การกระจายภาวะผู้นำหรือDistributed Leadership พบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจควรแก่การพิจารณาต่อไปหลายประการ ได้แก่
1. การกระจายภาวะผู้นำ (Distributed Leadership) มีความหมายมากกว่าการมอบหมายงานให้ปฏิบัติแทน (Delegating) แต่เป็นวิธีการที่เชื่อว่าน่าจะดีที่สุดวิธีหนึ่งที่จะช่วยปลดปล่อย (Release) ศักยภาพ (Potential) ความเชี่ยวชาญ (Expertise) ความคิด (Idea) และความเพียรพยาม (Effort) ในการทำงานของทุกคนที่เกี่ยวข้องให้เกิดประโยช์สูงสุดต่อองค์การ
2. การกระจายภาวะผู้นำ สามารถใช้ได้ดีกับสถานการณ์ที่องค์การต้องเผชิญกับปัญหา (Problems) ภาวะภัยคุกคาม (Threats) และภาวะการเปลี่ยนแปลง (Change) ทั้งนี้เพราะแนวปฏิบัติดังกล่าว ก่อให้เกิดการคิดร่วมกัน จึงมักได้ข้อยุติที่เป็นความคิดดีๆร่วมกันของทีมงาน ซึ่งสมาชิกพร้อมที่จะขับเคลื่อนให้แนวคิดดังกล่าวเป็นความจริงขึ้นมา
3. ในสภาพแวดล้อมที่มี “การกระจายภาวะผู้นำ”เชื่อว่า การกระทำที่ผิดพลาด (Mistake) มักนำไปสู่การค้นพบวิธีการใหม่ๆที่มีคุณค่าตามมาเสมอ
4. การกระจายภาวะผู้นำ มิได้หมายความว่าทุกคนต้องเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ถือว่าแต่ละคนมีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะตน ที่สามารถระดมลงสู่การแก้ปัญหาและนำไปสู่กระบวนการตัดสินใจสุดท้ายได้อย่างถูกต้องแม่นยำขึ้น
5. การกระจายภาวะผู้นำ เป็นวิธีการที่ช่วยปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้นำจากการมีพฤติกรรมแบบ “ข้าเก่งคนเดียว”ไปให้ความสำคัญต่อการทำงานแบบทีมงานมากขึ้น ซึ่งสมาชิกมีโอกาสได้แสดงภาวะผู้นำและยังเป็นการสร้างพลังเพิ่มพิเศษ (Synergy) ให้แก่องค์การอีกด้วย
6. การกระจายภาวะผู้นำ เป็นแนวทางที่มุ่งเน้นเรื่อง ความร่วมมือ (Cooperation) และสร้างความไว้วางใจ (Trust)ต่อกัน แทนที่แนวคิดเก่าที่มุ่งการแข่งขัน (Competition) เอาชนะกันระหว่างหน่วยงานย่อยๆในองค์การจนบ่อยครั้งเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม
7. การกระจายภาวะผู้นำ เป็นการมอบอำนาจความรับผิดชอบตัดสินใจ (Empowered) ให้กับทุกคน เพื่อให้คนเหล่านั้นปฏิบัติงานที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) ทำงานอย่างมีความหมาย (Meaning)และเกิดประสิทธิผล(Effectiveness)
8. ภายใต้บรรยากาศของ “การกระจายภาวะผู้นำ” ถือว่าผู้ปฏิบัติงานทุกคน มีความหมายและมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์การ เพราะต้องร่วมกันทำงานแบบทีมกับผู้อื่นและได้ร่วมใช้ภาวะผู้นำในกระบวนการทำงานนั้น
9. องค์การที่ยึดแนวทาง “การกระจายภาวะผู้นำ”เชื่อว่า ผู้นำสามารถเกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่งและทุกสถานการณ์ทั่วทั้งองค์การ ทั้งนี้เป็นเพราะว่า ภาวะผู้นำของบุคคลเกิดจากพฤติกรรมของการปฏิบัติงานรับผิดชอบอย่างมีคุณภาพ (Quality of practice) เป็นสำคัญ มิได้มาจากการที่ใครมีตำแหน่งสูงกว่า (Organizational position) หรือมีอำนาจเหนือกว่าใครแต่ประการใด
10. ในองค์การที่ยึดแนวทาง “การกระจายภาวะผู้นำ”เชื่อว่า ภาวะผู้นำของแต่ละบุคคลไม่ได้เป็นความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในลักษณะตามสายบังคับบัญชาที่ลดหลั่น (Hierarchical relations)ของแนวคิดองค์การแบบเดิม จึงไม่ยึดหลักการใช้อำนาจเพื่อการบังคับสั่งการ (Power imposing) แต่เป็นความสัมพันธ์เชิง “การแบ่งปันอำนาจ หรือ การใช้อำนาจร่วมกัน” เป็นสำคัญ โดยความเป็นผู้นำของบุคคลสามารถสับเปลี่ยนหมุนเวียนจากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งไปตามแต่ละตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา
11. สถานศึกษา น่าจะเป็นองค์การในอุดมคติที่เหมาะต่อการประยุกต์ใช้แนวคิด“การกระจายภาวะผู้นำ”
ทั้งนี้เพราะเป็นองค์กรที่สมาชิกทุกคนต้องใช้ความรู้และสร้างความรู้ (Knowledge)ในกระบวนการประกอบวิชาชีพของตน โดยที่ครูซึ่งเป็นสมาชิกองค์การมีหลักปฏิบัติต่อกันด้วยวัฒนธรรมทางวิชาการ หรือ Collegial culture และครูแต่ละคนมักให้ความเคารพนับถือในการปฏิบัติวิชาชีพของคนอื่นในฐานะของการเป็นผู้นำ อีกทั้งครูต้องใช้ภาวะผู้นำของตนในระหว่างการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนอยู่แล้วอีกด้วย
12. ในองค์การแห่งการเรียนรู้ (หรือโรงเรียนแห่งการเรียนรู้) จำเป็นต้องกระจายทั้งภาวะผู้นำและความรู้
(Distributed leadership and knowledge) ดังนั้น องค์การแห่งการเรียนรู้ จะต้องควบคู่ไปกับการมีการกระจายภาวะผู้นำ เสมอ (Lakomski, 2000)
13. นักวิชาการบางคนให้ทัศนะว่า การกระจายภาวะผู้นำ จะเป็นรูปแบบภาวะผู้นำแห่งอนาคต
(Distributed Leadership is the leadership model of the future.)
จากประเด็นต่างๆที่บ่งบอกถึงแนวคิด “การกระจายภาวะผู้นำ”ที่กล่าวมานี้ จะเห็นว่าเป็นแนวคิดที่มีขอบเขตกว้างขวางครอบคลุมหลายทฤษฎีและแนวคิดด้านภาวะผู้นำที่นิยมใช้อยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น
Shared Leadership, Facilitative Leadership, Empowerment Leadership, Democratic Leadership, Delegated Leadership, และ Dispersed Leadership เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มีแนวคิดและค่านิยมร่วมกัน อันได้แก่เรื่อง การให้มีส่วนร่วมของสมาชิก การมอบอำนาจความรับผิดชอบในการตัดสินใจ การกระจายงานให้ปฏิบัติแทน การเอื้ออำนวยความสะดวก การนำด้วยแนวทางแบบประชาธิปไตย การให้คุณค่าและการนับถือในความสามารถของผู้อื่น เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวคิดและเป็นหลักการสำคัญยิ่งที่น่าจะนำมาซึ่งความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้ แม้ว่าเรื่อง “การกระจายภาวะผู้นำ หรือ Distributed Leadership” ยังเป็นเรื่องใหม่และยังขาดความชัดเจนถึงขั้นที่จะเรียกได้ว่าเป็นทฤษฎีภาวะผู้นำหนึ่งก็ตาม แต่แนวคิด หลักการ ความเชื่อและค่านิยมของเรื่อง “การกระจายภาวะผู้นำ”นับได้ว่าเป็นกระแสหลักด้านภาวะผู้นำมีคุณค่าเหมาะสมกับยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่ต้องการพลวัตของภาวะผู้นำเพิ่มยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดร่วมมือร่วมใจกันขับเคลื่อนงานและองค์การ โดยเฉพาะสถานศึกษาที่อยู่ท่ามกลางบริบทอันซับซ้อนของสังคมขณะนี้ ให้สู่ความสำเร็จตามเจตจำนงของการปฏิรูปการศึกษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ที่มา : http://www.aircadetwing.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5370211&Ntype=4
การนำไปใช้
จากสรุปภาวะผู้นำข้างต้น สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะใช้ในเรื่องของ การทำงาน ครอบครัว การเข้าสังคม การทำธุรกิจ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้หลักการทั้ง 9 ข้อนี้ทั้งสิ้น เพื่อสู่เส้นชัยแห่งความสำเร็จ ภาวะผู้นำเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณเป็นการนำพลังด้านดีที่มีอยู่ในตัวตนของมนุษย์ออกมาเพื่อทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม