จากบันทึกที่แล้วของผมเรื่อง คุ้มค่าหรือไม่ ขาดทุนหรือกำไร .. อยู่ที่ใจจะมอง ได้มีผู้เข้ามาอ่าน ทักทาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่จำนวนหนึ่ง  แต่ที่ทำให้ผมตื่นเต้นเป็นพิเศษเห็นจะได้แก่ความเห็นจากท่าน สนิท  ไกรสินธุ์ ซึ่งกำลังใช้ชีวิต มีครอบครัวอยู่ต่างแดน ห่างไกลไปคนละซีกโลกถึงสหรัฐอเมริกาโน่น  คุณสนิทกับผมไม่เคยเจอกัน เพียงแค่สื่อสารทางอินเตอร์เน็ตกันสักครั้งสองครั้ง ในการแสดงความเห็นต่อเรื่องราวบางอย่างที่สนใจตรงกัน

    ที่ทำให้ผมตื่นเต้นมากก็เพราะคำถามที่ท่านฝากมานั้นมีคำตอบอยู่เบื้องหน้าผม  ห่างออกไปราว 20-30 เมตรเท่านั้น  จึงสามารถเดินออกไปเล่าเรื่องราว การถามไถ่จากแดนไกล และถ่ายภาพบุคคลที่เป็นตัวคำตอบได้ภายในสองสามนาที และนำคำตอบ Online ให้ผู้ถามได้รับรู้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง 

   นี่ไงครับร่องรอย หลักฐานที่ขอนำมาแสดงให้เห็นอีกครั้ง

...

สวัสดีครับ คุณพินิจ

       ตั้งแต่คุณกลับมาอยู่ตำบลที่คุณเกิด ผมได้ติดตามอ่านข่าวคราวมาตลอดเพราะมันคล้ายๆกับผมเองได้ไปเที่ยวแถวนั้น

       นับว่าดีมากครับที่ไปอยู่ได้กลมกลืนและมีความสุขหลังจากไปอยู่เมืองอื่นๆเสียหลายสิบปี ผมเองก็เคยคิดแต่ทำไม่ได้ 

       ขอถามว่าพี่เยิ้ม ลูกป้าทรัพย์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่? และขอฝากความคิดถึงไปยังครูมงคล นิลรัตน์ ด้วยครับ

...

สวัสดีครับท่าน สนิท ไกรสินธุ์

     ดีใจครับที่เข้ามาทักทาย  เป็นจังหวะที่ผมมาเปิดเครื่องที่ศาลาไม้ไผ่ข้างบ้าน ติดๆกับบ้านพี่หลวงเยิ้มพอดีครับ  บ้านเราหลังคาแทบชนกัน สนิทสนมกันมายาวนาน หลวงเยิ้มมีศักดิ์เป็นพี่เขยผมครับ  เป็นเพื่อนคู่ใจพ่อมาโดยตลอด ไปไหนไปกัน ทำอะไรทำกัน  อ่านจบผมก็เดินไปหา เล่าเรื่องให้ฟังว่ามีญาติทักทาย ถามข่าวมาจากอเมริกา ตื่นเต้นกันทั้งพี่เนียบและพี่หลวงเยิ้มครับ  นี่ไงครับรูปที่เพิ่งไปถ่ายมา

      จากภาพ ...

    มุมบนซ้าย .. บ้านผม มองมาจากบ้านพี่หลวงเยิ้ม

    มุมบนขวา .. บ้านพี่หลวงเยิ้ม มองจากบ้านผม ผ่านศาลาไม้ไผ่ออกไป

    มุมล่างขวา .. ศาลาไม้ไผ่  ที่ผมใช้นั่งขีดเขียนบันทึกนี้

    มุมล่างซ้าย .. หลวงเยิ้ม พี่ชายอารมณ์ดี (ที่ ดร.แสวงเคยไปนั่งคุยด้วย และได้คันไถเก่าไปอันหนึ่ง)