่ยุติธรรม 2) ทำให้เกิดความไม่มีประสิทธิภาพของหน่วย 3) ประชาชนขาดความไว้วางใจรัฐบาล 4) เกิดความสูญเปล่าในทรัพยากรของประเทศ 5) ขาดการจูงใจในการลงทุนจากภาคเอกชนต่างประเทศ 6) ขาดเสถียรภาพทางการเมือง เนื่องจากปัญหาเงินสินบน 7) ความไม่ประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมคอร์รัปชั่น และ 8) ข้อจำกัดจากการนำนโยบายไปใช้เนื่องจากการทุจริตของข้าราชการ
ข้อ 8 จงอธิบายความแตกต่างของแนวคิดระบบราชการในอุดมคติกับการปฏิรูประบบราชการ
        ตอบ  ในอุดมคติแล้ว  ต่างคนต่างจิตใจและต่างความรู้  จึงมีอุดมคติในเรื่องนั้นๆที่แตกต่างกันออกไป  แต่ทุกๆคนต่างก็ล้วนมีการเกี่ยวข้องกับระบบราชการอยู่อย่างแน่นอน  และแน่นอนว่าอุดมคติของเราก็วาดฝันระบบราชการไว้อย่างดีเยี่ยมแต่ยังไม่มีใครนำอุดมคติของเราไปใช้  และที่เราคิดไว้ การให้บริการที่ดีในด้านมิตรภาพที่มีจุดเริ่มต้นจจากเจ้า
พนักงาน ข้าราชการ  การบริการที่รวดเร็ว  ความีน้ำใจ  มันเป็นสิ่งดึงดูดที่ดีหากทำได้ดีอาจทำให้ผู้ใช้บริการหลงไหลเลยก้ได้  ส่วนระบบภายในองค์การ  คือโครงสร้างการบริหารที่จะต้องโปร่งใสตรวจสอบได้  นโยบายเพื่อประชาชนที่แท้จริง 
            แต่อุดมคติที่เห็นชัดเจนอยุ่แล้วไม่ต้องอธิบายให้เป็นหลายเรื่องหลายราว   คือ  ก่อนที่นักการเมืองท่านใดจะเข้ามารับตำแหน่ง  คือการชิงชัยต่อสู้ซัดหมัดซัดแข้งกันอยู่ยกใหญ่  ท่านก็จะมีแนวคิดว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ทำงานไม่ถูกใจ ไม่ถูกแนวทาง จึงมีแนวคิดอุคติเพื่อที่จะทำระบบราชการตรงนี้ให้ดีขึ้น  แล้วเมื่อท่านได้เข้ามาทำหน้าที่ตรงนั้นแล้ว  ความจริงใจมากกว่าจริงจัง  ในอุดมคติที่ฝันจึงต้องละเมอต่อไป
            แต่เมื่อความจริงใจและจริงจังเกิดขึ้นสมดุลกัน  จะปฏิรูปในแนวไหนการพัฒนาก็เกิดขึ้นได้  ความเจริญก็เกิดขึ้นได้  การให้หารที่ดี  การให้บริการที่ยอดเยี่ยม เพิ่มคุณภาพงานเพิ่มคุณภาพบุคคลากร  คิดว่าเมื่อถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้  ประชาชนจะไม่รู้สึกเบื่อหน่าย  แต่จะตอบสนองอย่างดีเยี่ยม  ยิ่งระบบราชการทุกวันนี้ในแต่ละพื้นที่ต่างก็แข่งขันกัน เหมือนแย่งกันทำธุรกิจเอาใจลูกค้าคือประชาชน  ผู้ที่ทำงานก็สนุกกับงาน  แต่ไม่ใช่ว่าปฏิรุปแล้วเอาคนออก แต่ต้องจัดสรรหน้าที่บุคคลากรให้เหมาะกับงานที่เขาชำนาญ  ดีอยู่แล้วปรับให้ดียิ่ขึ้น ไม่ดีก็เอาออกไป
ข้อ 9 จงอธิบายแนวคิดเชิงการพัฒนาการเมือง (Political Development)
            ตอบ  นิยามของคำว่าการพัฒนาการเมืองอย่างกว้าง ๆ อาจกล่าวได้ว่าคือ การเปลี่ยนแปลงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมโดยมีเป้าหมายใด ๆ ที่แน่นอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้อำนาจในการแจกแจงสิ่งที่มีคุณค่าให้กับสมาชิกของสังคมอย่างเป็นธรรมกว่าเดิม

เป็นที่แน่นอนว่าในการเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมจะต้องกระทบต่อส่วนต่าง ๆ ของสังคม เช่นโครงสร้างทางเศรษฐกิจ และสังคม อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ทั้งนี้เพราะในสังคมหนึ่ง ๆ นั้นย่อมไม่อาจสร้างเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างการเมือง เศรษฐกิจและสังคม หรือแยกไปพิจารณาแต่ละส่วนโดยไม่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันได้ ดังเช่นนักวิชาการหลายท่านที่ให้ทัศนะไว้ว่าการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม มีความสัมพันธ์กันแนบสนิท เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่ง กระทบกระเทือน หรือแปรเปลี่ยนไปก็จะมีผลให้ส่วนอื่น ๆ ต้องเปลี่ยนไปด้วยไม่มากก็น้อย

พาย (Lucian W. Pye 1966, 33-45) เป็นนักรัฐศาสตร์อเมริกันที่สำคัญและเป็นประธานคณะกรรมการการเมืองเปรียบเทียบในการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ที่ให้การสนับสนุนการศึกษาการพัฒนาการเมืองมาตั้งแต่แรกเริ่มในช่วงต้นทศวรรษที่ 1960 พาย ได้พยายามศึกษาวิเคราะห์ประเด็นต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเมือง และพบว่ามีประเด็นที่สำคัญ ๆ มากมายและค่อนข้างสลับซับซ้อนกว่าที่เขาคาดไว้เสียอีก พาย จึงได้สรุปประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง (มากกว่าที่จะให้นิยามหรือความหมายโดยตรง) กับการพัฒนาการเมืองไว้ 10 ประการ
-          การพัฒนาการเมือง เป็นพื้นฐานทางการเมืองของการพัฒนาเศรษฐกิจ
-          การพัฒนาการเมือง เป็นการเมืองของสังคมอุตสาหกรรม
-          การพัฒนาการเมือง เป็นความเป็นทันสมัยทางการเมือง
-          การพัฒนาการเมือง เป็นเรื่องการดำเนินงานของรัฐชาติ (Nation State)
-          การพัฒนาการเมือง หมายถึงเรื่องราวของการพัฒนาระบบบริหารและกฎหมาย
-          การพัฒนาการเมือง เป็นเรื่องของการระดมพลและการส่วนร่วมทางการเมือง (Political Participation)
-          การพัฒนาการเมือง เป็นเรื่องของการพัฒนาประชาธิปไตย
-          การพัฒนาการเมือง เป็นเรื่องของความมีเสถียรภาพและการเปลี่ยนแปลงที่เป็นระเบียบ
-          การพัฒนาการเมือง เป็นเรื่องของการระดมพลและอำนาจ
-          การพัฒนาการเมือง เป็นแง่หนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม          
ข้อ 10 การเมืองไทยมีปัญหาทางจริยธรรมอย่างไร
        ตอบ  สภาพของปัญหา
ปัจจุบันเป็นที่ตระหนักดีว่าสภาพของปัญหาเกี่ยวกับจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interests) ของนักการเมืองโดยรวมอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง โดยสภาพปัญหาที่เห็นได้ชัดเจน เช่น การทุจริตในการเลือกตั้ง การซื้อสิทธิขายเสียงเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การใช้อานาจหน้าที่ของนักการเมืองเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นปัญหาที่เกิดมาจากการ ใช้อานาจหน้าที่ของนักการเมืองแทบทั้งสิ้น แม้ว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.255019 ได้กาหนดให้นักการเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม คือกาหนดหมวดคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ไว้อย่างชัดเจน เช่น จริยธรรมของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องมีมาตรฐานที่ชัดเจน โดยมีกลไกและระบบในการดาเนินงานที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งกาหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการละเมิด (ม. 279) การฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมที่ร้ายแรงของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองนาไปสู่การถอดถอนออกจากตาแหน่ง (ม. 280) และกาหนดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นผู้กากับดูแลคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง ม.250(5) แต่สภาพปัญหาที่เกิดจากการใช้อานาจหน้าที่ของนักการเมืองก็ยังดารงอย
เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์การทุจริตในประเทศไทยในมาตรฐานขององค์กรระดับนานาชาติผลการจัดอันดับคอร์รัปชันโลกประจาปี พ.ศ. 2551 ชี้คอร์รัปชันของประเทศไทยในสายตาต่างชาติแย่ลง” องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย (Transparency Thailand) เปิดเผยผลสารวจการจัดอันดับดรรชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันประจาปี พ.ศ. 2551 พบว่า ประเทศไทยได้ 3.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน อยู่อันดับที่ 80 จากทั้งหมด 180 ประเทศทั่วโลก และอยู่อันดับที่ 13 จาก 32 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย 20
ปัญหาการทุจริตที่ยังดารงอยู่นี้เพราะที่ผ่านมาผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐจานวนหนึ่ง ไม่ได้ใช้อานาจหน้าที่อย่างถูกต้องหรือทาในสิ่งที่ไม่ควรทาแม้จะไม่ผิดกฎหมายโดยตรง21 แม้จะเคยมีข้อบังคับเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรม แต่ก็เป็นเพียงกติกาในกระดาษเท่านั้น เพราะไม่มีบทลงโทษเด็ดขาดหรือเอาผิดได้อย่างแท้จริง ทาให้นักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐไม่เกรงกลัวในความผิด ที่สาคัญยิ่งไปกว่านั้น คนในสังคมไทยส่วนใหญ่แม้จะรู้ว่าสังคมไทยเป็นสังคมประชาธิปไตย แต่ก็เห็นว่า เป็นประชาธิปไตยที่ถูกจัดฉาก ติดสินบนเพื่อแลกกับการเลือกตั้ง ขณะที่คนในสังคมไทยก็รู้สึกชินชากับการติดสินบน การซื้อเสียง ชินชากับจริยธรรมและคุณธรรมของนักการเมืองไทย ซึ่งจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ขอให้ตนเองได้รับประโยชน์หรือได้รับสิ่งของตอบแทนจากนักการเมืองคนนั้นก็พอ จากการสารวจของ
 
ศราวุฒิ  วาระสิทธิ์.........ไม่ได้บ้าแต่ว่าปวดใจ