การประชุมพัฒนาศักยภาพ อาสาสมัครสาธารณสุข ตำบลจอมพระ

2 สิงหาคม 2553

 

08.30-12.00 น.

กลุ่มที่ 1

 

หมู่ 4. สายสัมพันธ์

 

-         เล่านิทาน กวางกับขากวาง ข้อคิด ความสวยงามไม่ได้สำคัญเท่ากับการมีประโยชน์

-         การอยู่ไฟหลังคลอด

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. เตรียมอุปกรณ์ เช่น เตียง เตา ถ่าน เสื่อ หม้อ สมุนไพร(ตะไคร้ ไพล ใบหนาด ใบมะขาม ใบกระเพรา ลูกมะกรูด)
  2. วิธีการ นำเตาถ่านไฟอ่อนๆ  2 เตาไว้ใต้เตียงสูง 1 เมตร ตั้งแต่ลำตัวถึงเท้า นำสมุนไพรไว้บนเตียง ปูเสื่อทับ
  3. ข้อปฏิบัติ นุ่งผ้ากระโจมอก นอนคว่ำ ให้มดลูกเข้าอู่ ขับน้ำคาวปลาดี อยู่ไฟอย่างน้อย7-15 วัน
  4. 4.    การอาบน้ำสมุนไพร นำสมุนไพรไปต้ม รอให้อุ่น แล้วราดจากหัวจรดเท้า โดยดึงผมขึ้นด้วย ห้ามขัด ถู ฟอกสบู่ สระผม
  5. 5.    ห้ามร่วมเพศก่อน 3 เดือน
  6. ข้อดี สุขภาพแข็งแรง ไม่ปวดหลัง ปวดเอว ให้มดลูกเข้าอู่ ขับน้ำคาวปลาดี เป็นการพักฟื้นหลังคลอด เกิดความอบอุ่นจากแม่สู่ลูก สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว เกิดความสามัคคี
  7. ข้อเสีย เกิดผดผื่นตามร่างกายทั้งแม่และลูก ถ้าไฟแรงเกิดแผลไฟไหม้ร่างกาย ถ้ามีควันไฟทำให้หายใจไม่สะดวก เป็นอันตรายต่อปอด
  8. แนะนำให้ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  9. ไม่กินชา กาแฟ ของหมักดอง
  10. ควรทานแกงเลียง ผัดขิง แกงปลีกล้วย เพื่อให้น้ำนมมาก
 

 

 

หมู่ 5. ศรีศรัทธา

 

-         เล่านิทาน กระต่ายตื่นตูม ข้อคิด ก่อนที่จะทำอะไร ต้องมีเหตุผล อย่าตีตนไปก่อนไข้

-         การอุ้มลูกที่ถูกวิธี

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. ท่านั่งอุ้มลูกขวางตัก แม่นั่งอุ้มลูกวางบนตัก ศีรษะลูกวางอยู่บนท้องแขน ใช้มืออีกข้างประคองก้นและต้นขา เป็นท่าทั่วไป
  2. ท่านั่งขวางตักประยุกต์ แม่ใช้ฝ่ามือจับศีรษะลูกบริเวณท้ายทอย มืออีกข้างประคองเต้านม สำหรับลูกเกิดก่อนกำหนด น้ำหนักน้อย ลูกที่มีปัญหาดูดนมหลุดบ่อย 
  3. ท่านั่งอุ้มลูกแบบฟุตบอล แม่อุ้มลูกใช้ฝ่ามือจับศีรษะบริเวณท้ายทอย ส่วนลำแขนประคองไหล่ ลำตัวลูก ลูกดูดนมด้านเดียวกับแขน แม่ประคองลำตัวอยู่ใต้รักแร้ เหมาะสำหรับแม่ผ่าตัดคลอด ลูกแฝด เต้านมใหญ่หรือหัวนมสั้น ลูกแฝดสามารถดูดจากทั้งสองเต้า
  4. ท่านอนตะแคงให้ลูกดูดนม แม่ลูกนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน ลำตัวลูกชิดกับแม่  ใช้ผ้าอ้อม หรือหมอนวางด้านหลังลูกเพื่อไม่ให้ลูกหลังพลิก ให้ลูกเงยหน้าเล็กน้อย ให้ลูกอมหัวนมจนมิดลานนม สำหรับแม่ที่เพลีย
  5. สาธิตวิธีอุ้มลูกที่ถูกวิธีกับหญิงที่ตั้งครรภ์และหลังคลอด
  6. ออกพื้นที่แนะนำบ่อย ๆ

 

 

-         ท่าบีบน้ำนม

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. ใช้มือข้างที่ถนัด
  2. ล้างมือให้สะอาด
  3. วางนิ้วหัวแม่มือไว้ด้านบนของเต้านม และนิ้วชี้ด้านตรงข้ามบริเวณนอกลานนม ห่างจากฐาน 3 เซนติเมตร
  4. กดนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างเข้าหาหน้าอกให้เต้านมบุ๋มบีบเข้าหากัน น้ำนมพุ่งออก นำขวดหรือถ้วยรองรับน้ำนม
  5. กดบีบ คลายเป็นจังหวะห่างกัน 1-2 วินาที ต่อครั้ง เต้าละ15 นาที
  6. บีบนมสลับทั้งสองข้างเต้าละ 15 นาที จนครบ 30 นาที  

          สาธิต และให้ความรู้แก่แม่หลังคลอดในการบีบน้ำนม

 

 

หมู่ 6. เกษตร

 

-         เล่านิทาน ลากับหมาป่า ข้อคิด จะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน

-         การดูแลเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. แนะนำให้เด็กกินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่
  2. ติดตาม ดูแล สอบถามน้ำหนักเด็กทุกเดือน
  3. สอบถามพ่อแม่ของเด็กว่าเด็กได้รับวัคซีนตามอายุหรือไม่

        แนะนำให้พ่อแม่เด็กฝึกให้เด็กกินอาหาร ผัก เนื้อ ไข่ และผลไม้

 

 

 

คำถาม

  1. เด็กกินนม 7 กล่อง/วัน มีปัญหาหรือไม่

ตอบ               ปกติเด็กควรดื่มนม 3กล่อง/วัน ดังนั้นพ่อแม่ควรดูแลและอย่าตามใจเด็ก

  1. เด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เป็นกรรมพันธุ์หรือไม่

ตอบ               มีส่วน เพราะเราสามารถส่งเสริมให้เด็กมีน้ำหนักเป็นปกติได้ โดยเน้นให้รับประทานอาหาร เนื้อ ผัก ปลา

 

 

หมู่ 9. โนนกลาง

 

-         เล่านิทาน กระต่ายกับเต่า ข้อคิด อย่าประมาทต่อคู่ต่อสู้

-         การดูแลส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 0 - 6 ปี

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. สำรวจหญิงตั้งครรภ์ และหญิงหลังคลอด
  2. แนะนำเด็กแรกเกิดกินนมแม่อย่างเดียวถึง 6 เดือน และแนะนำเรื่องอาหารตามวัยจนลูกอายุถึง 2 ปี
  3. ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงเด็กทุก 3 เดือน
  4. อ่านหนังสือหรือเล่านิทานทุกวัน วันละ 5- 15 นาที
  5. ดูแลพัฒนาการของเด็กตามสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(สีชมพู)
  6. ดูแลการฉีดวัคซีนตามนัดจนครบ
  7. ดูแลเรื่องแปรงฟันให้ถูกวิธี
  8. ดูแลเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ 2 คน
  9. ดูแลเด็กพัฒนาการไม่สมวัยคือ เด็กอายุ 2 ปี 4 เดือนพูดไม่ได้ 1 ราย
  10. แนะนำพ่อแม่ให้สังเกต ส่งเสริมพัฒนาการลูกให้สมวัย ตามสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(สีชมพู)
  11. ไม่ให้ลูกอายุน้อยกว่า 2 ปี ดูทีวี เพราะจะสมาธิสั้น
  12. ให้เด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์กินนม ไข่-แดง และกล้วย
  13. ให้พ่อแม่ดูแลเรื่องแปรงฟัน เพราะเด็กเริ่มฟันผุ
  14. สอบถามพ่อแม่เรื่องวัคซีนตามวัย
  15. ส่งเสริมให้เด็กได้รับอาหารครบ 5 หมู่
 

 

หมู่ 10. อาภู

 

-         เล่านิทาน พระจันทร์ ข้อคิด การทำอะไต้องมีการแบ่งปัน และความสามัคคีเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จ

-         เทคนิค การพัฒนาทักษะการเล่านิทาน

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. รวมกลุ่มเด็ก
  2. เลือกเรื่องที่มีประโยชน์
  3. ค่อยๆเปิดหนังสือ เพื่อให้เด็กจินตนาการ
  4. เล่าโดยใช้เสียงเล็กเสียงน้อย
  5. มีท่าทางประกอบ
  6. เล่านิทานให้ฟังก่อนนอน
  7. เล่านิทานที่มีประโยชน์ให้ลูกฟังก่อนนอน

 

 

 

หมู่ 12.ปะ

 

-         เล่านิทาน เด็กเลี้ยงแกะ ข้อคิด การโกหกเป็นสิ่งไม่ดีและเป็นภัยต่อตนเองได้

-         การดูแลเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. เราดูแม่ตอนท้องว่ากินอาหารครบ 5 หมู่ไหม
  2. มีอาการแพ้ท้องไหม
  3. แนะนำ ให้ความร่วมมือ กินครบ 5 หมู่ ชวนกินผัก
  4. แนะนำให้เด็กทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  5. ดื่มนม
  6. ชั่งทุกเดือน

 

 

 

 

 

 

 

13.00-16.00 น.

กลุ่มที่ 2

 

หมู่ 4. ศรีปัทมา

 

-         เล่านิทาน ลูกแกะกับจระเข้ ข้อคิด ฉลาดจึงรู้จักเอาตัวรอด

-         เล่านิทาน อึ่งอ่างกับวัว ข้อคิด ให้เด็กเชื่อฟังผู้ปกครอง ครู

-         พัฒนากิจกรรม การมีส่วนร่วมในการช่วยดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดี

  1. ติดต่อศูนย์เด็กแรกเกิด – 6 ขวบ
  2. กำหนดวัน กิจกรรม จำนวนอสม.
  3. พบผู้จัดการศูนย์
  4. กิจกรรมละลายพฤติกรรม เช่น ทำสมาธิโดยร้องเพลงดอกไม้บาน
  5. เล่านิทาน โดยเคลื่อนไหวตามสัตว์ที่เราพูดถึง
  6. ประเมินผลโดยสรุปคติธรรม
  7. มีรูปภาพประกอบ
  8. ทำหน้ากากสวมบทบาท
  9. ให้เด็กแสดงบทบาทสมมติ
  10. ชมเชยเด็กสร้างกำลังใจ
  11. บันทึกพัฒนาการเด็ก
  12. ติดตามผลเด็กในชุมชน

 

 

 

หมู่ 13. ร่มโพธิ์

 

-         เล่านิทาน กุ๋งกิ๋ง ข้อคิด เป็นเด็กดีของพ่อแม่

-         การแก้ปัญหาเด็กอ้วน

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. ลดหวาน มัน กินให้เป็นเวลา
  2. ลดขนมกรุบกรอบ น้ำหวาน
  3. ส่งเสริมให้เด็กออกกำลังกาย
  4. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่
  5. อย่าอดอาหารแต่เลือกกินอาหารที่มีพลังงานต่ำ
  6. กินพออิ่ม
  7. ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้ดูแลอย่างเข้มงวด
  8. เลือกดื่มน้ำปล่าแทนน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน
  9. แนะนำผู้ปกครองให้พาออกกำลังกาย
  10. ลดปริมาณอาหารทุกมื้อที่กิน เน้นอาหารจานเดียว
 

 

-         การแก้ปัญหาเด็กผอม

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. ให้กินอาหารครบ 5 หมู่
  2. เพิ่มนม ผลไม้
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ
  4. กินผัก ผลไม้ในมื้ออาหารให้มากขึ้น
  5. ชั่งน้ำหนักทุกเดือน
  6. พยายามให้เด็กดื่มนมเยอะๆ
  7. เพิ่มผัก ผลไม้ในระหว่างมื้อ
  8. พักผ่อนให้เพียงพอ
 

 

 

หมู่ 2. หนองขอน

 

-         ค้างเล่านิทาน ข้อคิด

-         ขนมหลอกเด็ก คือ ขนมที่ทำให้เด็กเห็นแล้วอยากรับประทาน เช่น ลูกอม ขนมกรุบกรอบ

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

        อสม.ใช้ขนมเป็นของขวัญในการให้เด็กทำกิจกรรม

 

        ไม่ใช้ขนมเป็นของขวัญ แต่จะบอกประโยชน์ของการหยอดโปลิโอว่าถ้าไม่หยอดจะเดินไม่ได้

 

-         ขนมที่ควรแนะนำ คือ ขนมที่มีประโยชน์  เป็นขนมสด เช่น ขนมกล้วย ขนมฟักทอง ขนมที่มีน้ำตาลน้อย

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

        ผู้ปกครองควรเลือกซื้อขนมให้เด็กทาน

        เมื่อรับประทานแล้ว ผู้ปกครองควรแนะนำให้เด็กแปรงฟันวันละอย่างน้อย 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน

 

 

 

 

-         การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

        ครอบครัวคอยดูแลส่งเสริมเด็กทั้งทางร่างกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคม ด้วยความรัก

        ส่งเสริมและพัฒนาอารมณ์ของเด็ก

 

 

หมู่ 3. ปลาเข็ง

 

-         เล่านิทาน มาลากับเสือ ข้อคิด  อย่าลืมพระคุณผู้มีบุญคุณ

-         การวางแผนครอบครัวในชุมชน

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. ให้คำแนะนำในการวางแผนครอบครัวภายในชุมชนและให้ความรู้ต่าง ๆ
  2. ให้กินยาคุมกำเนิดในรายที่ยังไม่พร้อมจะมีบุตร
  3. อ.ส.ม.ประจำคุ้มแนะนำเรื่องการวางแผนครอบครัว
  4. อบรมเยาวชนภายในชุมชนและให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
  5. มีการคุมกำเนิดก่อนการมีเพศสัมพันธ์ เช่น ใส่ถุงยางอนามัย กินยาคุม
  6. ดูแลหญิงตั้งครรภ์ในวัยรุ่น แนะนำให้ไปฝากท้องเมื่อท้อง และให้ความรู้ เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ไปตรวจครรภ์ตามหมอนัดจนคลอด
 

 

 

หมู่ 8. โนนสังข์

 

-         เล่านิทาน กระต่ายเจ้าปัญญา ข้อคิด คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด

-         อาหารตามวัย 6 เดือน - 6 ปี

 

 

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. แรกเกิด – 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว
  2. 7 เดือน เริ่มกินอาหาร 1 มื้อตามสูตรในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(สีชมพู)เสริมนมแม่
  3. 8-9 เดือน กินอาหาร 2 มื้อตามสูตรในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(สีชมพู)เสริมนมแม่
  4. 10 เดือนขึ้นไป กินอาหาร 3 มื้อตามสูตรในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(สีชมพู)เสริมนมแม่
  5. ฝึกนิสัยการกินที่ดีให้กับลูก โดยกินอาหารครบ 5 หมู่ สด สะอาด
  6. แรกเกิด -1 เดือน ขณะให้นม ให้สบตา และพูดกับลูก
  7. 1-2 เดือน ยิ้มทักทาย มองตามสิ่งเคลื่อนไหว
  8. 3-4 เดือน หันหาเสียง
  9. 5-6 เดือน แสดงท่าทาง
  10. 7-8 เดือน พูดเป็นพยางค์ นั่งทรงตัวได้
 

 

-         การแปรงฟัน

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. บีบยาสีฟัน
  2. ตักน้ำ
  3. ขยับแล้วปัด ข้างบนปัดลง ข้างล่างปัดขึ้น
  4. แปรงลิ้น ปัดออกมา
  5. แปรงฟันนาน 2 นาที
  6. แปรงฟันบนปัดลงล่าง ฟันล่างปัดขึ้นบน
  7. แปรงลิ้นปัดออก
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การประชุมพัฒนาศักยภาพ อาสาสมัครสาธารณสุข ตำบลจอมพระ

3 สิงหาคม 2553

 

08.30-12.00 น.

กลุ่มที่ 3

 

หมู่ 1. โชคดีมีสุข

 

-         เล่านิทาน นกอินทรีย์ใจดีกับชายผู้ใจบุญ ข้อคิด การมีน้ำใจกับผู้อื่นย่อมได้รับผลตอบแทน

-         การดิ้นของเด็กทารกในครรภ์

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. อสม.แนะนำหญิงมีครรภ์ให้สังเกตลูกในครรภ์เริ่มดิ้น ตั้งแต่ครรภ์ได้ 4 – 5 เดือน
  2. เมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์ ( 8 เดือน ) ให้สังเกตการดิ้นของลูกทุกวันหลังอาหาร ลูกจะต้องดิ้นอย่างน้อย 3 ครั้งใน 1 ชั่วโมง หรือดิ้นอย่างน้อย 10 ครั้ง / วัน ถ้าลูกดิ้นน้อยกว่านี้ ต้องไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
  3. อสม.แนะนำให้ไปฝากครรภ์เมื่อรู้ว่าท้อง
  4. ครั้งแรกอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ (3 เดือน) หรือภายใน 25 สัปดาห์ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
  5. ครั้งที่ 2 อายุครรภ์ 26 – 32 สัปดาห์ พบหมออย่างน้อย 1 ครั้ง
  6. ครั้งที่ 3 อายุครรภ์ 32 – 35 สัปดาห์ พบหมอ 1 ครั้ง
  7. ครั้งที่ 4 อายุครรภ์ 36 สัปดาห์ พบหมอ 2 อาทิตย์/ครั้ง
  8. เด็กในครรภ์จะมีพัฒนาการช่วงอายุ 18 สัปดาห์จนถึงหลังคลอด 2 ปี
  9. อายุครรภ์ 5 เดือน มารดาควรลูบหน้าท้อง พูดคุยกับลูก
  10. อายุครรภ์ 6 เดือนใ ห้สัมผัสน้ำเย็นบริเวณหน้าท้อง
  11. อายุครรภ์ 7 เดือน ตบหน้าท้องเบา ๆ และส่องไฟฉายเปิดปิด

10.อายุครรภ์ 8 เดือน ส่องไฟฉายซ้ายขวา

11.อายุครรภ์ 9 เดือน เตรียมพร้อมคลอด

 

 

หมู่ 4. พอเพียง

 

-         เล่านิทาน ไก่ได้พลอย ข้อคิด ของสิ่งนั้นจะมีคุณค่าเมื่อผู้ใช้รู้คุณค่า

-         ศึกษาเด็ก 3 คนที่ขาดสารอาหาร

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. ดญ.ชลธิชา หาสุข

โรคประจำตัว คือ หอบ

น้ำหนักแรกเกิด 2,300 กรัม

สิ่งแวดล้อม แม่สูบบุหรี่ตั้งแต่อยู่ในท้อง เด็กไม่สบายบ่อย

  1. ดช.เอกพงษ์ โนนสันเทียะ

น้ำหนักแรกเกิด 2,800 กรัม

ตอนเด็ก ๆ ไม่ค่อยนอน ทานนมยาก เปลี่ยนนมบ่อย ร่างกายเหมือนพ่อแม่

  1. ดช.ธีรภัธท์ ทองนรินทร์

น้ำหนักแรกเกิด 2,800 กรัม

กินอาหารตามปกติ ส่วนใหญ่กินแต่กับมากกว่าข้าว

  1. อสม.ได้แนะนำให้ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และดื่มนมทุกวัน ไข่วันละฟอง
  2. ชั่งน้ำหนักทุก 1 เดือน

 

                การประเมินผล

                                เด็กมีพัฒนาการดีขึ้น น้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์

  1. ดญ.ชลธิชา หาสุข                  9 กิโลกรัม             เป็น          9.8 กิโลกรัม
  2. ดช.เอกพงษ์ โนนสันเทียะ                9 กิโลกรัม             เป็น        10    กิโลกรัม
  3. ดช.ธีรภัธท์ ทองนรินทร์                    9 กิโลกรัม             เป็น        10    กิโลกรัม

 

 

 

หมู่ 6. กระทุ่มรวมใจ

 

-         เล่านิทาน ช่างปั้นดินกับชายซักผ้า ข้อคิด ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

-         การดูแลแม่และเด็กหลังคลอด

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. เยี่ยมแม่และลูก ให้คำแนะนำเรื่องการให้นมลูกให้ถูกวิธี ดังนี้

-         ให้ปากลูกดูดให้มิดลานนม

-         ให้ลูกดูดนมทุก 2 ชั่วโมง

-         ให้ลูกดูดนมให้ครบ 6 เดือน และรับวัคซีนตามหมอนัด

-         อุ้มลูกให้แนบอกแม่

  1. สร้างสายสัมพันธ์แม่และลูก โดยแม่โอบกอดลูก
  2. ให้แม่กินอาหารให้ครบ 5 หมู่
    1. การให้นมแม่เป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก และพัฒนาลูกทางกาย สังคม
    2. พัฒนาการตามวัย

-         แรกเกิดถึง 1 เดือน มองหน้า สบตา

-         1-2 เดือน สนใจฟัง มองหาเสียง

-         3-4 เดือน หันหาเสียงหัวเราะ

-         5-6 เดือน แสดงอารมณ์และท่าท่าง

-         7-8 เดือน นั่งทรงตัว มองตามของตก

-          9-10 เดือน เล่นจ๊ะเอ๋

-         11-12 เดือน เลียนแบบท่าทาง ตั้งไข่

 

 

หมู่ 7. ขาม

 

-         เล่านิทาน ลมกับพระอาทิตย์ ข้อคิด การกระทำที่รุนแรงใช่ว่าจะได้ผลเสมอไป

-         การดูแลเด็กอยู่กับตายาย เนื่องจากพ่อแม่มีเพศสัมพันธ์เร็วกว่าวัย ยังไม่มีความรับผิดชอบในเรื่องครอบครัว เด็กจึงต้องอยู่กับตายาย โดยเป็นเด็กอายุแรกเกิด – 6 ปี จำนวน 18 คน การแก้ปัญหา ยังไม่มีวิธีแก้ไข เพราะเป็นกันทั่วไป

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. อสม.พบปะและถามความเป็นอยู่ พบปัญหา ตายายสุขภาพไม่ค่อยดี ไม่มีเงิน ไม่ค่อยมีเวลาแต่ก็พยายามสร้างความอบอุ่น เช่น พูดคุยกับเด็ก
  2. อสม.แนะนำความรู้ เช่น การชงนม การทำความสะอาดขวดนม การกินอาหารที่มีประโยชน์
  3. อสม.แนะนำให้ตายายเล่านิทานก่อนนอน
  4. อสม.ได้เข้าไปพูดคุยกับตายาย รู้สึกว่าเด็กจะร่าเริงกว่าเดิม
  5. สร้างความเข้มแข็งให้ตายายรู้วธีการเลี้ยงหลานให้ดีกว่าเดิม
  6. แนะนำตายายดูสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(สีชมพู) ให้รู้วันที่หมอนัดฉีดวัคซีน ได้นำหลานไปฉีดวัคซีนให้ตรงตามกำหนด
  7. แนะนำให้เลือกอาหารที่มีประโยชน์ งดขนมกรุบกรอบ น้ำอัดลม
  8. สร้างความสัมพันธ์ทางใจโดยการร้องเพลง เล่านิทาน พูดคุยกับเด็กบ่อย ๆ
 

 

                สรุป

                                อสม.ทุกคนได้เดินเยี่ยม คุณตาคุณยายมีความสุขมาก ได้หัวเราะ ได้พูดคุยกัน พบปะกับเด็ก ๆ อสม.ทุกคนร่วมมือกันดีมาก

 

 

หมู่ 11. โคกเพร็ด

 

-         เล่านิทาน ลากับหมูป่า ข้อคิด ผู้มีสติปัญญานั้นจะไม่ลดตัวลงไปมีปัญหากับผู้โง่เขลา

-          อาหารตามวัย 0 – 6 ปี

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. อสม.แนะนำการเลี้ยงเด็ก 0 – 6 ปี ดังนี้

       -     เด็กแรกเกิด - 6 เดือน กินนมแม่อย่างเดียว ยังไม่ต้องให้อาหารอื่น แม้แต่น้ำ

-         7 เดือน เริ่มกินอาหาร 1 มื้อตามสูตรในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(สีชมพู)เสริมกับนมแม่

-         8 – 9 เดือน กินอาหาร 2 มื้อตามสูตรในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(สีชมพู)เสริมกับนมแม่

-         10 – 12 เดือน กินอาหาร 3 มื้อตามสูตรในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก(สีชมพู)เสริมกับนมแม่

-         1 – 5 ปี กินนมผงหรือนมสด ไข่ เนื้อสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง

  1. อสม.แนะนำให้ผู้ปกครองเล่านิทานหรืออ่านหนังสืออย่างน้อยวันละ 5 – 15 นาที ให้เด็กฟัง
  2. พ่อแม่ส่งเสริมให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพทั้ง 4 ด้าน คือ ร่างกาย สติปัญญา จิตใจ และอารมณ์
  3. อสม.และพ่อแม่ส่งเสริมลูกมีพัฒนาการตามวัย
  4. บันทึกพัฒนาการเด็ก
  5. อสม.เผยแพร่ความรู้ ชักชวนให้แม่หลังคลอดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และเลี้ยงด้วยอาหารตามวัยจนลูกอายุครบ 2 ปี หรือมากกว่า
  6. อสม.เฝ้าระวังและปกป้องให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และเลี้ยงด้วยอาหารตามวัยจนลูกอายุครบ 2 ปี หรือมากกว่า
  7. อสม.ควรมีบทบาทในการสร้างสายใยรักให้กับครอบครัวให้มากขึ้น
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

13.00-16.00 น.

กลุ่มที่ 4

 

หมู่ 1. ชุมชนบ้านจอมพระ

 

-         เล่านิทาน หนูกับราชสีห์ ข้อคิด ไม่ควรมองข้ามสิ่งเล็กน้อยเพราะอาจมีประโยชน์ในอนาคตได้

-         การดูแลเด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์จำนวน 2 คน

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

    1. ดญ.วิภารัตน์ ลักขษร

น้ำหนักแรกเกิด 2,600 กรัม

มารดามีภาวะโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย มีเชื้อตับอักเสบบี ร่างกายอ่อนแอ ตัวเล็ก ดื่มนมแม่แรกเกิด – 6 เดือน น้ำหนัก 5.2 กิโลกรัม น้ำหนักลดลงกว่าเกณฑ์ ทางอสม. ได้ทำการชั่งน้ำหนักทุก 3 เดือน แนะนำการเสริมอาหาร เสริมนม ขณะนี้ 3 ปี 3 เดือน น้ำหนักอยู่ที่ 11 กิโลกรัม ได้รับนมจากทางโรงพยาบาลเพิ่มเติม

2. ดญ.น้ำเพชร โทบุดดี

น้ำหนักแรกเกิด 2,500 กรัม

มารดาร่างกายแข็งแรง ตัวเล็ก พ่อตัวเล็ก ดื่มนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน ชั่งน้ำหนักทุก 3 เดือน ถึงอายุ 1 ปี 5 เดือน เด็กป่วย น้ำหนักลด 8 กิโลกรัม อสม.เสนอนมเสริมจากทางโรงพยาบาล น้ำหนักปัจจุบัน 9.2 กิโลกรัม อายุ 1 ปี 8 เดือน

    1. ดญ.วิภารัตน์ ลักขษร

ได้รับนมเสริม เพิ่มอาหารเสริม น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย น้ำหนักเด็กลดลงไม่ได้ตามเกณฑ์ สาเหตุอาจมาจากอาการป่วยของมารดา และเด็กไม่ค่อยทานข้าว จึงแนะนำทานกล้วยน้ำหว้า นม ไข่ เพิ่มขึ้น ผักผลไม้สำหรับแม่และเด็ก น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาเป็น 11 กิโลกรัม อายุ 3 ปี 3 เดือน

2. ดญ.น้ำเพชร โทบุดดี

ได้รับนมเสริมทางโรงพยาบาลเพิ่มอาหารเสริม น้ำหนักดีขึ้นตามเกณฑ์ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ อายุ 1 ปี 8 เดือน หนัก 9.2 กิโลกรัม ได้รับความร่วมมือจากแม่ทั้ง 2 คนเป็นอย่างดี

 

 

 

 

 

หมู่ 5. บ้านใหญ่ศรีจอมพระ

-         เล่านิทาน ชาวนากับงูเห่า ข้อคิด คนพาลย่อมไม่สำนึกในบุญคุณผู้มีพระคุณ

-         การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ประโยชน์ของนมแม่มีดังนี้ 

  1. มีสารอาหารครบถ้วน
  2. สร้างสัมพันธ์แม่และลูก
  3. แม่รูปร่างดี มดลูกเข้าอู่เร็ว ลดการเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ช่วยในการคุมกำเนิด ประหยัด สร้างน้ำนมได้เร็ว ป้องกันภาวะนมคัด

-         3 ดูด ดูดบ่อย ดูดเร็ว ดูดให้ถูกวิธี

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. ดูดเร็ว คือ ดูดภายใน 30 นาทีหรือหลังคลอด
  2. ดูดบ่อย คือ ดูดทุก 2 ชั่วโมง 10 – 12ครั้ง/วัน

ให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถึง 6 เดือน ทุกคน

 

-         ท่าอุ้มลูก

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. ท่านั่ง แม่อุ้มลูกวางบนตัก ประคองศีรษะลูก โดยให้ศีรษะวางบนท้องแขน แม่ใช้มือและแขนอีกข้างประคองบริเวณก้นและต้นขา
  2. ท่านั่ง แม่ใช้ฝ่ามือจับศีรษะบริเวณท้ายทอยลูก ลูกดูดนมแม่ด้านตรงข้ามกับฝ่ามือ แม่ที่จับลูกในท่านี้สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะลูก
  3. ท่านั่งอุ้มลูกฟุตบอล แม่อุ้มลูกใช้ฝ่ามือประคองศีรษะบริเวณท้ายทอย ลำตัวลูก ลูกดูดนมแม่ด้านเดียวกับแม่
  4. ท่านอน แม่ลูกนอนตะแคง หันหน้าเข้าหากัน ประคองลูกให้ลำตัวชิดแม่ หรือใช้ผ้าอ้อมพับหรือหมอนหนุนลูก

ให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถึง 6 เดือน ทุกคน

 

-         การบีบน้ำนมโดยใช้มือ

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. ล้างมือให้สะอาด
  2. ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง วางที่ขอบลานหัวนมหรือห่างจากหัวนมประมาณ 3 เซนติเมตร 
  3. กดนิ้วทั้งสองเข้าหาหน้าอกก่อนแล้วจึงบีบนิ้วเข้าหากัน

ให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถึง 6 เดือน ทุกคน

 

-         การเก็บน้ำนม

น้ำนมที่ได้เก็บในขวดแก้วหรือขวดพลาสติกที่สะอาด เก็บน้ำนมลงในขวดเท่าที่ลูกต้องการกินในแต่ละมื้อ เก็บไว้ในตู้เย็น ส่วนที่เย็นที่สุดเก็บได้นาน 2 วัน ถ้าเก็บในช่องแช่แข็งตู้เย็นสองประตูจะเก็บได้ 3 เดือน อย่าเก็บไว้ที่ประตูตู้เย็น เพราะเวลาปิดเปิดความเย็นจะไม่คงที่ถ้าไม่เข้าตู้เย็นจะอยู่ได้ 1 – 2 ชั่วโมง นมที่เก็บไว้ในช่องธรรมดาให้นำมาวางไว้นอกตู้เย็น เพื่อให้หายเย็น นมที่เก็บไว้ในช่องแช่แข็ง ให้ใช้นมเก่าก่อน เมื่อนำมาใช้ให้ย้ายมาในห้องธรรมดา 1 คืนให้ละลาย นมที่กินไม่หมดให้ทิ้ง การป้อนน้ำนมแม่ใช้ถ้วยยา เพราะใสเห็นตลับน้ำนมได้ชัด

 

 

หมู่ 13. หนองคูเล็ก

 

-         เล่านิทาน ชุมชนเป็นสุข ข้อคิด การกินแบบไม่เลือก การกินแบบตะกละทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย

-         วิธีการแปรงฟันที่ถูกต้อง เด็กในชุมชนฟันผุ เนื่องจากกินลูกอม ขนม ยังไม่รู้จักการแปรงฟัน ไม่รู้จักบ้วนปาก

 

ทำอย่างไร

พัฒนาให้ดีขึ้น

  1. อสม.จึงเข้าไปแนะนำให้เด็กรู้จักวิธีการแปรงฟัน เด็กในหมู่บ้านอายุ 1 – 6 ปี รู้จักการรักษาสุขภาพช่องปากและฟัน ดังนี้
  2. วิธีแปรงฟัน แบบขยับปัดร่วมกับการใช้แปรงสีฟันให้เหมาะสม ใช้ยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์
  3. ความถี่ในการแปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ตื่นนอนตอนเช้า